ข่าวเทคโนโลยี » Tips & How to

อ่านก่อนตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้งาน

โดย ภาคภูมิ แตรตุลาการ / 6 ธันวาคม 2553, 09:09 น. ICT

ขนาดตัวอักษร

A A A
ตอบ: 9
อ่าน: 30,327

2-3 ปี ที่ผ่านมา วงการโทรศัพท์มือถือในบ้านเรา มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด มีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย จนเลือกซื้อกันไม่ถูก เพราะส่วนใหญ่จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน รวมไปถึงคุณสมบัติภายในที่ใส่มาให้ครบครัน ทำให้กลุ่มผู้ใช้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น เจ้าของโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ จึงต้องแข่งขันกันด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และราคาที่เย้ายวนใจ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ คุณภาพของสินค้า กับคุณสมบัติที่มีอยู่ภายใน ไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง ในบทความนี้จึงขอเขียนเกี่ยวกับ โทรศัพท์มือถือที่ไม่ควรเสี่ยง พร้อมแนะนำการเลือกซื้อเบื้องต้น เพื่อที่ผู้อ่านจะได้นำไปประกอบการตัดสินใจ ก่อนเสียเงินซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้

รูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เครื่องนอก หรือ เครื่องหิ้ว คือ โทรศัพท์มือถือที่นำเข้ามาวางจำหน่ายโดยร้านค้ารายย่อย ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจาก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. และไม่ผ่านการเสียภาษีอากร ดังนั้นโทรศัพท์มือถือที่เป็นเครื่องนอก จึงไม่มีการรับประกันจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย อุปกรณ์ในกล่องบรรจุภัณฑ์อาจสูญหายหรือมีมาให้ไม่ครบ ทำให้มีราคาถูกกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกัน ที่วางจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

   
รูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เครื่องนอกที่นิยมลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย จะเป็นยี่ห้อหรือรุ่นที่ตลาดมีความต้องการ อาจจะนำเข้ามาวางจำหน่ายก่อนตัวแทนด้วยซ้ำ ข้อดีของเครื่องนอก ก็คือราคาที่ถูกกว่า และ ความรวดเร็วในการวางจำหน่าย โดยไม่ต้องรอให้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ข้อเสียก็คือ คุณภาพของสินค้า ไม่สามารถทราบได้เลยว่าเครื่องที่ซื้อมานั้น เป็นเครื่องใหม่เอี่ยม หรือ มีปัญหาระหว่างการใช้งานหรือไม่ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วต้องพบกับปัญหาเครื่องชำรุดหรือเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ถ้าใครคิดจะซื้อโทรศัพท์มือถือที่เป็นเครื่องนอกมาใช้ จึงควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบครอบ และ รู้จักวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น

 

หากคุณสงสัยว่าโทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่หรือกำลังจะซื้อ เป็นเครื่องนอกหรือไม่ ให้ทำการตรวจสอบเลขอีมี่ (IMEI) โดยเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วกดปุ่ม *#06# จะได้ตัวเลข 15 หลัก ให้จดตัวเลขแล้วตรวจดูที่กล่องบรรจุภัณฑ์ ว่าตรงกับเลขอีมี่ที่มีฉลากติดไว้ที่ข้างกล่องหรือไม่ จากนั้นโทรศัพท์ไปยังตัวแทนจำหน่ายหรือบริษัทโดยตรง เพื่อขอตรวจสอบเลขอีมี่ว่าทางบริษัทได้นำเครื่องที่มีเลขอีมี่นี้เข้ามาจำหน่ายหรือไม่

มือถือก๊อปปี้ หรือโทรศัพท์มือถือที่มีการลอกเลียนแบบ จากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังๆ มีทั้งการลอกเลียนแบบดีไซน์ทั้งหมด หรือออกแบบมาให้คล้ายคลึง แต่ใช้ยี่ห้อของตนเอง และ โทรศัพท์มือถือที่ใช้ โลโก้ ของยี่ห้อดังๆ มาติดในโทรศัพท์มือถือของตนเอง ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด และหลงซื้อมาใช้งานโดยไม่รู้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือปลอม ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือประเภทนี้มาใช้ จะไม่สามารถใช้บริการจากศูนย์บริการของยี่ห้อนั้นๆ ได้ และถือเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ

โทรศัพท์มือถือที่มีการโฆษณาเกินความเป็นจริง เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค และ มีความผิดตามกฎหมาย จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าโทรศัพท์มือถือที่วางจำหน่ายในท้องตลาด มีการโฆษณาถึงพลังเสียงของลำโพง ว่ามีถึงสิบกว่าตัวจนไปถึงเก้าสิบตัว แน่นอนว่าอ่านแล้วคงไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าได้เห็นรูปภาพของสินค้า ก็คงจะคล้อยตามได้ไม่ยาก เพราะมีลำโพงติดไว้ตามตัวเครื่องมากมายจริงๆ เสียงที่ออกมาก็ดังสนั่น แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะลำโพงมากมายที่เห็นนั้นเป็นเพียงช่องว่างที่ให้เสียงผ่านออกมาเท่านั้นเอง (บริษัทที่นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายควรตรวจสอบเบื้องต้นด้วยว่า ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้จริงตามที่ Spec. ระบุไว้หรือไม่)


รูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

อีกคุณสมบัติหนึ่งที่พบว่าเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคก็คือ กล้องถ่ายรูป จะสกรีนตัวเลขข้างเลนส์กล้องว่ามีความละเอียดสูงในระดับล้านพิกเซล แต่ใช้งานจริงกลับมีความละเอียดที่ต่ำกว่ามาก วิธีการตรวจสอบความละเอียดกล้อง ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะเมนูการใช้งานภายในก็ระบุไว้อย่างดีว่ามีความละเอียดสูง วิธีการตรวจสอบได้ทางเดียวก็คือ ทดลองถ่ายภาพแล้วดาวน์โหลดเข้ามาดูในคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าไปเลือกซื้อที่ร้านค้า คงจะใช้วิธีนี้ไม่ได้แน่ ดังนั้นถ้าพบว่าโทรศัพท์มือถือที่ตนเองซื้อมาใช้งาน มีการโฆษณาเกินจริง ขอแนะนำให้ร้องเรียนไปที่ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. โทร. 1200 (โทรฟรี) หรือ 0 2634 6000 (ในวันและเวลาราชการ)


รูปภาพตัวอย่างฉลากรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 

ฉลากผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจาก กทช.

