ข่าวเทคโนโลยี » โทรศัพท์มือถือ

เปรียบเทียบแบบจุดต่อจุด Apple iPhone 5 vs Samsung Galaxy S3 vs Nokia Lumia 920

ขนาดตัวอักษร

A A A
ตอบ: 536
อ่าน: 459,067

เมื่อมีการปรากฏตัวของ iPhone 5 มาถึงแน่นอนว่ามันถูกนำไปเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับ high-end ที่มีอยู่ในตลาด มาดูกันครับว่าระหว่าง  Apple iPhone 5, Samsung Galaxy S3 และ Nokia Lumia 920 นั้นมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ดีไซน์

Apple iPhone 5 ถูกออกแบบตัวเครื่อง Unibody โดยมีเพียงอลูมิเนียมและกระจกหน้าจอ เพื่อคงความงามในสไตล์ของ Apple พร้อมกับปุ่มกดโลหะทั้งหมด โครงสร้างด้านหลังดูหรูหรากว่า iPhone 4S เล็กน้อย

Nokia Lumia 920 จะมีให้เลือกหลายสีมากกว่า ทั้งสีเหลือง, แดง, ขาว, ดำ, เทา โดยวัสดุประกอบเครื่องทำจากโพลีคาร์บอเนตขอบโค้งมน

การออกแบบของ Samsung Galaxy S3 ดูน่าสนใจ แต่ฝาหลังที่ทำด้วยพลาสติกมันวาว ไม่น่าจะคงทนเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนอีกสองรุ่น แต่มีข้อดีที่เหนือกว่าคือตัวเครื่องมีขนาดใหญ่

การตัดสินใจเลือกดีไซน์ : นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้ชอบความหรูหรา มีสไตล์ของ Apple iPhone 5 หรือชอบบอดี้โค้งมนที่ดูโดดเด่นให้ความรู้สึกทันสมัยของ Nokia Lumia 920 หรือชอบสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ของ Samsung Galaxy S3

ขนาดหน้าจอและความคมชัด

iPhone 5 มีหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136x640 พิกเซล 326ppi อัตราส่วน (16:9) และมีความสูงกว่า iPhone 4S อย่างไรก็ตาม Apple ภูมิใจนำเสนอว่าการแสดงผลสี sRGB ใน iPhone 5 จะมีความอิ่มตัวของสีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 44 เพื่อตัดปัญหาหน้าจอไม่ชัดเมื่อต้องใช้งานในที่ๆ มีแสงสว่างจ้า

ในขณะที่ Samsung Galaxy S3 มีหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดด้วยขนาด 4.8 นิ้ว HD Super AMOLED ความละเอียด 1280x720 พิกเซล 306ppi โดยขนาดหน้าจอที่ใหญ่นี้ได้เปรียบเมื่อทำการดูวิดีโอ อ่านหรือเขียนข้อความ แต่มันก็มีข้อด้อยในเรื่องของ ความหนาแน่นของพิกเซลนั้นต่ำกว่าสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 4S และ HTC One X

Nokia Lumia 920 มีหน้าจอ 4.5 นิ้ว 1280x768 พิกเซล 332ppi PureMotion HD+ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี AMOLED ซึ่งทาง Nokia ได้การันตีว่าสามารถเก็บรายละเอียดของภาพในที่แสงสว่างน้อยได้ดีมาก และยังมีเทคโนโลยี ClearBlack เพื่อกรองแสงสะท้อนในขณะที่มีแสงจ้า ทำให้ภาพบนหน้าจอคมชัด

การตัดสินใจเลือกหน้าจอ : ถ้าชอบจอใหญ่ Samsung Galaxy S3 คือคำตอบ แต่ถ้าชอบความชัดเจนในการแสดงผลภาพ Nokia Lumia 920 จะช่วยให้ได้หน้าจอที่ชัดเจนมากที่สุด โดย iPhone 5 จะชนะ Samsung Galaxy S3 แง่ของความหนาแน่นพิกเซลสูงกว่าและยังมีคุณสมบัติลดการสะท้อนแสงบนหน้าจอ

กล้องถ่ายรูป

ฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปกลายเป็นประเด็นที่ทั้ง 3 รุ่นยกมาชูจุดขายของตน โดย iPhone นั้นได้ยกระดับมาตรฐานกล้องบนโทรศัพท์ขึ้นมาและได้มีการปรับปรุงระบบถ่ายภาพใน iPhone 5 ที่สามารถถ่ายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งเพิ่มโหมดพาโนราม่าแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

