เรื่องปัญหาแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเสื่อม นับเป็นอีก 1 ปัญหาหลักที่ผู้ใช้งานหลายๆ คนมักประสบพบเจอกับโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรดของตนเองอยู่บ่อยครั้ง และหากเรายังฝืนใช้งานแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพแล้วต่อไปเรื่อยๆ ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงได้ในอนาคตหากยังใช้งานต่อไป ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูวิธีการสังเกตุว่า แบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือที่เราใช้อยู่นั้นเริ่มจะเสื่อมแล้วหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานแบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งหากเราสามารถทราบถึงสภาพแบตเตอรี่ของเราได้ตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ สามารถเตรียมการในการซื้อแบตเตอรี่ตัวใหม่มาแทนตัวเก่าได้ล่วงหน้าอีกด้วย ส่วนจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้จากด้านล่างนี้เลย!

ในปัจจุบันแบตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือแฟบเล็ต ได้เริ่มหันมาใช้งานแบตเตอรี่ชนิด Lithium Ion กันมากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วแบตเตอรี่ชนิดนี้จะมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มเสื่อมตามสภาพการใช้งาน และหากยังใช้งานแบตเตอรี่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ต่อไปเรื่อยๆ ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงอย่างเช่น แบตเตอรี่ระเบิดก็เป็นได้ สำหรับวิธีการสังเกตุว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือของเราเสื่อมสภาพแล้วรึยัง? สามารถทำได้ด้วยวิธีการ ดังนี้

1. สังเกตจากการใช้งาน

ในยามปกติ หากเราใช้งานทั่วไปบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือแฟบเล็ต ฯลฯ ระดับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่แสดงผลเป็นหน่วย % นั้นจะค่อยๆ ลดลงที่ละ 1% และจะลดลงโดยเฉลี่ย 1-2% ต่อครั้งเท่านั้น เมื่อใช้งานหนักมากขึ้นเช่น เล่นเกมส์ ดูหนัง ใช้ 4G LTE ดังนั้นหากเราสังเกตุว่าระดับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือลดลงมากเกินกว่านี้ใน 1 ครั้ง ก็ให้สันนิฐานเบื้องต้นว่า แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเราอาจเริ่มหมดอายุการใช้งานแล้ว

 

2. เช็คสภาพตัวแบตเตอรี่ด้วยสายตา 

การเช็คสภาพแบตเตอรี่ด้วยวิธีนี้ นับเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในหลายๆ วิธี นั้นคือการถอดตัวแบตเตอรี่ออกมาดูสภาพภายนอกทั่วไปของแบตฯ ด้วยสายตาของผู้ใช้งาน ซึ่งโดยปกติแล้วแบตเตอรี่จะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ตัวแบตฯต้องไม่บวม บิดเบี้ยว หรือมีรอยถลอกจนเห็นเนื้อในของแบตฯ รูปทรงทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนซื้อครั้งแรก (โดยปกติทั่วไปแล้วแบตฯจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแบนราบ)

 

3. ทดสอบด้วยการหมุน

ในบางครั้งการมองด้วยสายตา ตามวิธีการที่ 2 นั้น ก็อาจทำให้เราสังเกตุแบตฯ ที่บวมออกเพียงเล็กน้อยได้ไม่ถนัดนัก ดังนั้นเราสามารถเช็คผลการสังเกตุอีกครั้ง ด้วยการนำแบตฯ ก้อนที่เราสงสัยมาทำการหมุนบนพื้นที่ที่มีสภาพเรียบไม่ขรุขระ หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง โดยส่วนมากแล้วแบตเตอรี่เดิมๆ จะสามารถหมุนได้ไม่เกิน 1 รอบเท่านั้น แต่หากแบตฯ ที่เรานำมาเช็ตหมุนได้หลายรอบ นั้นแปลว่าแบตเตอรี่ก้อนนั้นอาจบวม และหมดสภาพการใช้งานไปแล้ว

 

4. ตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรม

การนำแอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่มาใช้งานในการตรวจสอบก็นับเป็นอีกวิธีการที่น่าสนใจ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แฟบเล็ต ฯลฯ บางรุ่นนั้นไม่สามารถถอดแบตฯ ออกมาทดสอบได้ สำหรับตัวของแอพพลิเคชั่นนั้นสามารถเลือกดาวน์โหลดมาใช้งานได้ตามความสนใจของผู้ใช้งานได้เลย 

 

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน แฟบเล็ตแอนดรอยด์ สามารถกดรหัส เพื่อเข้าสู่หน้ารายงานผลสภาพของแบตเตอรี่ได้ทันที ด้วยการกด *#*#4636#*#* แล้วเข้าเมนู Batterry information

*ใช้งานได้เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น

 

แล้วจำเป็นไหม? ที่แบตเตอรี่ต้องมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี 

อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า อายุการใช้งานแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือนั้น จะมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 ปี แต่!! ไม่จำเป็นต้องมีอายุครบตามการใช้งานดังกล่าว เนื่องจากมีหลายๆ ปัจจัยที่อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้เร็วกว่ากำหนด

 

ปัจจัยอะไรบ้าง? ที่อาจนำไปสู่ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมก่อนกำหนด

สำหรับปัจจัยที่อาจนำไปสู่ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนกำหนดนั้น มีหลากหลายปัจจัย หลากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนมากแล้วมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้งานโทรศัพท์มือถือ ขณะชาร์จไฟแบตเตอรี่
  • การใช้อุปกรณ์การชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การใช้งานแบตเตอรี่ปลอม

โดยทั้งหมดนี้เป็นพฤติกรรมหลักๆ ที่ผู้ใช้งานส่วนมากนิยมทำ และเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมก่อนกำหนด

ปัญหาเรื่องแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเสื่อมนับเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างมาก เพราะการใช้งานแบตเตอรี่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ต่อไปเรื่อยๆ อาจนำไปสู่อันตรายจากการใช้งานขั้นรุนแรงก็เป็นได้ และหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานหลายๆ คนตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือในระหว่างการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากการใช้งานแบตเตอรี่เสื่อมในอนาคต

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 30 Mar 2017 17:25:04 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)