ผู้นำเข้าโทรศัพท์มือถือมาจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องนำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งให้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน โดยใช้หน่วยงานจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ อาจจะจ้างบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ หลังจากผ่านการรับรอง จะได้ฉลากจาก กทช. มาติดที่กล่องบรรจุภัณฑ์ โดยให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคมองเห็นได้ง่าย

 

ฉลากที่ติดอยู่ข้างกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า โทรศัพท์มือถือที่เราซื้อ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน และ มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างถูกต้อง สำหรับข้อความบนฉลากมีความหมายดังนี้

  • CLASS B หมายถึง ประเภทของผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของ กทช. (โทรศัพท์มือถือถูกจัดอยู่ใน CLASS B)
  • AAAAAA หมายถึง หมายเลขรับรองตัวอย่าง (6 หลัก)
  • BB หมายถึง เลข ปี ค.ศ. (สองหลักสุดท้าย)
  • XXXX หมายถึง รหัสประจำตัวของผู้ประกอบการ (4 หลัก)

แหล่งที่มา : http://www.ntc.or.th/uploadfiles/ConformityAssessment.pdf

SAR (Specific Absorption Rate) หมายถึง อัตราที่พลังงานถูกดูดกลืนโดยเนื้อเยื่อของร่างกาย มีหน่วยเป็นวัตต์ต่อกิโลกรัม (W/kg) อัตราการดูดกลืนพลังงานจำเพาะ เป็นหน่วยวัดปริมาณการได้รับรังสี (Dosimetric measure) ซึ่งใช้กันทั่วไปสำหรับการวัดการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านความถี่สูงกว่า 100 kHz

ขีดจำกัดของค่า SAR สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป

  • ค่าเฉลี่ยสำหรับทั่วร่างกาย 0.08 W/kg
  • เฉพาะส่วนศีรษะกับลำตัว 2 W/kg
  • เฉพาะส่วนแขนขา 4 W/kg

ค่า SAR ในโทรศัพท์มือถือจะส่งผลกระทบกับบริเวณศีรษะมากที่สุด ดังนั้นควรเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่มีการทดสอบค่า SAR และมีระบุไว้ในคู่มือ ตามมาตรฐานของ คณะกรรมาธิการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐ (Federal Communicaiton Commission : FCC) หรือ สหภาพยุโรป (EU) ไม่ให้เกิน 2 วัตต์ต่อเนื้อเยื่อร่างกาย 1 กิโลกรัม (W/kg) โดยค่า SAR ที่ระบุออกมาในคู่มือจะเป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะได้ค่าเฉลี่ยของ SAR ที่สูงกว่าการใช้งานปกติ ถ้าโทรศัพท์มือถือของคุณมีค่า SAR ไม่เกิน 1.6 W/kg ถือว่าปลอดภัยพอสมควร แต่ถ้าชอบคุยโทรศัพท์นานๆ แนะนำให้ใช้ระบบแฮนด์ฟรี หรือ สนทนาผ่านชุดหูฟังจะดีที่สุด

   
รูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการโทรศัพท์มือถือที่มีราคาถูกแต่ได้ฟังก์ชั่นที่ครบครัน ซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าควรจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนดี? วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ศึกษาข้อมูล หรือ คุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือที่ต้องการซื้อให้ละเอียด โดยเฉพาะจุดเด่นที่ต้องการใช้งาน รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมที่มีมาให้ในกล่องบรรจุภัณฑ์ เลือกซื้อกับศูนย์บริการ หรือ ร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย หากต้องการราคาที่ถูกลงจากศูนย์ฯ ขอให้เลือกดูร้านที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบสติ๊กเกอร์การรับประกันสินค้า ตรวจสอบเลขอีมี่ เปิดเครื่องลองใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงคุณภาพสัญญาณเวลาใช้สนทนา (ปกติร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จะอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน ดังนั้นอาจมีเสียงรบกวนขณะสนทนา ทำให้ตัดสินใจยากพอสมควร) เลือกซื้อยี่ห้อที่มีศูนย์ดูแลลูกค้าหลายสาขา สามารถหาซื้ออุปกรณ์เสริมมาเปลี่ยนได้ง่าย เมื่อของเดิมชำรุดหรือสูญหาย ถ้าคุณซื้อโทรศัพท์มือถือมาแล้วใช้งานได้เพียงไม่กี่เดือนก็เกิดปัญหา ไม่มีศูนย์บริการรับซ่อม ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน จะดีกว่าไหมถ้าคุณซื้อโทรศัพท์มือถือในราคาเดียวกัน ถึงจะมีคุณสมบัติด้อยลงมา แต่ว่าใช้งานได้นานกว่า ทนกว่า และ มีบริการหลังการขายไว้คอยดูแล



เรื่องที่คุณอาจสนใจ

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 25 Oct 2014 06:05:48 +0700 (แคชมีอายุ 3600 วินาที)