เชื่อว่าทุกคนคงเคยประสบปัญหาด้านสัญญาณการติดต่อสื่อสารหากอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ อาทิ ในอุโมงค์ หรือใต้ดิน ซึ่งมักพูดกันว่าเดี๋ยวออกนอกอุโมงค์หรือขึ้นจากใต้ดินก่อนนะเดี๋ยวโทรหาใหม่ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อองค์กร Defense Advanced Research Projects Agency (DARPA) กับหน่วยงาน A Mechanically Based Antenna (AMEBA) ก็วาดฝันว่าต้องการให้ปัญหาลักษณะนี้หมดไป และทำให้ทุกคนสามารถติดต่อสื่อสารได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าเราจะอยู่ตรงพื้นที่ไหน

โดยหน่วยงาน AMEBA กำำลังพัฒนาสองคลื่นความถี่ตํ่าที่เรียกว่า ULF หรือ ultra-low-frequency (1Hz ถึง 3kHz) และ VLF หรือ very low frequency (3kHz ถึง 30kHz) บนเครื่องส่งสัญญาณส่งผลให้มีความสามารถเจาะ และครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ถึงแม้ว่ามีวัสดุที่เคยกีดกั้นสัญญาณเหมือนกับในปัจจบุัน อาทิ ก้อนหินหรือใต้นํ้า เป็นต้น และอาศัยแง่ของฟิสิกส์แม่เหล็กไฟฟ้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขยายช่องสัญญาณทำให้การส่งข้อมูลใต้ท้องทะเล, ใต้พื้นดินและพื้นที่ใดก็ตามที่ได้เคยขาดหายสัญญาณก็จะได้รับการเติมเต็ม

และหนึ่งในทีมงาน Olsson ยังได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าเราทำสำเร็จ นักดำนํ้า (scuba divers) สามารถใช้คลื่น ULF เพื่อติดต่อสื่อสาร เช่น การส่งข้อความหาผู้อื่น อาทิ เรือดำนํ้า, เรือ, ฐานปฏิบัติการบนดิน เป็นต้น ขณะที่บนดินต่อไปนี้ก็จะติดต่อสื่อสารในบังเกอร์ที่ลึกได้แล้ว, ในเหมือง หรือแม้แต่ในถํ้า

 

อย่างไรก็ตามคลื่น VLF และ ULF ไม่ใช่เรื่องใหม่เพียงแต่เราจะโฟกัสให้เล็กลงเสมือนเป็นการทำงานเฉพาะจุดก่อน เพราะถ้าทำในสเกลขนาดใหญ่จะต้องใช้ต้นทุนมหาศาล เพื่อที่จะทำให้มีประสิทธิภาพเพียงพอ ดังนั้นเรามีความตั้งใจจะพัฒนาให้เสร็จ เพื่อยกระดับการติดต่อสื่อสารให้ไหลลื่นไม่ขาดตอนเหมือนดังในปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 23 Mar 2017 19:31:13 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)