สมาร์ทโฟน Huawei P10 และ P10 Plus ได้รวมเอาเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมากมาช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้คุณภาพระดับสตูดิโอ โดยในกล้องสมาร์ทโฟนมีการนำเทคนิคบันทึกข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติ (Precise 3D Facial Detection) มาใช้ในโหมดถ่ายภาพบุคคลด้วยรายละเอียดระดับ pixel-level และนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพของการถ่ายภาพบุคคลต่อเนื่องด้วยเทคนิคการจัดเอฟเฟกต์แสงไฟ (Dynamic Illumination) และเทคนิคการปรับเบลอพื้นหลังอย่างแม่นยำ (Bokeh Effect) ซึ่งเทคนิค Dynamic Illumination ใน Huawei P10 และ P10 Plus สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าแสงแบบรีลไทม์พร้อมปรับตั้งค่ากล้องอัตโนมัติเพื่อให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาโดดเด่นและดีที่สุด

เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพบุคคลประหนึ่งอยู่ในสตูดิโอ

ข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติ จะถูกนำไปใช้ปรับปรุงภาพบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานสามารถปรับสีสันความสว่างของผิวโดยที่อวัยวะส่วนอื่นๆ บนใบหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้า (Portrait Enhancements) เป็นผลงานการวิจัยรูปทรงใบหน้าและโทนสีผิวแบบต่างๆ จำนวนมากซึ่งทำให้ Huawei สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปรับแต่งความงามบนใบหน้าในลักษณะที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

วิธีการดังกล่าวแตกต่างกับอัลกอริทึมเซลฟี่ทั่วไปที่ใช้วิธีปรับแต่งภาพทั้งชุดหรือปรับแต่งภาพตามสีใกล้เคียงหรือปรับแต่งตามที่อัลกอริทึมตรวจจับใบหน้าจับคู่ให้ ซึ่งวิธีเหล่านี้ล้วนมีความแม่นยำน้อยกว่าเทคนิคบันทึกข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติ

เอฟเฟกต์เบลอพื้นหลัง (Bokeh Effect) ด้วยคุณภาพระดับมืออาชีพ

เทคนิค Precise 3D Facial Detection บนเทคโนโลยี Leica Dual Camera 2.0 ใน Huawei P10 (และ Leica Dual Camera 2.0 Pro Edition ใน Huawei P10 Plus) ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาสวยงามด้วยเอฟเฟกต์เบลอพื้นหลังคุณภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งเอฟเฟกต์เบลอพื้นหลังเป็นเทคนิคการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในกล้อง DSLR ที่มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่และสามารถปรับขนาดรูรับแสงได้อย่างรวดเร็ว

แต่ปัญหาก็คือเมื่อนำกล้องมาติดตั้งบนสมาร์ทโฟน ด้วยขนาดพื้นที่อันมีจำกัดทำให้ทางยาวโฟกัสของเลนส์มีขนาดเล็กมาก (ระยะทางในหน่วยมิลลิเมตรวัดจากเลนส์ชิ้นแรกไปเซ็นเซอร์รับภาพ) ซึ่งไปมีผลโดยตรงต่อการเบลอวัตถุที่อยู่นอกพื้นที่การโฟกัส และเป็นการตอบคำถามว่าทำไมตอนถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่านกล้องสมาร์ทโฟนถึงต้องขยับวัตถุที่ต้องการโฟกัสเข้ามาใกล้กล้องมาก ในขณะที่การถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ห่างไกลออกไปไม่แทบจะไม่สามารถใช้เทคนิคหน้าชัดหลังเบลอได้เลย

ข้อจำกัดของการเบลอพื้นหลังนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยซอฟต์แวร์ แต่ปัญหาก็คือกล้องจะรู้ได้อย่างไรว่าส่วนไหนในภาพที่ต้องเบลอและส่วนไหนที่ไม่ต้องเบลอ จึงเป็นที่มาของการนำกล้องเลนส์คู่ (dual-lens camera) มาช่วยเหลือ โดยประโยชน์ของกล้องเลนส์คู่คือสามารถสร้างแผนที่ความลึกของวัตถุบนภาพและช่วยให้การสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอแม่นยำมากขึ้น อีกทั้งแผนที่ความลึกสามารถนำมาปรับแก้ไขการเบลอส่วนต่างๆ ของภาพภายหลังกดชัตเตอร์ไปแล้วได้อีกด้วย

เมื่อนำข้อดีของกล้องเลนส์คู่ เทคนิคบันทึกข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติและซอฟต์แวร์เบลอพื้นหลังมาทำงานร่วมกันก็จะได้ผลลัพท์ออกมาเป็นภาพบุคคลที่มีใบหน้าคมชัดควบคู่กับพื้นหลังของภาพที่ถูกเบลออย่างแม่นยำ โดย Huawei เรียกฟีเจอร์นี้ว่า "Natural Bokeh Effect" หรือการเบลอพื้นหลังอย่างเป็นธรรมชาติ

