คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ เป็นอุปกรณ์ไอทีที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์คุ้นเคยกันดี หน้าที่หลักของคีย์บอร์ดคือเป็นอุปกรณ์สำหรับป้อนข้อความ ตัวอักษร ตัวเลข หรือคำสั่งต่างๆ ไปยังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ปัจจุบันคีย์บอร์ดถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นแป้นคีย์บอร์ดรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ หรือคีย์บอร์ดบนหน้าจอระบบสัมผัสของสมาร์ทโฟน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ คีย์บอร์ดก็มีที่มาที่ไปและมีเรื่องราวการพัฒนาคีย์บอร์ดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่น่าสนใจ

12 เรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์คีย์บอร์ด

ตำนานของคีย์บอร์ด 2 รูปแบบ

คีย์บอร์ดรูปแบบ QWERTY ที่เราคุ้นเคยนั้นไม่ได้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้การพิมพ์รวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นวิธีแก้ปัญหาก้านพิมพ์ดีดจากเครื่องพิมพ์ดีดสมัยก่อนติดขัดขณะใช้งาน โดยนำตัวอักษรที่พิมพ์บ่อยๆ มาจัดตำแหน่งให้อยู่ห่างกัน

ที่จริงแล้วมีคีย์บอร์ดรูปแบบอื่นๆ ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยดอกเตอร์ August Dvorak ในช่วง ค.ศ. 1930 คีย์บอร์ดรูปแบบนี้ (ดังภาพประกอบ) ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหานิ้วพันกันเวลาพิมพ์เร็วๆ และเพื่อเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ คีย์บอร์ดรูปแบบนี้เป็นที่รู้จักในชื่อของ "Dvorak Simplified Keyboard" ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1936 แต่ต่อมาภายหลังก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

คีย์บอร์ดที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับการทำงาน

PCD Maltron เป็นคีย์บอร์ดที่ถูกผลิตขึ้นอย่างจริงจังตามหลักของการยศาสตร์ (Ergonomics) เพื่อลดผลกระทบของอาการบาดเจ็บจากการพิมพ์ที่ผิดท่าเป็นเวลานานๆ โดยคีย์บอร์ดนี้มีรูปร่าง 3 มิติ ปุ่มต่างๆ ถูกจัดเรียงที่ความสูงต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับท่าทางและรูปร่างของมือขณะใช้งาน คีย์บอร์ด Maltron มีจำหน่ายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 และยังคงมีขายอยู่จนถึงปัจจุบัน

ยุคเริ่มต้นของคีย์บอร์ดแบบไม่ต้องเคาะปุ่ม

เมื่อกดแป้นพิมพ์บ่อยๆ นานเข้าก็เจอกับปัญหาการเมื่อยล้าเนื่องจากแรงต้านทานของปุ่มกดในคีย์บอร์ดสมัยก่อนนั้นค่อนข้างแข็ง ในราวๆ ค.ศ. 1980-1990 จึงมีการคิดค้นคีย์บอร์ดแบบที่ปุ่มกดถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งนอกจากจะมีราคาถูก ยังทนน้ำและฝุ่นละออง สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแบบพกพาจำนวนหลายๆ รุ่นจะใช้งานคีย์บอร์ดแบบนี้ เช่น Sinclair ZX81, Sinclair 1000 และจนถึงปัจจุบันคีย์บอร์ดแบบนี้ยังคงถูกนำมาใช้งานบนอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์หลายๆ อย่าง เช่น แผงควบคุมบนไมโครเวฟ

คีย์บอร์ดแบบไร้สาย

หลังจากที่ IBM ประสบความจำเร็จในธุรกิจเครื่องคอมพิวเตอร์เชิงธุรกิจ ทางบริษัทก็พยายามจะเข้ามามีบทบาทในตลาดคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานที่บ้าน โดยในปี ค.ศ. 1984 PCjr เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคีย์บอร์ดไร้สาย "Freeboard" ต้นแบบของคีย์บอร์ด bluetooth ไร้สายที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน โดยคีย์บอร์ดของ PCjr ใช้แบตเตอรี่ AA และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยใช้อินฟราเรด

