คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ต กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว เมื่อคนทุกคนสามารถใช้งานได้ สิ่งที่ต้องตามมาก็คือโลกอีกโลกหนึ่งที่เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างกัน ให้ไกลเป็นใกล้ หรือให้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก มาอัพเดทให้เราเห็นได้เพียงชั่วพริบตา แต่ถึงแม้ว่าโลกโซเชียลออนไลน์ นั้นจะทำให้เรานั้นแสนสะดวกมากมายในหลายๆ ด้าน แต่เรารู้หรือไม่ว่าปัจจุบันการใช้งาน Social โดยที่ไม่ทราบข้อกฏหมายอาจทำให้เราสุ่มเสี่ยงติดคุกไป โดยปริยายได้เหมือนกัน ดังนั้นทีมงาน Siamphone.com จึงขอมาเล่าสู่กันฟังว่าพฤติกรรมใดที่เราควรหลีกเลี่ยงกระทำบนโลกโซเชียล...?

 

1. ถ้าหากเราอัพโหลดรูปลามกอนาจารบนสื่อออนไลน์ใด จะต้องโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือว่าโดนทั้งจำทั้งปรับ

2. แน่นอนว่าข้อดีของโลกออนไลน์คือ การที่มีข่าวสารมาอัพเดทส่งตรงต่อเราอย่างรวดเร็ว แต่ก็ใช่ว่าข่าวสารเหล่านั้นจะเป็นความจริง 100% ทั้งหมด ดังนั้นหากจะฟังข่าวสารใดควรที่จะฟังหูไว้หู เพราะฉะนั้นจึงต้องมีกฏหมายมาบังคับใช้เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่หวังดีมาสร้างสถานการณ์ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงต่างๆ โดยผู้ที่กระทำผิดจะต้องโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ

3. อีกหนึ่งไฮไลท์ของโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเลยคือการแชร์ภาพถ่ายของตนเองในอิริยาบถ หรือที่ได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่อันสวยงามทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่มิวายอาจมีผู้นำรูปถ่ายของเราไปกระทำผิดตามรูปแบบต่างๆ ดังนั้นจึงเกิดกฏหมายถ้าใครนำรูปถ่ายมาตัดต่อไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ โดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต แล้วก็เกิดความเสียหาย จะต้องโดนโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. เชื่อว่าหลายคนส่วนใหญ่เมื่อใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ มักจะกรอกข้อมูลส่วนตัวที่เกิดขึ้นจริงลงไป เพื่อใช้เป็นหน้า Profile ในการติดต่องาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นด้านบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านจึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ที่เราไม่ควรมองข้ามและควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งกับการตั้งรหัสผ่านด้วยเรื่องใกล้ตัว อย่างไรก็ตามถึงแม้ป้องกันหลีกเลี่ยงเท่าใด ก็ยังอาจโดนลักลอบขโมยได้อยู่ดี ดังนั้นกฏหมายจึงจริงจังกับการขโมยข้อมูลของบุคคลอื่นเป็นอย่างมาก ซึ่งกระทำผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เราโดนข้อหาต่างๆ ตามข้อหาลักทรัพย์, ความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

5. เชื่อว่าหลายคนมักใช้โลกออนไลน์เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวระบายความในใจต่างๆ มากมาย แต่หารู้ไม่ว่าบางสิ่งบางอย่างก็มิควร ยกตัวอย่างเช่น การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น การทำให้อับอาย ขายหน้าจะต้องโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และก็จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการโพสต์อะไรควรที่จะไตร่ตร่องให้ดีก่อนทุกครั้ง

 

6. อีกข้อที่ต้องพึงระวังคือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ด้วยการแอบเอาบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสผ่านผู้อื่นไปใช้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตไปกระทำใดๆ อาจโดนโทษทั้งจำทั้งปรับ และที่สำคัญคือ การโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอีกด้วย

7. ต้องบอกว่าระบบพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงเลยทีเดียว ด้วยความจำเป็นด้านความสะดวก สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และหนึ่งบัญชีผู้ใช้งานอาจมีหลายบุคคลที่จะสามารถเข้าใช้งานได้ ดังนั้นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดเป็นช่องทำการกระทำผิดได้ ดังนั้นหากมีการแก้ไขหรือลบไฟล์งานของบุคคลอื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือรับโทษทั้งจำทั้งปรับ

8. ย้อนเวลากลับไปเมื่อช่วง 4 - 5 ปีที่แล้ว เชื่อว่าใครหลายคนต้องปวดหัวกับจดหมายชวนเชื่อต่างๆ ที่มาปรากฏบนอีเมล์ของเรา เร็วร้ายที่สุดคือมีคนหลงเชื่อปฏิบัติตามข้อความจนหมดเนื้อหมดตัวเลยก็มี แต่ถึงแม้จะมีการออกกฏหมาย แต่ในปัจจุบันก็ยังแพร่หลายอยู่ ดังนั้นใครที่จะประพฤติต้องทบทวนดูให้ดี เพราะอาจต้องโทษปรับ 100,000 บาท

9. อย่างที่กล่าวไปในข้อ 2 การตั้งตัวเป็นผู้ปล่อยข่าวลือมีโทษเช่นกัน แต่ในที่นี้รวมถึงผู้แชร์ข่าวสารต่างๆ โดยที่ไม่ตรวจสอบด้วย ดังนั้นถ้าที่ดีก่อนคิดแชร์โพสต์ใดๆ ควรตรวจสอบความจริงให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจต้องรับโทษด้วยกันทั้งคนทำและคนส่งต่อ

10. หากใครก็ตามที่คิดโพสต์ข้อความใดๆ ที่เป็นการหมิ่นเบื้องสูง หรือว่าได้ลงมือพัฒนาเว็บไซต์หมิ่นสถาบันอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจะถือเป็นความผิดร้ายแรงทั้งกฎหมายอาญา และก็พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี

11. และอีกหนึ่งข้อที่เป็นเสียงฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับคนที่เป็นหนี้หากโดนทวงหนี้ผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คในวิธีที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหนี้อาจโดนฟ้องร้องเรียกความเสียหายได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้อง สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ ถ้าต้องการทวงผ่านโลกสังคมออนไลน์คือ การทักเป็นแชทส่วนตัวเท่านั้น หลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อความทวงหนี้ลงสู่สาธารณะ เช่นเดียวกับการแอดเพื่อนของผู้เป็นหนี้ เพื่อต้อง การให้บุคคลใกล้ชิดรับรู้ว่าคนคนนั้นกำลังติดหนี้อยู่ แบบนี้ก็ทำไม่ได้นะครับ สุดท้ายช่องทางที่ทำได้คือการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้เป็นหนี้เท่านั้น

สุดท้ายขอฝากไว้ด้วยนะครับว่าก่อนที่เราจะใช้โซเชียลมีเดียในสื่อใดๆ ก็ควรที่จะไตร่ตร่องการโพสต์หรือแชร์ข้อความใดๆ ให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจต้องโทษแก่ตัวเอง โดยที่ไม่รู้ตัว 

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Fri, 22 Sep 2017 07:25:38 +0000 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)