ภายในฮาร์ดแวร์ของ Huawei P10 และ P10 Plus มาพร้อมกับชิปเซ็ต Kirin 960 ที่มีการฝังชิปประมวลผลภาพ (Image Signal Processing) ประสิทธิภาพสูงซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานเรียกดูการเปลี่ยนแปลงค่าระยะชัดลึก (depth-of-field) ของภาพและการปรับแต่งใบหน้าบุคคลในภาพได้แบบรีลไทม์

ดีกว่ากล้องเลนส์คู่ค่ายอื่น

มือถือแบรนด์อื่นจำนวนมากที่มีกล้องเลนส์คู่แต่ผลลัพธ์การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอค่อนข้างน่าผิดหวัง ต่างล้วนประสบความยากลำบากในการแยกแยะขอบใบหน้าและพื้นหลังของภาพซึ่งถ้าหากมองอย่างพินิจจะพบว่าขอบใบหน้าและวัตถุบางอย่างที่อยู่บนใบหน้าเช่นแว่นตาถูกทำให้เบลอโดยไม่ตั้งใจ

เทคโนโลยี Leica Dual Camera 2.0 ใน Huawei P10 (และ Leica Dual Camera 2.0 Pro Edition ใน Huawei P10 Plus) ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพบุคคลออกมาดีที่สุดด้วยเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ที่มีรูรับแสงกว้าง (P10 Plus มีรูรับแสง f/1.8 ส่วน Huawei P10 มีรูรับแสง F/2.2) และระบบกันสั่น OIS ช่วยให้เซ็นเซอร์เก็บค่าแสงได้มากขึ้นและได้ภาพที่ดีแม้ในสภาพแสงที่ไม่เหมาะสมต่อการถ่ายภาพ

Huawei เผยว่าเทคนิคบันทึกข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติมีการเก็บรายละเอียดอัตลักษณ์กว่า 190 จุดบนในหน้าเพื่อเร่งความเร็วและเพิ่มความแม่นยำให้กับฟีเจอร์รู้จำใบหน้าบนเฟรมภาพ เพื่อให้ง่ายต่อกล้องที่จะระบุตำแหน่งของใบหน้าบนเฟรมภาพ เทคนิคบันทึกข้อมูลแบบจำลองใบหน้า 3 มิติมีการนำอัลกอริทึมถ่ายภาพที่ชาญฉลาดซึ่งคิดค้นขึ้นหลังจากผ่านการวิจัยอย่างจริงจังและช่วยให้ใครก็ตามที่ใช้งานรู้สึกเหมือนกับพกพาสตูดิโอจัดการแสงเคลื่อนที่และให้การถ่ายภาพบุคคลพร้อมเอฟเฟกต์ออกมาสวยงามกว่าที่เคย ซี่งเอฟเฟกต์เบลอพื้นหลังยังสามารถทำงานในโหมดถ่ายภาพขาวดำได้ด้วย

นอกจากโหมดถ่ายภาพบุคคลแล้วกล้องหลังใน Huawei P10 ยังมีโหมดรูรับแสงกว้าง เอฟเฟกต์เลนส์แบบ Leica สไตล์ โหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ (Pro mode) และยังคงความโดดเด่นด้วยโหมดถ่ายภาพขาวดำที่คมชัดอันเป็นจุดขายของกล้องเลนส์คู่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ที่ภายในประกอบด้วยเซ็นเซอร์ขาวดำ (monochrome) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์สี (RGB) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ไฟแฟลชคู่สองโทนสี (dual-tone flash) โฟกัสอัตโนมัติแบบ 4-in-1 hybrid autofocus รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K และเทคโนโลยีซูม 2x Hybrid Zoom

ตัวอย่างภาพถ่ายที่ถ่ายด้วย Huawei P10 (by www.siamphone.com)
คลิกที่รูปเพื่อดูไฟล์ภาพขนาดเต็ม

ส่วนกล้องหน้าที่ใช้ใน Huawei P10 / P10 Plus ก็พัฒนาร่วมกับ Leica เช่นกันโดยมีความละเอียดเซ็นเซอร์กล้อง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 โฟกัสอัตโนมัติ มีโหมดถ่ายภาพบุคคลสำหรับถ่ายเซลฟี่และกรุ๊ฟฟี่ (เซลฟี่เป็นกลุ่ม) ในสไตล์ของ Leica ซึ่งสามารถสลับเป็นภาพมุมกว้างอัตโนมัติเมื่อถ่ายภาพกรุ๊ฟฟี่

 

เตรียมพบกับ Huawei P10 / Huawei P10 Plus และกล้องถ่ายรูปเลนส์คู่เทคโนโลยี Leica Dual Camera 2.0 / Leica Dual Camera 2.0 Pro Edition ซึ่งจะวางจำหน่ายในประเทศไทย เร็วๆ นี้....

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Fri, 22 Sep 2017 15:09:55 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)