ด้านอุปกรณ์แอนดรอยด์ก็ไม่น้อยหน้า โดย Samsung Galaxy S3 มีเซ็นเซอร์ที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เช่นเดียวกับ iPhone 5 โดยชูจุดขายที่ลูกเล่น พาโนราม่า, ถ่ายภาพต่อเนื่อง และอื่นๆ อีกมากมาย

ในขณะที่ทั้งสองค่ายห้ำหั่นกัน Nokia Lumia 920 กลับกลายเป็นม้ามืดในเรื่องของกล้องบนสมาร์ทโฟน ด้วยความละเอียดกล้อง 8.7 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยีกล้องเทพ "PureView" ที่ Nokia กล้าการันตีว่าจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเจ้าอื่นในตลาด

การตัดสินใจเลือกกล้องถ่ายรูป : แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ได้จับกล้องใน iPhone 5 แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะทำได้ดีเช่นเดียวกับที่ Samsung Galaxy S3 เคยทำไว้ และหากพูดกันตามตรง Nokia Lumia 920 ยังต้องรอการพิสูจน์ตอนวางขายว่าจะทำได้ดีอย่างที่อ้างไว้หรือไม่

LTE และการเชื่อมต่อเครือข่าย

iPhone 5 รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง 4G LTE อย่างที่ทางผู้ให้บริการเครือข่ายต่างเคยออกมาฟันธงไว้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Apple จะต้องมีฟังก์ชั่นนี้ ในขณะนี้ทาง Verizon, AT&T และ Sprint กำลังขยายเครือข่าย LTE ออกไป

การตัดสินใจเลือกเครือข่าย+ LTE : โทรศัพท์ของ Samsung มีฟีเจอร์นี้มาในมือถือหลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะที่ Nokia Lumia 920 เป็นมือถือเครื่องที่สองที่ Nokia จับฟีเจอร์ LTE ใส่เข้าไป และ Apple iPhone 5 เป็นรุ่นแรกที่ทาง Apple ตัดสินใจใส่ LTE เข้าไป โดยดีไซน์แบบทูโทนถือเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของเสารับสัญญาณและชิป LTE(ต้องรอการทดสอบการใช้งานจริง ว่า LTE ในสมาร์ทโฟนเครื่องไหนจะสามารถรับสัญญาณได้ดีที่สุดและไม่หลุดบ่อย)

แบตเตอรี่

Nokia วางแผนไว้ว่าจะใส่แบตเตอรี่ขนาด 2,000mAh ให้ Nokia Lumia 920 ซึ่งจะช่วยให้มีระยะเวลาการใช้งานจริงเหมาะสมกับระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 ที่ได้รับการปรับปรุงให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ในขณะเดียวกัน Samsung Galaxy S3 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 2,100mAh ซึ่งสามารถเปิดวิดีโอต่อเนื่องได้นาน 9 ชั่วโมง แต่ในงานเปิดตัว iPhone 5 ทาง Apple ไม่ยอมเผยขนาดความจุของแบตเตอรี่ แต่สัญญาว่าจะสามารถเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง/ ท่องเว็บโดยเปิด LTE ได้ 8 ชั่วโมง

แน่นอนว่าถ้าต้องใช้งานฟีเจอร์หนักๆ อย่างเช่น S-Voice ใน Samsung Galaxy S3 มันจะดูดพลังแบตเตอรี่อย่างมหาศาล หรือแม้กระทั่งการเปิดวิดีโอสตรีมมิ่งเพื่อโทรศัพท์ก็เช่นเดียวกัน

การตัดสินใจเลือกแบตเตอรี่ : มันยากที่จะกล่าวถึง เพราะจนถึงตอนนี้ Nokia Lumia 920 และ iPhone 5 ยังไม่ได้ถูกทดสอบ แต่ Samsung Galaxy S3 นั้นถูกทดสอบและพบว่ากินแบตเตอรี่อย่างมาก แต่ก็สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

NFC (การเชื่อมต่อไร้สายระยะใกล้)

iPhone 5 ไม่มีฟีเจอร์นี้ใส่เข้ามา กลายเป็นประเด็นให้ฝ่ายอื่นโจมตีพอสมควร ในขณะที่ Nokia Lumia 920, และ Samsung Galaxy S3 ต่างก็รองรับ NFC 

การตัดสินใจเลือก NFC : Samsung Galaxy S3 ได้เปรียบในข้อนี้เพราะว่าจุดขายคือ S-Beam ที่แตะเครื่องสองเครื่องเพื่อแชร์ข้อมูลให้กันอย่างง่ายดาย

ผู้ช่วยที่สามารถรับคำสั่งเสียง (Voice assistant)

