เมื่อเทคโนโลยีใหม่ถูกใส่เข้ามาในสมาร์ทโฟน ผู้บริโภคมักเห็นดีเห็นงามคล้อยตามง่ายๆ โดยผู้คนมักคิดในตรรกะที่ว่า "ของใหม่ย่อมดีกว่าเดิม" สมาร์ทโฟนที่รองรับพอร์ต USB Type-C ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่ แต่ความจริงเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนที่รองรับพอร์ต USB Type-C ที่หลายคนอาจยังไม่รู้นั้นน่าสนใจและควรทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก

1. สมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C ไม่ได้หมายความว่าจะชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นเสมอไป

ความเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับ USB Type-C คือผู้คนมักคิดว่าสมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น แต่ความจริงแล้ว USB Type-C เป็นเพียง "รูปแบบภายนอกของพอร์ตเชื่อมต่อ" ที่ทำขึ้นมาเพื่อรองรับมาตรฐาน USB 3.1 โดยการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนแบบเร็ว (Fast Charging) นั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการชาร์จในตัวสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชาร์จที่รองรับด้วย

2. สมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานจะดาวน์โหลด / อัพโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นเสมอไป

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ USB Type-C ต่อมาคือผู้คนมักคิดว่าพอร์ตแบบนี้จะช่วยให้ดาวน์โหลด / อัพโหลดข้อมูลได้เร็วกว่าพอร์ตแบบอื่น แต่จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับมาตรฐาน USB 2.0 / USB 3.0 / USB 3.1 ที่สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นรองรับ

ถ้าหากว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นรองรับมาตรฐาน USB 3.1 และมีพอร์ต USB Type-C ในตัวแล้ว ทางทฤษฎีสามารถทำความเร็วสูงสุดในการโอนถ่ายข้อมูลได้ถึง 10Gbps แต่ความเป็นจริงนั้นมีคอขวดเป็นอุปสรรคที่มาทำให้ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลช้าลง ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลของพื้นที่เก็บข้อมูล หรือมาตรฐาน USB ที่อุปกรณ์อีกฝั่งหนึ่งรองรับ เป็นต้น

3. สมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C ยังไม่แพร่หลายนัก

คนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต microUSB เมื่อออกไปข้างนอกและต้องการชาร์จแบตเตอรี่อย่างกระทันหัน อาจจะขอยืมสายชาร์จหรือ PowerBank จากเพื่อนหรือคนใกล้ตัว ซึ่งหลายๆ คนนิยมพกติดกระเป๋าไว้ใช้งานเพราะเป็นของที่หาง่ายและได้รับความนิยมสูง

แต่ถ้าเป็นผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C แล้วลืมเอาสายชาร์จติดตัวมา คงต้องใช้เวลานานกว่าจะหาคนที่มีสายชาร์จแบบมีพอร์ต USB-Type C เหมือนกันให้ยืม คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวไม่น้อย

4. สายแพที่มีหัว USB Type-C เป็นของที่ค่อนข้างหายากและมีราคาแพง

มีร้านค้าไม่กี่ร้านที่มีสายแพแบบ USB Type-C วางจำหน่ายเนื่องจากความต้องการในตลาดยังค่อนข้างต่ำ และที่สำคัญคือมีราคาแพงกว่าสายแพแบบ microUSB หลายเท่าทีเดียว

5. อุปกรณ์เสริมที่มีอยู่อาจจะกลายเป็นของไร้ประโยชน์

ถ้าคุณเป็นคนที่มีอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟนหลายๆ ชิ้น อย่างเช่น PowerBank หรืออแดปเตอร์ต่างๆ อาจจะต้องโละของเหล่านี้ทิ้งเมื่อเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต USB Type-C เพราะว่าอุปกรณ์เสริมหลายอย่างในปัจจุบัน มักจะมีพอร์ต microUSB เป็นส่วนใหญ่โดยมีน้อยชิ้นที่มีพอร์ต USB Type-C ติดมาให้ใช้งาน

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 22 Aug 2017 10:52:27 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)