ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีของการติดต่อสื่อสารไร้สายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 4G หรือ 5G ต่างก็ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเทรนด์วิดีโอ 4K, การรับชมภาพแบบ 360 องศา รวมถึงอุปกรณ์ VR และ AR ที่กำลังมาแรง ดังนั้นจึงขอพาไปทำความรู้จักอีกหนึ่งประเภทเครือข่ายไร้สายที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ Wi-Fi ทว่าในปี 2017 จะมีมาตรฐานใหม่นำมาใช้งานชื่อว่า "WiGig" จุดเด่นคือทางทฤษฏีทำความเร็วได้สูงสุด 8Gbps แต่ยังคงประหยัดพลังงานเหมือนเดิม รายละเอียดเพิ่มเติมมีดังนี้ 

มาตรฐานดังกล่าวขนานนามว่าสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

เดิมทีมาตรฐานดังกล่าวถูกคิดค้น โดยกลุ่ม Wireless Gigabit Alliance หรือมีช่อย่อว่า WiGig โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีหลายรายเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Broadcom, Intel, AMD, Microsoft, Cisco, Samsung, Qualcomm เป็น พร้อมกับมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาระบบสื่อสารไร้สายความเร็วสูง ซึ่งไม่มีการหวังผลกำไร เมื่อวันเวลาผ่านไปกลุ่มดังกล่าว ประกาศร่วมมือกับอีกหนึ่งกลุ่ม Wi-Fi Alliance ทำให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยี Wi-Fi จะไม่นิ่งหยุดเท่านี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีหัวกระทิชั้นนำทั่วโลกจับมือกันพัฒนาอยู่

นอกจากความเร็วที่น่าสนใจแล้ว มาตรฐาน WiGig ก็ยังถูกคาดการณ์กันว่าจะมีการนำมาใช้งานจริงจังในปีคริสต์ศักราช 2017 กลุ่มสมาร์ทโฟน, โน๊ตบุ๊ค, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เร้าท์เตอร์ ซึ่งนี่ก็เป็นคำยืนยันจากกลุ่ม Wi-Fi Alliance เองเลย แต่จะจริงหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

WiGig คืออะไร เรามาทำความรู้จักเพิ่มเติมกัน

WiGig เป็นชื่อเรียกระบบเครือข่ายไร้สายที่ทำงานบนย่านความถี่ 60GHz ซึ่งยังไม่มีใครนำมาใช้งานในปัจจุบัน โดยจากผลทดสอบสามารถถ่ายโอนข้อมูลเร็วถึง 7 - 8 Gbps ประหยัดพลังงานส่งได้ไกลถึง 10 เมตร และทะลุทะลวงกำแพงสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม รวมถึงมีช่องสัญญาณใหญ่ขึ้น ส่งผลให้รองรับการเชื่อมต่อได้อย่างไม่มีปัญหา เขาใช้คำว่า "extremely wide channels" โดยก็จะมีชื่อเรียกว่ามาตรฐาน "IEEE 802.11ad"

ข้อดีของ WiGig

  • เชื่อมต่อไร้สายระหว่างดีไวซ์ เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโปรเจคเตอร์ หรือสมาร์ทอุปกรณ์ เป็นต้น
  • สตรีมมิ่งวิดีโอความละเอียดสูงพร้อมกัน
  • ดื่มดำกับความสนุกของเกมผ่านประสบการณ์จากโลกเสมือนจริง (AR&VR)
  • ดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD รวดเร็ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแบนด์วิดท์ภายในองค์กร
  • สามารถให้บริการเปิดใช้งานแบบสาธารณะได้อย่างไม่มีปัญหา เช่น สนามกีฬา, ห้างสรรพสินค้า, มหาวิทยาลัย, องค์กรขนาดใหญ่, สวนสาธารณะ เป็นต้น

 
Router ตัวแรกของโลกที่รองรับมาตรฐาน 802.11ad

สุดท้ายนี้มาตรฐานดังกล่าว อย่างที่เกริ่นข้างต้นจะเริ่มใช้งานในสมาร์ทโฟนปี 2017 ซึ่งก็คือปีหน้านั่นเองถ้านับจากตอนนี้ เหลืออีกไม่กี่เดือนเท่านั้น และในปี 2021 จะแพร่หลายมากขึ้น 

หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูล wi-fi.org, theregister.co.uk, androidauthority.com, theverge.com

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 22 Jul 2017 06:08:22 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)