ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ทว่าในยุคที่สมาร์ทโฟนกำลังรุ่งเรืองเช่นนี้ ย่อมมีผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และแน่นอนว่าของปลอมก็มีมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวดีไวซ์, แบตเตอรี่, อุปกรณ์เสริม อย่างการ์ดหน่วยความจำภายนอกหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ MicroSD Card ซึ่งก็เชื่อว่ามีใครหลายคนที่ไม่รู้วิธีตรวจสอบว่า MicroSD Card ควรตรวจสอบแยกแยะอย่างไรว่าเป็นของจริง ของปลอม ดังนั้นบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีเช็คสินค้า เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลโกง....?

ก่อนจะเริ่มวิธีตรวจสอบเรามาดูกันหน่อยว่า MicroSD Card มีความจำเป็นอย่างไร...?

อย่างที่เราทราบกัน MicroSD Card นั้นมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการเก็บบันทึกข้อมูล ซึ่งก็มีหลักการคล้ายกับของคอมพิวเตอร์อย่าง Hard drive เพียงแต่ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการใช้งาน ด้วยเหตุที่ว่าแอพฯ หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำในแต่ละวัน ล้วนแต่ต้องอาศัยหน่วยความจำภายนอกเข้ามาเสริม ถ้าอาศัยเฉพาะหน่วยความจำภายใน (Rom) เพียงอย่างเดียวคงต้องลบภาพ หรือต้องบริหารจัดการกันให้วุ่นวาย

ทั้งนี้นอกจาก MicroSD Card ยังมีความจำเป็นต้องเราแล้ว อีกข้อที่เราควรทราบนั่นคือตัวเลขบน MicroSD Card คืออะไร มีไว้ทำไม...?

หมายเหตุ : อ่านรายละเอียดฉบับเต็มความรู้เรื่องตัวเลข MicroSD Card ได้ที่ Siamphone.com

โดยตัวเลขที่ปรากฏอยู่บน MicroSD Card มีไว้สำหรับบอกระดับ Class ของ MicroSD Card ว่าอยู่ในระดับ Class ไหน ซึ่งก็จะเป็นตัวชี้วัดถึงความสามารถด้านความเร็วในการเขียนหรือโอนถ่ายข้อมูลของ MicroSD Card และแน่นอนว่าถ้ายิ่ง Class เยอะ ราคาวางจำหน่ายก็สูงตามไปด้วย ส่งผลให้มีผู้ขายทำกลโกงมาหลอกลวงผู้บริโภคอย่างเราด้วยเหตุที่ว่าช่องทางการซื้อสินค้าในปัจจุบันมีหลากหลายเหลือเกินจึงมีช่องโหว่มาก ยากที่จะควบคุม!!

แล้วคำถามคือของปลอมสามารถสร้างความเสียหายอะไรกับเราได้บ้าง...?

1. อย่างแรกเลยถ้าเกิดเราซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เราจะมีโอกาสสูญเสียเงินสูงมาก

2. ข้อมูลที่เราโอนถ่ายอาจเป็นส่วนที่เสียหาย กล่าวคือ ยกตัวอย่างการ์ด MicroSD Card ของปลอมเขียนระบุไว้ว่าเป็นความจุ 32GB Class 10 ซึ่ง ณ ที่นี้ก็อาจเป็นแค่ 8GB Class 4 ก็เป็นได้ เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ภายนอกได้อย่างถ่องแท้ ด้วยเหตุที่ว่ามีการปลอมแปลงที่แนบเนียน บางตัวไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า อีกทั้งเมื่อนำไปใส่สมาร์ทโฟนหรือเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ยังแสดงเป็นความจุ 32GB ด้วยซํ้าไป ทั้งๆ ที่มีเพียงแค่ 8GB ส่งผลให้เมื่อเขียนข้อมูลไปส่วนเกิน 8GB ก็จะไม่ได้รับการบันทึก หรือเขียนทับของเดิมไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นข้อมูลเสีย 

3. และนอกจากจะสูญเสียเงิน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดีไวซ์และข้อมูลส่วนตัวได้อีกด้วย เพราะใน MicroSD Card อาจมีการฝังสแปมไว้!! 

วิธีป้องกันและตรวจเช็คการ์ด MicroSD จะทำได้อย่างไรบ้าง....? 

ถ้าหากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

ถ้าหากเราซื้อ MicroSD Card ผ่านช่องทางออนไลน์ แน่นอนว่ารูปของสินค้าที่นำมาแปะอาจเป็นของจริง หรือของปลอม และเราไม่สามารถแยกแยะตรวจสอบได้ ดังนั้นวิธีตรวจสอบเบื้องต้นคือ...

