โลกของเทคโนโลยียังคงก้าวไกลและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมาพร้อมข้อดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดประกายความหวังของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรืออำนวยความสะดวกสบายให้กับกิจวัตรประจำวันในแต่ละคน รวมถึงประโยชน์อันใหญ่หลวงคือเปลี่ยนโมเดลเมืองให้เข้าสู่ความสมาร์ทกับคำที่เราคุ้นเคยอย่าง "Smart City" แน่นอนว่าการจะปรับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ต้องอาศัยแหล่งพลังงานสูง จึงทำให้ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะฉะนั้นหลายฝ่ายก็หันมาเล็งเห็นประโยชน์พลังงานธรรมชาติ อาทิ นํ้า, ลม, แสงอาทิตย์ เป็นต้น ดังนั้นจึงขอหยิบยกเรื่องราวของการได้นำพลังงานแสงอาทตย์มาเพิ่มความสุขและความสะดวกสบายให้พื้นที่ห่างไกลมาเล่าสู่กันฟัง

พลังงานแสงอาทิตย์ถือว่าเริ่มมีการนำมาประยุกต์ใช้กับโรงงาน, โรงพยาบาล, ไฟจารจร, ตู้โทรศัพท์ หรือแม้แต่บ้านเรือนที่ในบางสัปดาห์ก็ไม่ต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้าเลยด้วยซํ้า อย่างไรก็ตามเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่าบริษัท Tesla ร่วมมือกับ SolarCity จุดประกายความสุขให้กับเกาะ Ta’u หนึ่งในพื้นที่ห่างไกลจากเดิมมีความเป็นอยู่ยากลำบาก แต่ตอนนี้พวกเขามีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลาแล้ว

แบรนด์ Tesla ทำธุรกิจหลักด้านการผลิตรถยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมเลยทีเดียว เนื่องจากมีเทคโนโลยีและโซลูชั่น รวมถึงขุมกำลังของบริษัทลูกที่มีอยู่ในมือ หนึ่งในนั้นก็คือ SolarCity บริษัทรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านเรือน ที่ร่วมมือทำโครงการมอบพลังงานไฟฟ้าให้กับเกาะ Ta’u 

อย่างที่เกริ่นข้างต้นเกาะ Ta’u อยู่ในอเมริกันซามัวห่างไกลจากสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตกกว่า 4,000 ไมล์ มีผู้คนอาศัยประมาณ 600 คน การเดินทางทำได้ยากเพราะสภาพอากาศแปรปรวนตลอดเวลา

Keith Ahsoon หนึ่งผู้อาศัยอยู่ในเกาะเล่าให้ฟังว่าก็เคยแม้กระทั่งเรือไม่สามารถออกจากเกาะได้สองเดือน ซึ่งเป็นความยากลำบากอย่างยิ่ง ทุกครอบครัวจะต้องใช้สอยทรัพยากรสำหรับประทังชีวิตอย่างประหยัด และเมื่อเรือไม่สามารถออกไปได้นํ้ามันดีเซลใช้ปั่นไฟอาจหมดลง จึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ไฟฟ้าเหลือแค่ตอนเช้ากับช่วงบ่าย อีกทั้งปั๊มนํ้ายังต้องใช้ไฟฟ้าด้วย ซึ่งทุกคนใช้นํ้าอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างมากที่ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เขา (Ahsoon) ยังทิ้งท้ายอีกว่า เขาเติบโตมาพร้อมกับการจุดเทียน และนี่ปีคริสต์ศักราช 2016 เราก็ยังเจอปัญหาแบบเดิม

 

อย่างไรก็ดีปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้หมดไปแล้วเมื่อได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย อาทิ American Samoa Economic Development Authority, Environmental Protection Agency, Department of Interior ต่างมุ่งหวังให้ผู้คนในเกาะ Ta’u มีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นและลดค่าใช้จ่ายต่อการจ่ายนํ้ามันดีเซลที่ปีหนึ่งใช้ประมาณ 109,500 แกลอน รวมถึงค่าขนส่งต่างๆ ด้วย

 

โดย Solar City และ Tesla จะทำการติดตั้งอุปกรณ์เช่นแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 1.4 เมกะวัตต์ และมีตู้เก็บไฟฟ้าที่สามารถกักเก็บได้ 6 เมกกะวัตต์ต่อชั่วโมง จำนวน 60 ตู้ สามารถผลิตไฟฟ้าทั่วทั้งเกาะได้เกือบเต็มที่ 100% (can supply nearly 100 percent) ซึ่งใช้ระยะเวลาในการติดตั้งประมาณ 1 ปี

 

ผลที่ได้เมื่อโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น คือทุกคนและทุกวันมีไฟฟ้าใช้ ระบบสาธารณูปโภคถูกเพิ่มเติม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของทุกคนกลับมามีความสุข สุดท้ายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นหนึ่งทางเลือกน่าสนใจในอนาคต การจัดทำโครงการนี้เสมือนเป็นการปูทางเข้าสู่ยุค SmartCity และพิสูจน์ว่านี่คือทางเลือกใหม่สามารถทดแทนพลังงานรูปแบบเดิมๆ ได้

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

      หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 23 Sep 2017 17:03:50 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)