คีย์บอร์ดที่สลับรูปแบบได้

ปี ค.ศ. 1984 Apple เปิดตัว IIc คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบพกพา ซึ่งคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีปุ่มที่สามารถสลับรูปแบบ QWERTY และรูปแบบ Dvorak ได้

คีย์บอร์ดสำหรับนาฬิกา

ในช่วงยุค ค.ศ. 1980-1990 คอมพิวเตอร์เริ่มมีขนาดเล็กลงจนถึงขนาดย่อส่วนให้กลายเป็นนาฬิกาข้อมือ Deiko Data 2000 และ Seiko UC-2000 เป็นนาฬิกาที่สามารถเก็บบันทึกเตือนความจำได้ 2000 ตัวอักษร แต่ยังคงต้องใช้แป้นพิมพ์อุปกรณ์เสริมสำหรับป้อนข้อมูลลงไป

คีย์บอร์ดคลาสสิก
คีย์บอร์ดของ IBM รุ่น Model M กลายเป็นที่รู้จักในปี ค.ศ. 1985 โดยภายในปุ่มกดมีสปริงติดอยู่ และสามารถถอดเปลี่ยนปุ่มต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ คีย์บอร์ดรุ่นนี้ได้รับการยกย่องในเรื่องของความทนทาน

คีย์บอร์ดขนาดเล็ก

ขณะที่คีย์บอร์ดที่มีพื้นฐานมาจาก Model M ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย Happy Hacking Keyboard ที่คิดค้นขึ้นโดยบริษัท PFU ในญี่ปุ่นเป็นคีย์บอร์ดที่ต่างออกไป โดยลดปุ่มคีย์ปกติแต่เดิมที่มีอยู่ประมาณ 104 ปุ่ม เหลือไว้ประมาณ 60 ปุ่มเท่านั้น

คีย์บอร์ดทรานฟอร์เมอร์

เป็นคีย์บอร์ดที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับเครื่อง PDAs โดยมีจุดเด่นที่สามารถพับเก็บได้และมีแท่นวาง PDAs ติดอยู่ในตัวคีย์บอร์ด เมื่อใช้งานก็สามารถพับกางออกมาได้เท่าคีย์บอร์ดขนาดปกติ

คีย์บอร์ดเสมือน

ในปีค.ศ. 2002 บริษัท Canesta สร้างแป้นพิมพ์แบบพกพาที่สามารถฉายแสงอินฟราเรดจำลองภาพคีย์บอร์ดเสมือนออกมาและติดตามการเคลื่อนไหวนิ้วมือของผู้ใช้งานได้ว่ากดปุ่มอะไรอยู่

คีย์บอร์ดบนหน้าจอสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเคาะแป้น

การใช้คีย์บอร์ดเสมือนยังมีสิ่งที่ขาดหายไปนั่นคือ "ความรู้สึกเหมือนการเคาะแป้นพิมพ์" จึงมีการคิดค้น "Tixels" (tactile pixels) หรือหน้าจอสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกดปุ่มคีย์บอร์ด ซึ่งจะมีปุ่มยื่นออกมาบนหน้าจอขณะกดปุ่มคีย์บอร์ดและจะหดกลับไปเป็นหน้าจอเรียบๆ เมื่อไม่ได้ใช้งานคีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดสำหรับมือโปรและคอเกมส์

คีย์บอร์ดบางรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะทาง เช่น คีย์บอร์ดเล่นเกมส์ โดยคีย์บอร์ดแบบนี้จะมีปุ่มกดฟังก์ชั่นคีย์ลัดหรือทัชสกรีนที่ทำมาเป็นพิเศษ แต่แน่นอนว่าราคาก็แพงกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปด้วยเช่นกัน

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Mon, 24 Jul 2017 07:44:28 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)