นับได้ว่าปีคริสต์ศักราช 2015 เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจจริง ๆ เมื่อเหล่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนได้แข่งขันกันอย่างรุนแรง ต่างงัดกลยุทธ์ หรือลูกเล่นต่าง ๆ ออกมาสร้างความแตกต่างกันอย่างไม่น้อยหน้า โดยก็ต้องบอกว่าเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือก็กลายเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว เช่นเดียวกับพอร์ตเชื่อมต่อ Micro USB 2.0 ที่ได้เริ่มหมดความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเราลองมาสำรวจเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นภายในปีค.ศ. 2015 กันหน่อยว่ามีอะไรโดดเด่นบ้าง...?

1. เริ่มกันด้วยเทคโนโลยีที่จะมาแทนที่การสแกนลายนิ้วมือก็คือ การสแกนม่านตา หรือ Iris scanner .... ?

โดยฟีเจอร์นี้ถูกเผยโฉมออกมาอย่างเป็นทางการจากบริษัทแดนปลาดิบสัญชาติญี่ปุ่นนามว่า Fujitsu ที่ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนนามว่า "Arrow NX F-04G" กับคุณสมบัติการสแกนม่านตา ซึ่งก็มาพร้อมกับสเปกที่จัดเต็มดังต่อไปนี้

  • ระบบปฏิบัติการ : แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 5.0
  • หน้าจอ : ขนาดกว้าง 5.2 นิ้ว ความละเอียด Quad HD (2K)
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 810 CPU Octa-core แบบ 64 บิท
  • Ram 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB
  • ระบบเชื่อมต่อ : 3G, 4G LTE (Cat 6 และ VoLTE), WiFi, NFC และ One Seg TV
  • แบตเตอรี่ : ความจุ 3,120 mAh
  • กล้อง : ด้านหลัง 21.5 ล้านพิกเซล ด้านหน้า 2.4 ล้านพิกเซล

คงต้องบอกว่าเทคโนโลยีการสแกนม่านตาน่าจะถูกนำมาใช้งานอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะช่วยทำให้เราไม่ต้องไปจดจำรหัสผ่าน 4 ตัวให้สับสน หรือปลอมแปลงลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานสมาร์ทโฟน แต่หลายคนอาจจะยังรู้สึกแปลก เขิลอาย เมื่อต้องยกสมาร์ทโฟนมาอยู่ในระดับสายตา เพื่อปลดล็อค ถ้าคนเดียวทำอาจไม่เท่าไร แต่ถ้าในพื้นที่นั้นสัก 5 - 10 คน ปลดล็อคพร้อมกันอาจมีขบขันกันหน่อยละ ยังไม่รวมถึงอันตราย โดยเฉพาะการใช้งานนอกบ้าน

2. พอร์ต MicroUSB Type-C เพิ่มประสิทธิภาพการรับ-ส่งข้อมูล และการชาร์จแบตเตอรี่

กลายเป็นปัจจัยที่น่าจับมองเลยทีเดียวสำหรับพอร์ต USB Type-C เพราะเชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำมาใช้งานอย่างกว้างขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของเดิม โดยภายในปีค.ศ. 2015 เราก็ได้เห็นหลายแบรนด์ต่างนำลูกเล่นมาอยู่ในสมาร์ทโฟนกันแล้วอาทิ OnePlus 2, Microsoft 950 & 950 XL, Nexus 6P & Nexus 5X และจากค่าย LeTV, ZTE, LG, Xiaomi, Gionee เป็นต้น 

 

สำหรับพอร์ต USB Type-C จะสามารถใช้งานด้านไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเสียบให้ถูกด้านเหมือนกับพอร์ต USB 2.0 และยังรับส่งข้อมูล รวมถึงชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไม่เป็นที่แพร่หลายนักของอุปกรณ์ที่รองรับพอร์ตดังกล่าว

3. เทคโนโลยีหน้าจอรูปแบบใหม่ ที่สามารถแยกแยะแรงกดที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน (Pressure sensitive displays)

โดยในปีนี้สมาร์ทโฟนที่ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ก็ได้แก่บริษัทจากประเทศจีน Huawei กับสมาร์ทโฟนรุ่น Mate S และก็อีกหนึ่งบริษัทสัญชาติอเมริการนามว่า Apple ที่นำมาไว้ใน iPhone 6s & 6s Plus ซึ่งตั้งชื่อเทคโนโลยีหน้าจอรูปแบบใหม่นี้ว่า Force Touch Displays และ 3D Touch

กลายเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะทำให้หน้าจอเราไม่ใช่แค่เพียงการแสดงผลอีกแล้ว แต่จะมีความอัจฉริยะมากขึ้น ด้วยการรับรู้แรงกดที่แตกต่าง เพื่อเรียกใช้การทำงานที่ไม่เหมือนกัน และภายในปีค.ศ. 2016 ก็อาจจะเห็นเทคโนโลยีดังกล่าวมากขึ้น โดยหนึ่งบแรนดืที่มีข่าวลืออย่างหนักเลยในตอนนี้คือแบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้อย่าง Samsung กับสมาร์ทโฟน Galaxy S7

4. เทคโนโลยีสุดเจ๋งที่จะช่วยให้เราไม่ต้องกังวลว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนของเราจะแตก เมื่อตก หรือเกิดอุบัติเหตุ (Shatterproof display)

