เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ 6 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในครอบครัว Zenfone 4 แบ่งเป็นรุ่นปกติคือ Zenfone 4 & Zenfone 4 Pro รุ่นเน้นการถ่ายภาพเซลฟี่ Zenfone 4 Selfie & Zenfone 4 Selfie Pro และรุ่นเน้นแบตเตอรี่กับสองพี่น้อง Zenfone 4 Max & Zenfone 4 Max Pro โดยด้านจุดเด่นและสเปกจะเป็นอย่างไรในบทความนี้จะสรุปข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดตามมาดูกันเลย!

 

เริ่มกันที่ Asus Zenfone 4 และ Zenfone 4 Pro

  • ด้านจุดเด่น

สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นดีไซน์คล้าย Zenfone 3 ซึ่งวัสดุตัวเครื่องใช้โลหะ และผลิตด้วยกระบวนการเทคโนโลยี Nano Molding Technology ทำให้ตัวเครื่องมีโครสร้างที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม มีนํ้าหนักเบา รวมถึงขนาดตัวเครื่องบางลง แล้วได้ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass แบบขอบโค้ง 2.5D นอกจากนี้สามารถใส่สองซิมการ์ดพร้อมหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card แบบที่ไม่ต้องเลือกเนื่องจากเป็นถาดประเภท Triple-Slot ส่วนลำโพงแบบ Dual มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนสองตัว รองรับการเล่นไฟล์เสียง Hi-Res หรือใส่หูฟังก็มีระบบจำลองเสียง DTS Headphone 7.1 โดยจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเมื่อหูฟังรองรับระบบเสียงดังกล่าวด้วย

 

  • ด้านหน้าจอ

มีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด สำหรับ Asus Zenfone 4 จะเป็นประเภทหน้าจอ Super IPS+ กับ LCD ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้การแสดงผลเป็นธรรมชาติ โดยให้ความสว่างหน้าจอสูงถึง 600 nits จึงใช้งานกลางแจ้งได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Splendid ที่ควบคุมการแสดงผลของเฉดสีบนหน้าจอให้เป็นไปตามสภาพแวดล้อมของแสง ณ ขณะนั้น ขณะที่ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ระดับ FullHD ขนาด 5.5 นิ้ว

ส่วน Zenfone 4 Pro มีความละเอียดและขนาดหน้าจอเท่ากัน เช่นเดียวกับเทคโนโลยี Splendid แต่จะใช้หน้าจอประเภท AMOLED แต่ในส่วนของการให้ความสว่างสูงสุดก็ลดลงเหลือ 500 nits ทั้งมีฟังก์ชั่น True2Life จึงทำให้การรับชมคอนเทนต์วิดีโอได้ภาพสมจริงมากขึ้น

 

  • ด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
  Asus Zenfone 4 Asus Zenfone 4 Pro
ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 7.0 ครอบทับ Asus ZenUI 4.0 แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 7.1.1 ครอบทับ Asus ZenUI 4.0
หน่วยประมวลผล Snapdragon 660 / 630 Snapdragon 835
GPU Adreno 512 / 508 Adreno 540
RAM 4GB/6GB 6GB
พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 64GB 64GB / 128GB UFS 2.1
MicroSD Card 2TB 2TB
ระบบเชื่อมต่อ 3G, 4G LTE, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, NFC, GPS, AGPS, GLONASS 3G, 4G LTE, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, NFC, GPS, AGPS, GLONASS
แบตเตอรี่ 3,300 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 3,600 mAh รองรับการชาร์จเร็ว

หมายเหตุ : สเปก Asus Zenfone 4 & Zenfone 4 Pro ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะยังไม่มีการคอนเฟิร์ม ได้แก่ หน่วยประมวลผล RAM พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน

 

  • ด้านกล้อง

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของเอซุสในครั้งนี้จะเป็นแบบ Dual Camera หมดเลย เช่นเดียวกับสองรุ่นดังกล่าว โดยมีข้อแตกต่างด้านกล้องหลังดังต่อไปนี้

  Asus Zenfone 4 Asus Zenfone 4 Pro
ความละเอียดเลนส์กล้องตัวแรก ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
ความละเอียดเลนส์กล้องตัวที่สอง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
เซ็นเซอร์กล้องตัวแรก เซ็นเซอร์ Sony IMX362 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55" เซ็นเซอร์ Sony IMX362 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55"
เซ็นเซอร์กล้องตัวที่สอง Omnivisiom 8856 เซ็นเซอร์ Sony IMX351
ขนาดจุดพิกเซลกล้องตัวแรก 1.4um 1.4um
ขนาดจุดพิกเซลกล้องตัวที่สอง 1.12um 1.00um
รูรับแสงกล้องตัวแรก f/1.8 f/1.7
รูรับแสงกล้องตัวที่สอง f/2.2 f/2.6
ระบบจับโฟกัสกล้องตัวแรก Dual Pixel Phase Detection AF TriTech+ (Dual Pixel PDAF / Laser AF / Subject tracking AF) พร้อมเทคโนโลยี SuperPixel Engine image Processing
ระบบจับโฟกัสกล้องตัวที่สอง Contrast Detection AF Contrast Detection AF
มุมมองการถ่ายภาพกล้องตัวแรก 83 องศา 83 องศา
มุมมองการถ่ายภาพกล้องตัวที่สอง 120 องศา 47 องศา

