Ericsson ได้จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ปูทางสู่ระบบ 5G ภายในงานเสวนา “ผ่าทางตัน 5G คลื่นความถี่นำไทยสู่ 4.0 อย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยดีแทค เป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและนวัตกรรมใหม่เพื่อเดินหน้าสู่ระบบ 5G โดยภายในงานฯ Ericssonมีการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและสาธิตการใช้ระบบเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคและสังคมจะได้รับประโยชน์จากระบบ 5G มากเพียงใด

ภายในงาน Ericsson ได้รับเกียรติและให้การต้อนรับ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงคณะกรรมการจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค ร่วมเยี่ยมชมบูธEricssonและสัมผัสประสบการณ์การใช้งานวิทยุและผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้คลื่น 5G รุ่นแรกๆ ในโลก อาทิ Ericsson AIR 6488 ซึ่งสามารถใช้คลื่น 5G บนย่านความถี่ต่ำกว่า 6 GHz (3-6 GHz) โมดูลเสาอากาศแบบจัดเรียงเฟสหรือพีเอเอเอ็ม (Phased Array Antenna Module หรือ PAAM) ซึ่งเป็นการวิจัยร่วมกันระหว่างไอบีเอ็มและอีริคสันเกี่ยวกับ “คลื่นมิลลิเมตรบนชิพ” (mmW-on-a-chip) บนคลื่นความถี่ 28 GHz 5G และวิทยุที่ก้าวล้ำที่สุดซึ่งใช้ระบบ 5G บนคลื่นความถี่ 28 GHz และใช้โมดูลเสาอากาศแบบจัดเรียงเฟสสองตัวที่เป็นรุ่นต้นแบบสำหรับระบบ 5G บนคลื่นความถี่ 28 GHz

ภายในบูธอีริคสันยังมีการนำเสนอวีดีโอสาธิตการใช้งานระบบ 5G ในการดำเนินโครงการล่าสุดทั่วโลก หนึ่งในโครงการสำคัญคือการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอนเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัดโดยการสัมผัส โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า “Remote Control and Intervention” เป็นกรณีการใช้งานระบบ 5G ทางการแพทย์ที่แสดงการใช้โพรบหรือหุ่นยนต์แทนนิ้วมนุษย์ซึ่งช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถรับรู้การสัมผัสแม้ในการผ่าตัดที่เล็กที่สุด และสามารถระบุความผิดปกติของตุ่มแข็งในเนื้อเยื่ออ่อนได้อย่างถูกต้องทันที โพรบหรือหุ่นยนต์แทนนิ้วมนุษย์สามารถระบุเนื้อเยื่อมะเร็ง และส่งข้อมูลกลับไปให้ศัลยแพทย์ด้วยการสั่นสะเทือน 

Ericsson ได้เข้าร่วมการเสวนาที่มีผู้บรรยายจากภาครัฐบาล และผู้ที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในหัวข้อ “5G และหลังจากนั้น ประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมอย่างไร” โดย มร. แม็กนัส อีเวอร์บริง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยี อีริคสัน เอเชียแปซิฟิกบอกเล่าถึงความคืบหน้าของการพัฒนา 5G และแนวโน้มในอนาคตทั่วโลก รวมถึงความท้าทายของเทคโนโลยีและโอกาสที่จะได้พบระหว่างการเดินหน้าจากนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่จะก้าวไปสู่ระบบ 5G

5G เป็นรากฐานของการมุ่งสู่การเป็นสังคมเครือข่ายอย่างเต็มประสิทธิภาพ 5G จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนสู่ตลาดใหม่และสร้างกระแสรายได้ใหม่ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่และการใช้งานระบบใหม่ทั้งหมด รวมถึงการใช้อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งหรือไอโอที (Internet of Things หรือ IoT) ระบบ 5G เปิดโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ดำเนินงานด้านโทรคมนาคมซึ่งจะต้องตอบสนองต่อการพัฒนาระบบดิจิตอลในอุตสาหกรรมโดยคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้อยู่ที่ 5.82 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี พ.ศ. 2569 ศักยภาพใหม่ของ 5G ครอบคลุมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นอย่างมหาศาล ความต้องการใช้พลังงานที่น้อยลง ศักยภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ความกว้างของแถบคลื่นความถี่ ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และอัตราข้อมูล ตลอดจนความหน่วงและต้นทุนอุปกรณ์ที่ลดลง อีริคสันคาดการณ์ว่าจะมีการสมัครใช้งานระบบ 5G ถึง 500 ล้านครั้งภายในปี พ.ศ. 2565

Ericsson เป็นผู้นำนวัตกรรม 5G ระดับโลก และเป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มใช้งานระบบ 5G ด้วยการผสมผสานเครือข่ายและวิทยุ ซึ่งช่วยเร่งการพัฒนาสู่ระบบ 5G ด้วยเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีริคสันมีบริษัทที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน 27 ราย มีหุ้นส่วนอุตสาหกรรม 12 ราย และเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในด้าน 5G อีกกว่า 20 แห่ง

ในประเทศไทย อีริคสันทำงานร่วมกับหุ้นส่วนต่างๆ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่อย่างสม่ำเสมอ และมอบข้อมูลเชิงลึกให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยและลูกค้าระดับองค์กร พร้อมกับสนับสนุนวิสัยทัศน์ดิจิตอลของภาครัฐบาล อีริคสันเป็นบริษัทแรกที่จัดแสดงระบบ 5G ในประเทศไทยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 และประสบความสำเร็จด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 5.7 Gbps และความหน่วงต่ำเพียง 3ms

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 27 May 2017 03:42:48 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)