เชื่อได้ว่าปัญหาหน้าจอของสมาร์ทโฟนแตก เป็นข้อกังวลที่ใครหลายคนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ต่ออิริยาบถการใช้งานในกิจกรรมต่าง ๆ และในปัญหานี้ผู้ผลิตก็รับรู้ แต่ไม่มีใครลงมือแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ต้องเสียเงินเพื่อเปลี่ยนหน้าจอใหม่อย่างเดียว

ทว่า Motorola ก็ไม่นิ่งเฉยต่อปัญหานี้ ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Shatterproof display โดยจะมีเลเยอร์ถึง 5 ชั้น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอของสมาร์ทโฟน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 

  • ชั้นที่ 5 : เป็นส่วนที่ถูกออกแบบให้ป้องกันรอยขีดข่วนและรอยขีดข่วน
  • ชั้นที่ 4 : เลเยอร์สำคัญที่ช่วยให้หน้าจอไม่ร้าวและแตก (Won't crack or shatter)
  • ชั้นที่ 3 : มาในลักษณะเลเยอร์คู่ ทำหน้าที่ช่วยป้องกันแรงกระแทก โดยถ้าเลเยอร์แรกมีความเสียหาย อีกหนึ่งเลเยอร์จะทำหน้าที่แทน เสมือนเป็นเกราะป้องกัน 2 ชั้น
  • ชั้นที่ 2 : เป็นหน้าจอแบบ AMOLED ที่ยืดหยุ่นได้ พร้อมทั้งดูดซับแรงกระแทก
  • ชั้นที่ 1 : โครงที่ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม ทำหน้าที่ยึดรวมกับเลเยอร์อื่น ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งยังเพิ่มความทนทานอีกด้วย

อย่างไรก็ดีถ้าหากเทคโนโลยี Shatterproof display ทาง Motorola จดสิทธิบัตรไว้ละก็ งานนี้เราอาจเห็นแต่สมาร์ทโฟนหน้าจอไม่แตกสลายจากของแบรนด์เท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจได้เห็นรายอื่นลงมือพัฒนาเทคโนโลยีในลักษณะนี้อย่างจริงจังภายในปีนี้ก็เป็นได้

5. Ram ประเภท LPDDR4 จะมีให้เห็นในรุ่น Flagship มากขึ้น และมาพร้อมกับขนาด 4GB ไม่ใช่เพียง 3GB

เราจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงทั้งหลายส่วนใหญ่จะใช้ Ram ประเภท LPDDR4 กันทั้งนั้น นั่นก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม, การเรียกใช้งานฟังก์ชั่น หรือแอพฯ ต่าง ๆ 

6. Continuum for Phones เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สุดเจ๋งที่จะทำให้เรานั้นมีทั้งสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์

แน่นอนว่าข้อดีของสมาร์ทโฟนก็คือสามารถพกพาได้สะดวกทุกที่ เพราะขนาดที่เล็กกะทัดรัดจึงทำให้มีหน้าจอเล็กตามลงไปด้วยการจ้องมองคอนเทนต์ต่าง ๆ เป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดอาการสายตาล้า ดังนั้นถ้าหากเราสามารถนำสมาร์ทโฟนของเราไปต่อกับจอที่มีขนาดใหญ่กว่าได้คงดีไม่น้อย 

Microsoft ตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ Continuum for Phones ซึ่งผู้ใช้สามารถนำสมาร์ทโฟนไปเชื่อมต่อกับ Microsoft Display Dock จากนั้นมีเพียงจอ, เม้าส์ และคียฺบอร์ด เราก็จะมีคอมพิวเตอร์แล้ว โดยการทำงานยังแยกกันอีกด้วย

โดยสมาร์ทโฟนที่รองรับฟีเจอร์ Continuum for Phones เช่น Lumia 950 & 950 XL และ Acer Liquid Jade Primo ... สุดท้ายแล้วจะมีรุ่นใดในปีนี้อีก ต้องรอดูกันครับ สำหรับ Windows 10

7. หน้าจอความละเอียด 2K ได้เริ่มเป็นบรรทัดฐานในบรรดารุ่นท็อป แล้วทำไมหน้าจอความละเอียด 4K จะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นในปีนี้ไม่ได้...?

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อบริษัท Sony ได้เปิดตัว Xperia Z5 Premium ที่มาพ้รอมจุดเด่นหน้าจอความละเอียดระดับ 4K รุ่นแรกของโลก ดังนั้นนี่ก็เป็นข้อสังเกตได้ว่าหน้าจอของสมาร์ทโฟนไม่ได้ถึงจุดสูงสุดแค่เพียง 2K เท่านั้น 

ท้ายที่สุดแล้วแบรนด์ใดจะสามารถพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟนความละเอียด 4K รายที่สอง เราคงต้องติดตามกันต่อไปแล้ว แต่ประเด็นสำคัญก็คือจะทำอย่างไรให้หน้าจอสแตนบายอยู่ที่ความละเอียด 4K ตลอด โดยที่ไม่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่ และเครื่องร้อน

อย่างไรก็ตามคงต้องบอกว่าเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นทั้ง 4 ด้านนี้ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดย 3 อย่างข้างต้นเราอาจจะได้เห็นกันอย่างแพร่หลายแน่นอน แต่ในด้านที่ 4 ถ้าหาก Motorola จดสิทธิบัตรไว้แต่เพียงผู้เดียว เราอาจจะได้เห็น Shatterproof display แค่สมาร์ทโฟนในแบรนด์เท่านั้น

สุดท้ายการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนจะเป็นเช่นใด เราต้องติดตามกันนะครับ และในปีค.ศ. 2016 จะยังเกิดเทคโนโลยีใหม่อะไรอีก ต้องจับตามอง!!!

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 25 Apr 2017 05:57:09 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)