  • MicroSD Card ของแท้ต้องมียี่ห้อที่เรานั้นคุ้นหู หรือเคยได้ยิน ถ้าบนการ์ดเขียนเพียงความจุ ระดับ Class และตัวอักษรดูผิดเพี้ยนดูไม่มีมาตรฐาน ควรมองข้ามไปซะ
  • ตรวจสอบสินค้าประเภทเดียวกันจากผู้ขายหลายราย ว่ามีราคาสินค้าต่างกันมากน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นข้อเปรียบเทียบ แต่ก็อย่าลืมว่าถึงแม้จะมีราคาแพงใช่ว่าจะเป็นของจริง เพราะเราไม่ได้เห็นสินค้าด้วยตา 
  • อ่านคอมเม้นท์คนอื่นที่เข้ามาซื้อสินค้าแต่ละผู้ลงขายรายการสินค้า เพื่อตรวจสอบว่ามีการ Feedback อย่างไรบ้าง
  • เปรียบเทียบจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายภายนอก ที่ไม่ใช่ช่องทางออนไลน์ และต้องเชื่อถือได้มีมาตรฐาน เพื่อเช็คดูว่ามีข้อแตกต่างด้านราคาและความสามารถมากน้อยแค่ไหน
  • ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใดควรอ่านกฏเกณฑ์ของช่องทางออนไลน์นั้นๆ ให้ดีเสียก่อน 
  • สุดท้ายเมื่อสินค้าแล้ว จดชื่อผู้ลงขาย หรือข้อมูลต่าง ๆ ไปจนถึงหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในครั้งนี้ไว้ให้ดี เพื่อใช้เป็นข้อพิสูจน์ต่อการยื่นเรื่องนำเงินคืน และแจ้งจับผู้กระทำผิด หากสินค้านั้นเป็นของปลอม

 

ถ้าหากซื้อด้วยตัวเอง

แน่นอนว่าสินค้าแบบนี้ซื้อด้วยช่องทางออนไลน์นั้นคงสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง หรือเวลาแต่อย่างใด ทว่าสินค้าบางประเภทก็อย่าลืมเตือนตัวเองว่า การดูสินค้าด้วยตาตนเองนั้นจะมีมาตรฐานกว่า ทั้งยังไม่ต้องเสียใจเมื่อซื้อสินค้ามาเป็นของปลอม เพราะอย่างน้อยเราก็สามารถใช้วิจารณญาณรวมถึงประสบการณ์ของตนเองตัดสินใจได้ ดังนั้นแล้วเราลองมาดูวิธีตรวจเช็คกันหน่อย...?

1. แพ็กเกจต้องไม่มีรอยแกะ ดูดีมีมาตรฐาน และที่สำคัญดูเครื่องหมายรับรองต่างๆ อีกทั้งควรสังเกต MicroSD Card ว่ามีหน้าตาที่ดูผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นพื้นหลัง, ตัวอักษร, เฉดสี, รอยตัดของการ์ด ว่าดูเลอะเทอะไม่เป็นไปตามรูปลักษณ์ดังที่เราเคยเห็น

2. ถ้าหากมีของจริงที่เคยใช้งานควรนำติดตัวมาด้วย เพื่อเปรียบเทียบดูว่า มีความแตกต่างกันหรือไม่ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นใจได้

3. สุดท้ายการเลือกซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ขอฝากไว้ว่าเราควรซื้อกับร้านขายที่มีมาตรฐาน ใบอนุญาตประกอบการที่ถูกต้อง เพราะสินค้าประเภทนี้ไม่ได้มีราคาถูก ทั้งยังมีการประกันสินค้าอีกด้วย

เราลองมาดูหน้าตา MicroSD Card ของจริงกับของปลอมกันหน่อย....?


ด้านบนของแท้ ส่วนด้านล่าง (ของปลอม)


ด้านซ้าย (ของปลอม) ส่วนด้านขวาของแท้

ด้านซ้ายของแท้ ส่วนด้านขวา (ของปลอม)


ยี่ห้ออะไร....?

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะตรวจเช็คดีแค่ไหน บางครั้งก็อาจแยกแยะไม่ออก เราก็ต้องอาศัยโปรแกรมเข้ามาช่วย ตัวอย่างเช่น SD Insight (สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์), H2testw และ FakeFlashtest (สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์) แต่ก็มีข้อแนะนำว่าหนทางที่ดีที่สุดในการตรวจสอบกับโปรแกรมคือใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะอย่างน้อยก็มีพวกโปรแกรมแอนตี้ไวรัสช่วยดักจับพวกสแปม และเราต้องนำข้อมูลมาใส่ลง MicroSD Card ให้เกือบเต็ม หรือเต็มความจุ เพื่อดูว่าข้อมูลใช้งานได้จริงทั้งหมดหรือไม่

สุดท้ายหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างไร เพราะต้องบอกว่าในปัจจุบันของปลอมมีเยอะมากมายเหลือเกิน ทั้งปลอมแปลงเหมือน และวางขายราคาเท่าของจริงอีกต่างหากทำให้ตรวจสอบได้ยาก ซึ่งในประเทศไทยควรเลือกซื้อตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง และมีสติ๊กเกอร์รับประกันกับผู้รับผิดชอบที่เชื่อถือได้

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Mon, 24 Apr 2017 22:13:34 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)