Siri ใน iPhone 4S  และ Google Voice ของแอนดรอยด์ต่างยังทำงานด้วยความสามารถที่ใกล้เคียงกัน ในขณะที่ทาง Samsung พัฒนาผู้ช่วยของตัวเอง (S Voice) มาใช้ซึ่งยังไม่น่าประทับใจเท่ากับสองแบบแรก

โทรศัพท์ของ Nokia ที่ทาง Microsoft เป็นผู้ผลักดันนั้นได้รับการบูรณาการในเรื่องของซอฟต์แวร์รู้จำคำสั่งเสียงอย่างมาก แต่ใน Windows Phone 8 ทาง Microsoft จะเปิดให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นรู้จำเสียงพัฒนาแอพของตัวเองต่อไป (ยังไม่ยอมเปิดตัว Voice assistant ของตัวเองออกมา)

การตัดสินใจเลือกผู้ช่วยรู้จำที่รับคำสั่งเสียง : Siri ยังคงเป็นผู้ชนะในเรื่องนี้ เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนอีกสองรุ่น Siri ทำได้ดีกว่า

ภาพรวม

ถ้าต้องเลือกระหว่างหนึ่งในสามของสมาร์ทโฟนที่อ้างไว้ด้านบน คนส่วนใหญ่จะเลือก iPhone 5 (ที่เฉือนชนะแบบหวุดหวิด) เหตุผลก็คือ สมาร์ทโฟนทั้งสามเครื่องถ้าเปรียบเทียบกันจริงๆ iPhone 5 ไม่สามารถถูกเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมเท่ากับสองรุ่นที่เหลือ แต่ก็สามารถเชื่อถือได้ ด้วยการออกแบบที่ใช้งานง่ายนั้นยังคงดึงดูดใจผู้ใช้ได้มากที่สุด รวมถึงความเชื่อถือในเรื่องของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ทั้งดีไซน์การออกแบบที่แข็งแกร่ง, ความเร็ว LTE, กล้องที่ถูกพิสูจน์มาใน iPhone รุ่นก่อนแล้วว่าทำได้ดี และจะดียิ่งขึ้นในรุ่นนี้ และยังมี iTunes, App Store, iOS เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งจะมีระบบนำทางแบบ ture-by-turn ด้วยเสียงพูด

Samsung Galaxy S3 ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเรื่องของคุณสมบัติใหม่ๆ และนวัตกรรมที่ใส่เข้ามา แต่ก็ยังต้องถูกพิสูจน์อีกเยอะ โดยจุดด้อยคือ UI ที่ถูกปรับแต่งในแอนดรอยด์ 4.0 มากเกินไปสำหรับผู้ใช้ (บางคน) และยังมีความซับซ้อนในหลายๆ ฟีเจอร์ ซึ่งยังไม่ค่อยเป็นสากลเท่าไรนัก

ส่วน Nokia Lumia 920 ก็ไม่สามารถกาชื่อนี้ทิ้งได้ มันมาพร้อมกับการชาร์จไร้สาย และสัญญาว่าจะมีจอแสดงผลที่งดงาม อย่างไรก็ตาม แผนที่ของ Nokia บนมือถือยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับ iOS หรือแอนดรอยด์ และยังมีคำถามแขวนอยู่มากมายเรื่องกล้องที่เป็นจุดขาย นอกจากนี้เชื่อว่าหลายคนอยากเห็นว่าการชาร์จไร้สายจะทำออกมาได้ดีเพียงใด (ดีกว่าชาร์จมีสายหรือแย่กว่าเดิม) ซึ่งยังคงเป็นปริศนา ส่วนเรื่องความละเอียดของกล้อง PureView ที่ลดลงเหลือ 8.7 ล้านพิกเซลนั้นถูกมองว่าเป็นการลดสเปก ในขณะที่ทาง Nokia ออกมาคอนเฟิร์มว่าตัวเลขดังกล่าวเพียงพอและจะให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งประมวลผลภาพในที่ๆ มีแสงสว่างน้อยได้อย่างน่าอัศจรรย์

ใครรอสมาร์ทโฟนตัวไหนอยู่ อย่าลืมทดสอบ "ของจริง" เมื่อวางขายนะครับ นอกเหนือจากสามรุ่นที่กล่าวมาก็มีสมาร์ทโฟนอีกมากในตลาดที่อาจจะถูกใจและโดนใจคุณมากกว่าก็ได้ ตรวจสอบสินค้าให้ดีอย่าใจร้อนเลือกเพราะเห็นคำโฆษณาหรือคำบอกกล่าวต่อๆ กันไป "สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น"



เรื่องที่คุณอาจสนใจ

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 18 Sep 2014 08:39:22 +0700 (แคชมีอายุ 3600 วินาที)