หากมองย้อนกลับไปในอดีตก็เชื่อว่าใครหลายคนคงคิดว่าการรักษาความปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือสักเครื่องหนึ่งคงมีไม่มากไปกว่าการใส่รหัส (PIN) เพื่อปลดล็อคเข้าใช้งาน อย่างไรก็ตามเมื่อวันเวลาผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมถูกพัฒนาขึ้น โดยในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมาได้เข้าสู่ยุคระบบสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งเมื่อตอนเทคโนโลยีนี้มาใหม่ ๆ ก็ต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว ว่าเรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร และผ่านไปอีกสักปีสองปีก็เข้าสู่ระบบการสแกนม่านตา พร้อมกับตั้งประเด็นว่ามันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นไปตามธรรมชาติละครับอะไรที่มันดีแล้วก็ต้องให้มันดีขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับระบบสแกนลายนิ้วมือในรูปแบบใหม่ของ "Qualcomm" ที่ได้นำระบบใหม่การสแกนนิ้วมือผ่านคลื่นเสียง (Ultrasonic waves) ในชื่อเรียกว่า Sense ID ซึ่งเทคโนโลยี้เราอาจเห็นในชิปเซ็ตบน Snapdragon ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ เพราะฉะนั้นแล้วมาทำความรู้จักกันหน่อย...?

สำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นก็ได้มีพื้นฐานมาจากการสแกนลายนิ้วมือแบบธรรมดา ในลักษณะที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเชื่อว่าใครหลายคนเคยประสบปัญหาการสแกนกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำความถูกต้อง, การสแกนไม่ติดบ้าง เป็นต้น จึงทำให้ต้องปวดหัวกันไม่น้อย เพราะถ้าหากสแกนไม่ติดก็ต้องกรอกรหัสแต่บางทีจำไม่ได้ งานนี้ต้องบอกว่าเรียบร้อยเสียเงินเข้าศูนย์ เพื่อทำการ Reset แต่ถ้าเราไม่ใช่ผู้ใช้งานมือใหม่ก็สามารถทำได้ด้วยตนเองเช่นกัน

ดังนั้นแล้วเมื่อเกิดปัญหาการสแกนลายนิ้วมือขึ้น Qualcomm จึงเป็นเจ้าแรกที่ดำเนินการพัฒนาการสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ ด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสำหรับตรวจจับลักษณะของผิวหนังนิ้วแทน จากรูปแบบเดิมที่ใช้การจำลองภาพเพียง 2 มิติ แต่ Sense ID นั้นใช้การจำลองภาพแบบ 3 มิติ จึงทำให้ได้ครบทุกรายละเอียดมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ทาง Qualcomm ยังระบุอีกว่าเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือ (Sense ID) นั้นสามารถสแกนผ่านกระจก, อะลูมิเนียม, เหล็ก, แซฟไฟร์, พลาสติก นั่นหมายความว่าในอนาคตเซ็นเซอร์นี้จะถูกติดตั้งที่ไหนก็ได้บนสมาร์ทโฟนของเรา (แต่ว่าการปลดล็อคต้องทำบริเวณที่เซ็นเซอร์อยู่เท่านั้น) โดยที่ไม่ต้องมีปุ่มมาให้กดอีกแล้ว 

หรือแม้แต่นิ้วสกปรก, เปียกเหงื่อ รวมถึงโลชั่นต่าง ๆ ก็จะสามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างไม่มีปัญหา ต่างจากที่ในปัจจุบันยังพบจุดบกพร่องในลักษณะนี้อยู่บ้าง

ทั้งยังรองรับการยืนยันตัวตันผ่านเครือข่าย FIDO Alliance ที่ในปัจจุบันก็เริ่มเข้ามีส่วนสำคัญในการยืนยันตัวตนมากขึ้นสำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้ตั้งจุดประสงค์ขององค์กรไว้ว่าจะเปลี่ยนวิธีการยืนยันตัวตนออนไลน์ไปสู่ความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าหมดยุคสมัยการยืนยันตัวตนหรือเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านแล้ว

เรียกได้ว่านี่คือการพัฒนาอีกขั้นของระบบสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งหวังว่าอาจเป็นก้าวแรกของเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย รวมถึงความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตามทาง Qualcomm ระบุว่าเบื้องต้นก็จะใช้งานได้กับชิปเซ็ตใหม่ Snapdragon 820, 810 (รุ่นใหม่) และ 425 ส่วนชิปเซ็ตในอนาคตก็จมีเทคโนโลยีดังกล่าวติดตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 30 May 2017 03:56:38 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)