ซิมการ์ด (SIM card) เป็นชิปขนาดเล็กที่ผู้ให้บริการเครือข่ายมอบให้ผู้ใช้บริการ เมื่อใส่ชิปดังกล่าวเข้าไปในสมาร์ทโฟนจะสามารถใช้งานเครือข่ายนั้นๆ ได้ตามเงื่อนไขหรือแพคเกจที่สมัครไว้ ซิมการ์ดสามารถถอดเปลี่ยนได้ซึ่งข้อดีก็คือผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องโดยที่ยังใช้หมายเลขโทรศัพท์เบอร์เดิม

แต่ว่ารูปแบบของซิมการ์ดในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป!

GSMA (GSM Association) องค์กรตัวแทนบริษัทโทรคมนาคมกว่า 800 บริษัททั่วโลกและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอีกหลายร้อยบริษัทเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับการควบคุมซิมการ์ดจากระยะไกล (Remote SIM Provisioning) ซึ่งเป็นวิธีการที่นำ embedded SIM (eSIM) หรือซิมการ์ดแบบฝังตัวบนอุปกรณ์มาใช้งานแทนซิมการ์ดแบบที่ถอดเปลี่ยนได้

eSIM เป็นซิมการ์ดแบบที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ เหมาะสำหรับติดตั้งบนอุปกรณ์อย่างถาวรในระหว่างการผลิตอย่างเช่น smartwatch โดยเรามีบทสัมภาษณ์ของ Gareth Davies ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ GSMA ที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประโยชน์ของการนำ eSIM มาใช้งาน

"เมื่อพิจารณาในแง่ของขนาด ซิมการ์ดแบบฝังตัวหรือ eSIM จะช่วยให้อุปกรณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนมีขนาดที่เล็กลง อย่างเช่นเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ที่มีขนาดเล็ก" Davies กล่าว

แน่นอนว่าเมื่อถึงคราวที่สมาร์ทโฟนจะเปลี่ยนไปใช้งาน eSIM นั่นต้องส่งผลกระทบกับผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่ท้ายที่สุดผู้บริโภคและผู้ผลิตสมาร์ทโฟนก็จะได้รับประโยชน์จากการกำจัดช่องใส่ซิมการ์ด พื้นที่ภายในสมาร์ทโฟนกลายเป็นของมีค่าหลังจากเริ่มมีการตัดเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนเกินออกไปอย่างเช่น ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร (iPhone 7, LeeCo Le 2, Moto Z) ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีพื้นที่ภายในเครื่องเหลือเยอะขึ้นสำหรับพัฒนาส่วนประกอบอื่นๆ อย่างเช่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่หรือฟีเจอร์กันน้ำที่ได้ประโยชน์จากการกำจัดจุดเสี่ยงที่น้ำจะเข้าเครื่องออกไปได้อีกหนึ่งจุด

"GSMA กำลังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้ผลิตอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และผู้ผลิตซิมการ์ดเพื่อสร้างมาตรฐานและข้อกำหนดร่วมกันในการควบคุมซิมการ์ดจากระยะไกลแบบไร้สายไปยังอุปกรณ์ของผู้บริโภค" Davies กล่าว "นี่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดข้อมูลแพคเกจจากผู้ให้บริการเครือข่ายไปยังซิมการ์ดแบบฝังตัวบนอุปกรณ์ เช่น แท็บเล็ต อุปกรณ์สวมใส่หรือสมาร์ทโฟนได้โดยตรง ซึ่งภายหลังจากร่างมาตรฐานการควบคุม eSIM บนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทางฝั่งผู้ให้บริการและฝั่งผู้ผลิตเวอร์ชั่นแรกเสร็จแล้ว GSMA จะออกมาตรฐานการควบคุม eSIM เวอร์ชั่นที่สองซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องใดๆ ทุกชิ้นซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟนและโทรศัพท์ของผู้บริโภคในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

แล้วอะไรคือประโยชน์ด้านอื่นๆ เมื่อเปลี่ยนมาใช้ eSIM ?

สิ่งหนึ่งที่น่าคิดคือว่า eSIM จะทำให้ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ หาวิธีใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างไร ในเมื่อค่าบริการโรมมิ่งระหว่างประเทศมักจะมีราคาค่อนข้างสูงจนทำให้ผู้บริโภคต้องยอมเลือกตัวเลือกอื่นที่ถูกกว่า เช่น การใช้บริการ Wi-Fi การหาซิมท้องถิ่นมาใช้งาน ซึ่งเมื่อถึงจุดที่ eSIM ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้น

ในปี ค.ศ. 2014 Apple เปิดตัว Apple SIM ซึ่มเป็นซิมการ์ดที่ตั้งโปรแกรมได้สำหรับใช้งานบน iPad Air 2 และ iPad Pro ซึ่งผู้บริโภค (บางประเทศ) นิยมนำมาใช้งานเมื่อเดินทางไปต่างประเทศโดยผู้บริโภคสามารถเลือกใช้งานเครือข่ายที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม

ในบางประเทศเช่นอินเดียและจีน การใช้โทรศัพท์สองซิมกลายเป็นความนิยมของคนในชาติ ซึ่งรูปแบบการทำงานดังกล่าวยังไม่ถูกระบุอยู่ในมาตรฐาน eSIM ปัจจุบัน แต่ Davies กล่าวว่า "อาจจะเป็นหัวข้อที่เราจะนำมาพูดคุยกันอีกครั้งในเวอร์ชั่นต่อไป"

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้คงไม่ได้สวยงามอย่างภาพที่คิดไว้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้จะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิต ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมาย มันเป็นก้าวหนึ่งที่เป็นก้าวต่อไปซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนชั่วคราวและน่าปวดหัวสำหรับบางคน แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 21 Sep 2017 02:12:18 +0000 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)