หลายคนใช้เวลาในวันหยุดไปกับการพักผ่อน บางคนอาจจะเดินทางไปทะเลกับครอบครัวและเพื่อนฝูงและไม่ลืมที่จะหยิบสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามหาดทรายและสมาร์ทโฟนมักจะไม่ใช่ของคู่กันสักเท่าไร ถ้าเผลอทำสมาร์ทโฟนหล่นลงไปบนพื้นทรายหรือน้ำทะเล ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเครื่องสมาร์ทโฟนของคุณอาจจะเกิดความเสียหายและอาจจะร้ายแรงถึงขั้นต้องซื้อใหม่เลยทีเดียว

มาดูคำแนะนำสำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟนบริเวณชายหาดกันว่ามีอะไรที่ควรรู้บ้าง

1. จำเป็นหรือเปล่า ที่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา

ก่อนอื่นคุณต้องคิดว่ามันจำเป็นหรือเปล่าที่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวขณะที่เล่นน้ำทะเล หนทางป้องกันที่ดีที่สุดคือนำมันใส่กระเป๋าแล้วฝากคนที่ไม่ได้ลงน้ำทะเลไว้ หรือถ้าหากต้องการนำสมาร์ทโฟนมาถ่ายรูปควรจะใช้อย่างระมัดระวังมากที่สุด ความเชื่อผิดๆ คือคนส่วนใหญ่มักคิดว่าซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นกันน้ำกันฝุ่นแล้วจะใช้งานที่ชายหาดได้อย่างปลอดภัย แต่รู้หรือไม่ว่าคุณสมบัติ "กันน้ำ" นี่คือน้ำสะอาดที่ไม่มีสิ่งเจือปน น้ำทะเลที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบสามารถสร้างความเสียหายให้สมาร์ทโฟนชนิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้เลยทีเดียว

2. ถ้าจะอาบแดด อย่านำสมาร์ทโฟนไปอาบแดดด้วย

การนำสมาร์ทโฟนเก็บไว้ในตัวขณะเดินเล่นหรือทำกิจกรรมที่ชายหาดซึ่งมีอุณหภูมิสูง อาจจะทำให้เครื่องได้รับความร้อนเกินค่าที่กำหนด และส่งผลให้แบตเตอรี่ในเครื่องเสียหายหรืออาจจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงมากๆ อาจจะทำให้การแสดงผลสีและความสว่างบนหน้าจอผิดเพี้ยนขึ้นได้อีกด้วย

3. กระจกหน้าจอ Gorilla Glass "ไม่ได้แข็งที่สุด"

สมาร์ทโฟนรุ่นที่นิยมใช้งานในปัจจุบันหลายรุ่นมาพร้อมกับกระจก Gorilla Glass ซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงและป้องกันรอยขีดข่วน โดยความแข็งของกระจก Gorilla Glass จะมีค่าประมาณ 7 (เทียบโดยใช้ค่าความแข็งของโมส์) ขณะที่แร่เพชรนั้นมีค่าความแข็งอยู่ที่ 10 ซึ่งหมายความว่า กระจก Gorilla Glass อาจจะทนต่อการขีดข่วนจากสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น มีด หรือ กุญแจ ที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมักจะพกใส่กระเป๋ากางเกง แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า "เม็ดทราย" นี่คือศัตรูตัวฉกาจของกระจกหน้าจอสมาร์ทโฟน

ที่ชายหาดมีทรายอยู่มากมาย ซึ่งสาเหตุที่กระจกหน้าจอแตกบริเวณชายหาดส่วนใหญ่มาจากการบดทับหน้าจอสมาร์ทโฟนกับเม็ดทรายบางเม็ดที่มีความแข็งอย่างมาก บางคนเอาใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังแล้วเผลอนั่งทับเม็ดทรายแบบไม่ได้ตั้งใจก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ

4. "น้ำนิ่งไหลลึก แต่น้ำทะเลไหลลึกกว่า"

ถ้าหากน้ำประปาหรือน้ำสะอาดเข้าไปในสมาร์ทโฟน ยังพอมีวิธีการทำความสะอาดแก้ไข แต่ถ้าเป็นน้ำทะเลที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบเกิดเข้าไปในเครื่อง แม้ว่าจะทำการฟื้นฟูให้เครื่องแห้งสนิทแล้ว แต่เกล็ดเกลือมักจะตกค้างอยู่จำนวนมากซึ่งจะกัดกร่อนแผงวงจรและชิ้นส่วนจนเสียหาย จนมีคนกล่าวไว้ว่า ถ้าน้ำเปล่าคือของแสลงสำหรับสมาร์ทโฟน น้ำทะเลนั้นเลวร้ายกว่านั้นอีก 10 เท่า

5. "อย่าประมาท"

การนำสมาร์ทโฟนใส่ในกระเป๋าสะพายหรือเป้ก็เป็นเรื่องดี แต่รู้หรือไม่ว่ากระเป่าเหล่านั้นคือจุดเสี่ยงที่พวกมิจฉาชีพจ้องจะขโมยเป็นลำดับต้นๆ ดังนั้นคำแนะนำสุดท้ายคือการซ่อนหรือเก็บสมาร์ทโฟนไว้ในที่ปลอดภัย ทางที่ดีที่สุดคือต้องมีคนคอยเฝ้าสิ่งของพวกนี้ไว้ตลอด

RELATED TO:

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 29 Jun 2017 17:55:50 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)