Apple เปิดตัว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่าจะมีตัวเลือกสีใหม่ พอร์ตเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรถูกตัดออกไป มีการปรับปรุงดีไซน์ กล้องหลังเลนส์คู่ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่แฟนๆ Apple รอคอยกันมาอย่างยาวนานนั่นคือ "กันน้ำ" ซึ่งรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

Apple iPhone 7

iPhone 7 มีดีไซน์ภาพรวมภายนอกคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างเห็นได้ชัดคือตำแหน่งของแถบเสาอากาศถูกย้ายไปอยู่ที่ขอบบนและขอบล่างของตัวเครื่องด้านหลัง มีการเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 (อยู่ในน้ำที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตรในเวลาไม่เกิน 30 นาที)

iPhone 7 มีจอแสดงผล Retina HD display กว้าง 4.7 นิ้ว โดยมีการเพิ่มความสว่างขึ้น 25% และเพิ่มการแสดงช่วงสีที่กว้างขึ้น

หน่วยความจำภายในเครื่องจะมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 32GB / 128GB / 256GB รันแพลตฟอร์ม iOS 10

Apple ได้เพิ่มตัวเลือก 2 สีใหม่เข้ามา ได้แก่ สีดำผิวเงา Jet Black และสีดำผิวด้าน Black โดยยังคงมีตัวเลือกสีเงิน สีทองและสีชมพูเหมือนกับรุ่นก่อน

Apple ได้ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ที่เคยมีอยู่ในรุ่นก่อนมาโดยตลอดออกไป หากจะใช้งานหูฟังก็ต้องผ่านพอร์ต lightning หรือไม่ก็ใช้หูฟังไร้สาย อย่างไรก็ตาม Apple ได้ใส่หูฟัง EarPod รุ่นใหม่แบบที่เป็นพอร์ต lightning มาให้ในกล่องรวมถึงอแดปเตอร์แปลงพอร์ต 3.5 มิลลิเมตรเป็นพอร์ต lightning ด้วย

อีกการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือปุ่ม Home แบบใหม่ที่ไวต่อแรงกดด้วย haptic feedback คล้ายกับแทร็กแพดบน MacBook (Force Touch trackpad)

ที่ด้านบนและด้านล่างของ iPhone 7 มีลำโพงสเตอริโอ ที่ Apple ยืนยันว่าเสียงดังกว่า iPhone 6s ถึง 2 เท่า และมีช่วงเสียงที่ดีขึ้น

ในส่วนของกล้อง iPhone 7 มาพร้อมกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS ภายในโมดูลกล้องประกอบด้วยเลนส์ 6 ชิ้น เซ็นเซอร์กล้องทำงานเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อน 60% และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 30% เทียบกับรุ่นก่อน แฟลช LED ก็มีการปรับปรุงเช่นกันโดยประกอบไปด้วยแฟลช 4 ดวง ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด HD

iPhone 7 ขับเคลื่อนด้วยชิป Apple A10 Fusion quad-core เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ Apple อ้างว่าเร็วกว่าชิป A9 ถึง 40% และเร็วกว่าชิป A8 ถึง 2 เท่า

GPU ที่ใช้งานเป็นแบบ hexa-core ที่เร็วกว่า GPU ในชิป A9 ถึง 50% และใช้พลังงานเพียง 66% เทียบกับ GPU ในชิป A9

แบตเตอรี่ใน iPhone 7 ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดย Apple อ้างว่าใช้งานได้นานกว่า iPhone 6s ถึง 2 ชั่วโมง

Apple iPhone 7 Plus

iPhone 7 Plus มีรายละเอียดการปรับปรุงคล้ายกับใน iPhone 7 แต่เป็นรุ่นหน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้วที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในส่วนของกล้องถ่ายรูป โดยกล้องหลังเป็นแบบเลนส์คู่ (2 เซ็นเซอร์) รองรับการซูม 2x optical คล้ายกับวิธีการที่ LG ใส่มาใน LG G5 และ LG V20

กล้องใหม่ด้านหลังใน iPhone 7 Plus ตัวนึงเป็นเลนส์มุมกว้าง 28 มิลลิเมตร อีกตัวเป็นเลนส์ถ่ายไกล 56 มิลลิเมตร ทั้งคู่มีเซ็นเซอร์กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และสามารถผสานรวมสองมุมมองเพื่อแบ่งระยะลึกตื้นของวัตถุภายในภาพรวมถึงสามารถแยกพื้นหลังออกจากวัตถุภายในภาพด้วยเช่นกัน โดยผู้ใช้งานสามารถเห็นเอฟเฟกต์ลึกตื้นดังกล่าวได้จากหน้าจอก่อนที่จะกดชัตเตอร์

เซ็นเซอร์กล้องรุ่นใหม่ล่าสุด Apple อ้างว่าเร็วกว่าเดิม 60% และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 30% โดยมาพร้อมกับระบบกันสั่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ตัวเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 6 ชิ้น แฟลช 4 ดวงสำหรับบันทึกภาพในที่แสงน้อย เลนส์ที่เป็นเลนส์มุมกว้างมีรูรับแสง f/1.8 ส่วนเลนส์ที่เป็นเลนส์ถ่ายไกลมีรูรับแสง f/2.8 ส่วนกล้องหน้า FaceTime มีการเพิ่มความละเอียดเป็น 7 ล้านพิกเซล

Apple ได้แนะนำดีไซน์ที่ตั้งใจทำให้กระจกและอลูมิเนียมเหมือนเป็นชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ เสาอากาศถูกจัดวางให้เห็นได้น้อยลงหากไม่สังเกตดีๆ

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนเป็นต้นไปใน 28 ประเทศกลุ่มหลัก (ไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อดังกล่าว) โดยจะเริ่มส่งสินค้าตั้งแต่ 16 กันยายนเป็นต้นไป ราคาเปิดตัวของ iPhone 7 เริ่มต้นที่ $649 (ประมาณ 22,470 บาท) และ iPhone 7 Plus เริ่มต้นที่ $769 (ประมาณ 26,625 บาท)

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 25 May 2017 10:19:50 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)