อธิบายหลักการทำงานของกล้องคู่ของทั้งสองรุ่นเบื้องต้น

Asus Zenfone 4 เลนส์กล้องตัวแรกจะทำหน้าที่จับภาพเป็นหลักซึ่งจับโฟกัสด้วยเทคโนโลยีแบบ Dual Pixel Phase Detection AF เคลมว่าสามารถจับโฟกัสได้ในระยะเวลาเพียง 0.3 วินาที และมีรูรับแสง f/1.8 จึงให้ภาพที่คมชัดสว่างแม้ถ่ายในพื้นที่แสงน้อย โดยการถ่ายภาพจะมีประสิทธิภาพขึ้นเนื่องจากระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS จำนวน 4 แกน เช่นเดียวกับการถ่ายวิดีโอด้วยระบบ EIS กับ 3 แกนไว้ทำงานร่วมกัน โดยเลนส์กล้องตัวที่สองทำหน้าที่จับภาพเช่นกันแต่จะในระยะมุมกว้างเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพได้มากขึ้น นอกจากนี้การประมวลผลภาพจะดีขึ้นกว่าเดิมด้วย Qualcomm Spectra 160

 

ขณะที่ Asus Zenfone 4 Pro มีกล้องหลักไว้สำหรับถ่ายภาพเหมือนกัน แต่เปลี่ยนเทคโนโลยีการจับโฟกัสเป็น TriTech+ พร้อมรูรับแสง f/1.7 และ OIS / EIS เช่นเดิมส่งผลให้รับแสงได้มากขึ้นกว่าเดิม 8 เท่า รวมถึงถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้มีประสิทธิภาพกว่า เสริมด้วยเซ็นเซอร์ RGB คำนวณเฉดสีให้แสดงผลอย่างเที่ยงตรง

ส่วนเลนส์ที่สองนอกจากทำหน้าที่เก็บรายละเอียดแล้ว แต่ว่าอาจทำได้ไม่ดีเท่าเลนส์กล้องตัวที่สองของรุ่นปกติ เนื่องจากจะไม่เน้นมุมกว้าง ทว่าเน้นจุดที่อยู่ตรงหน้าและเน้นการซูมซึ่งสามารถซูมแบบออปติคอล 2x และซูมภาพทั่วไปได้ 10x

  • ด้านกล้องหน้า

Asus Zenfone 4 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเซ็นเซอร์ Omnivisiom 8856 รูรับแสง f/2.0 จุดพิกเซลขนาด 1.12um มุมมองการถ่ายภาพกว้าง 84 องศา  

Asus Zenfone 4 Pro กล้องหน้าความละเอียด 8MP เซ็นเซอร์ Sony IMX319 รูรับแสง f/1.9 จุดพิกเซลขนาด 1.4um มุมมองการถ่ายภาพกว้าง 88 องศา ระบบจับโฟกัส SuperFast PDAF

  • ด้านเฉดสีและวันเวลาวางจำหน่าย

สำหรับวันเวลาวางจำหน่ายของทั้งสองรุ่นจะเปิดตัวในงาน TME 2017 เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยราคาซึ่งคาดการณ์ว่าจะไม่แตกต่างจากรุ่น Zenfone 3 เท่าใดนัก ส่วนเฉดสีมีดังต่อไปนี้

Asus Zenfone 4 : Midnight Black, Moonlight White และ Mint Green

Asus Zenfone 4 Pro : Pure Black, Moonlight White

ต่อด้วยสองรุ่นเน้นอึดใช้งานตลอดทั้งวัน Asus Zenfone 4 Max & Zenfone 4 Max Pro 

ถ้าเป็นซีรีย์ดังกล่าวแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของความจุแบตเตอรี่ที่เยอะจุใจให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน แถมยังเสมือนเป็นแบตฯ สำรองชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย อย่างไรก็ตามทั้งสองรุ่นก็มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ทางแบรนด์ได้ทำการทดสอบมาเพื่อให้ใช้งานไม่มีปัญหา ได้แก่

  • ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ
  • ระบบป้องกันวงจรช็อต
  • ระบบป้องกันการรีเซ็ต
  • ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าเข้าเกิน
  • ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าขาออกเกิน
  • ระบบป้องกันไฟระหว่างใช้งาน OTG
  • ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินหรือขาด
  • ระบบป้องกันการใช้กระแสไฟฟ้าเกินพิกัด
  • ระบบป้องกันแบตเตอรี่จากความร้อน
  • ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าผิดปกติจากอแดปเตอร์
  • ระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล JEITA 

ลองมาดูจุดเด่นของ Asus Zenfone 4 Max และ Zenfone 4 Max Pro กันต่อบ้าง

เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่ได้เน้นแค่ใช้งานนานเหมือนเดิมแล้ว แต่จะมีลูกเล่นกล้องคู่ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น ส่วนไฮไลท์อื่นต้องยกให้แบตฯ ความจุ 5,000mAh พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงาน Asus PowerMaster โดยรองรับการใช้งานสองซิมการ์ด ประเภทถาดซิมการ์ดเป็นแบบ Triple-Slot จึงไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แถมยังเล่นเน็ต 4G/3G + 3G ได้พร้อมกันด้วย ส่วนตัวเครื่องมีดีไซน์โลหะแบบ Unibody ด้านหน้าครอบทับกระจกขอบโค้ง 2.5D รองรับการสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคได้ในระยะเวลาไม่เกิน 0.3 วินาที มาพร้อมไมโครโฟนสองตัวสำหรับบันทึกเสียงและตัดเสียงรบกวน

  • ด้านหน้าจอ

มีขนาดเท่ากัน