เรียกว่ากลายเป็นข่าวร้อนแรงสำหรับวงการสมาร์ทโฟนในบ้านเราชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว เมื่อบริษัทแดนกิมจิ LG ได้ประกาศขอพักทำธุรกิจด้านอุปกรณ์สื่อสารในบ้านเราตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นไป โดยศูนย์บริการทั้งหมดก็ยังคงเปิดให้ลูกค้าเช่นเดิม ไม่มีการทอดทิ้งหรือลอยแพแต่อย่างใด ก่อนกลับมาลุยอีกครั้งช่วงไตรมาสที่ 4 ปีพุทธศักราช 2559 เพียงแต่ครั้งนี้เหตุผลที่แอลจีประเทศไทยขอเว้นวรรคชั่วคราว สืบเนื่องมาจากต้องการปรับกลยุทธ์ รวมถึงโครงสร้างต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเรามาวิเคราะห์กันหน่อยว่าปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดการประกาศขอพักชั่วคราว....?

เริ่มกันที่ปัจจัยแรกเลย : การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

เรียกได้ว่าเดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนในบ้านเรา ไม่ได้มีแค่เพียงแค่ 10 หรือ 15 แบรนด์แล้ว แต่มีมากมายจนนับไม่ถ้วนเสียเหลือเกิน ทั้งยังราคาถูกแค่หลักพันต้น ๆ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างมองว่าตลาดในประเทศไทย ยังคงเป็นเค้กก้อนโต และเติบโตได้อยู่เรื่อย ๆ ด้วยเหตุที่ว่ามีประชากรจำนวนมาก และทุกช่วงอายุก็เริ่มหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนกันมากขึ้นอีกด้วย 

การตลาดไม่เปรี้ยงปร้าง ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม

นอกจากมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้นแล้ว การตลาดของ LG ประเทศไทยเองยังคงไม่เปรี้ยงปร้าง จึงส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ อาทิ Apple, Samsung, OPPO, Asus, Lenovo, Huawei เป็นต้น ที่เดินหน้าโปรโมทสมาร์ทโฟนของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าในปัจจุบันการทำโฆษณาเป็นจุดที่สำคัญมาก ถ้าจะหวังการตลาดแบบปากต่อปาก หรือการโฆษณาด้วยเพจโลกออนไลน์ อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก หากไม่รู้จักแบรนด์

 

งบทำการตลาดน้อย หรือไม่ทำการตลาด...?

กลายเป็นอีกหนึ่งคำถามที่น่าสงสัยเหมือนกันเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าแอลจีไม่ค่อยออกโฆษณาของผลิตภัณฑ์เท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์, ตามแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งชุมชน, บนเครือข่ายสัญญาณโทรทัศน์ เป็นต้น ดังนั้นอาจมองได้ว่าพวกเขา (LG) เลือกจะไม่ทำการตลาด หรือว่ามีงบน้อยกันแน่ ซึ่งในยุคที่การช่วงชิงพื้นที่ข่าวสารสำคัญเช่นนี้ การอยู่เงียบ ๆ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก 

 

ช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ที่ทำให้ใครหลายคนมองหาสมาร์ทโฟนได้จากทั่วโลก

นับได้ว่าธุรกิจการสั่งซื้อของออนไลน์มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่เพียงของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกต่อไป แต่ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อะไรก็สามารถวางจำหน่าย และสั่งซื้อได้แล้ว โดยอีกไม่กี่วันก็มาส่งถึงบ้าน เปรียบได้กับเหล่าสมาร์ทโฟนเหมือนกันที่มีตัวเลือกจากทั่วโลก แล้วยิ่ง LG ยังไม่ใช่ความคิดแรกที่แวบเข้ามาเมื่อจะเลือกซื้อ ยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ยังไม่รู้จัก LG ดีมากพอ ทั้งที่บริการหลังการขายดีเยี่ยม และก็มีความเสถียรอีกแบรนด์หนึ่ง

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก-รุ่นกลาง-รุ่นใหญ่ ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีนัก

ถ้าคนที่อยู่ในวงการสมาร์ทโฟนมาพอสมควร หากให้นึกถึงเอกลักษณ์สมาร์ทโฟนของ LG ก็ต้องบอกว่ารุ่น G ซีรีย์แน่นอน ทว่าถูกวางให้อยู่ในตำแหน่ง Flagship จึงมีราคาที่สูง แต่เนื่องด้วยคนยุคใหม่ประกอบกับเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย มองว่าปัจจุบันสมาร์ทโฟนราคาระดับพันเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเกินสองหมื่นแต่อย่างใด อีกทั้งรุ่นเล็กรุ่นกลางของแอลจี ไม่มีตัวเลือกมากเหมือนกับแบรนด์อืน ๆ ทำให้สูญเสียโอกาสทางการขายมากขึ้นไปอีก รวมถึงความจงรักภักดีของผู้ใช้

อย่างไรก็ดีสำหรับบริษัท LG ประเทศไทย ก็ได้ระบุว่าจะกลับมาทำตลาดอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีพุทธศักราช 2559 ซึ่งการเว้นวรรคชั่วคราวในครั้งนี้ ก็อาจเป็นเพราะต้องการจะศึกษาแนวโน้มทางการตลาดในประเทศไทยว่าในอนาคตจะเป็นแบบใด รวมถึงปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น เพื่อวางแผนได้ดีขึ้นในห้วงสถานการณ์ของการแข่งขันที่รุนแรง

นอกจากนี้ใครที่กำลังต้องการจะจับจองเป็นเจ้าของ LG V10 & LG G5 & LG Nexus 5 คงต้องหิ้วเอาอย่างเดียวแล้วละครับ ไม่ก็ต้องมองหาตามตู้ขายทั่วไป

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 25 Mar 2017 21:53:56 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)