ข่าวเทคโนโลยี » ซอฟต์แวร์

หลังจากที่ผู้ใช้งาน iPhone หลายๆ คนได้ลองทำการอัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการเป็น iOS 11 กันแล้วนั้น ก็คงจะรู้สึกถึงการใช้การใช้งานแบตเตอรี่ที่มากพอสมควรหรืออาจจะมีปัญหาเครื่องร้อนเลยก็เป็นได้ ในวันนี้เราก็มี 10 วิธีง่ายๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าให้ยืดระยะการใช้งานไอโฟนให้นานขึ้นไปอีกขั้น ดังนี้

 

1. เช็คแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานแบตเตอรี่สูงที่สุด

ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรายการแอพพลิเคชั่นที่ส่งผลในเรื่องของการกินแบตเตอรี่เป็นจำนวนมากได้ โดยการกด ตั้งค่า>แบตเตอรี่ จากนั้นก็จะปรากฏแอพฯ ต่างๆ ที่เรียงลำดับตามการใช้งานที่กินแบตเตอรี่ภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 7 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถกดสัญลักษณ์นาฬิการูปเล็กๆ เพื่อให้แสดงเวลาการใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

 

2. ปรับความสว่างหน้าจอให้น้อยลง

หนึ่งในเหตุผลหลักๆ ของการเจอปัญหาแบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว คือ การใช้เปิดแสงสว่างหน้าจอที่มากเกินไป ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ผู้ใช้งานปรับความสว่างจากแผงควบคุม (Control Center)
นอกจากนี้ เราจะเห็นฟีเจอร์การปรับความสว่างอัตโนมัติ ซึ่งก็แนะนำให้เปิดในช่วงที่ใช้งานตอนกลางคืนหรือในที่ที่มีแสงน้อยมากกว่าเปิดไว้ทั้งวัน เนื่องจากการเปิดฟีเจอร์นี้ อาจจะทำให้หน้าจอมีความสว่างเกือบสูงสุด ส่งผลให้เกิดการกินแบตเตอรี่ไปอย่างรวดเร็ว โดยสามารถปรับหรือตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วยการไปที่ ตั้งค่า>ทั่วไป>การช่วยการเข้าถึง>การช่วยเหลือจอแสดงผล

 

3. ปรับความสว่างไฟฉายให้น้อยลง

ในข้อนี้ จะเหมือนกับการปรับความสว่างหน้าจอ ซึ่งใน iOS 11 นั้น ระดับความสว่างไฟฉายจะมีอยู่ 4 ระดับ และหากคุณชอบใช้ไฟฉายบนไอโฟนมากกว่าไฟฉายปกติ เราก็แนะนำให้ปรับระดับความสว่างลงมานิดหน่อยเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้นนั่นเอง โดยวิธีการทำ คือ ให้ไปที่ แผงควบคุม (Control Center) หรือกดปุ่มไฟฉาย และปรับระดับความสว่างได้ทันที

 

4. ใช้โหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode)

โหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode) ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่กลับมีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งจะช่วยลดหรือปิดการใช้งานในต่างๆ ของระบบที่ไม่จำเป็น ดังนี้

  • ปิดการใช้งาน "สวัสดี Siri"
  • แอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
  • หยุดการดาวน์โหลดหรือเอฟเฟคอัตโนมัติ
  • ระบบจะปรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อผ่านไป 30 วินาที

ทั้งนี้ เมื่อไอโฟนมีแบตเตอรี่ลดเหลือ 20% ก็จะมีการขึ้นแจ้งเตือนให้คุณเปิดการใช้งานฟีเจอร์นี้ อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถกดเปิดโหมดนี้ได้เอง ด้วยการไปที่ ตั้งค่า>แบตเตอรี่

5. ลาก่อน "สวัสดี Siri"

มีการถกเถียงกันอยู่บ้างสำหรับเรื่องการเปิดใช้งานระบบการฟัง "สวัสดี Siri" ว่ามีการใช้งานแบตเตอรี่ไปมากเท่าไหร่ ซึ่งผู้ใช้งานหลายๆ คนก็ทำการปิดไปเนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัว เพราะเมื่อไอโฟนของคุณเปิดฟีเจอร์นี้ ระบบก็จะใช้พลังงานในการฟังเสียงตลอดเวลา โดยผู้ใช้งานสามารถทำการปิดได้โดยไปที่ ตั้งค่า>Siri และการค้นหา และกดปุ่มปิด ฟัง"สวัสดี Siri"

 

6. จำนวนการทำงานแอพพลิเคชั่นเบื้องหลังและการดาวน์โหลดอัตโนมัติ

เมื่อคุณเปิดทำการฟีเจอร์นี้ บางแอพฯ อาจทำการรีเฟรชตัวเองแม้คุณจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ดังนั้น คุณก็จะสะดวกในการไม่จำเป็นต้องมาดึงลงเพื่อทำการรีเฟรชเอง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องแลกมาด้วยการกินแบตเตอรี่ไปบางส่วน และหากใครที่ต้องการปิดฟีเจอร์นี้ ก็ให้ไปที่ ตั้งค่า>ทั่วไป>เบื้องหลัง และกดปิดแอพพลิเคชั่นเบื้องหลัง หรือเลือกแอพฯ แบบเฉพาะได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถปิดดาวน์โหลดการอัพเดตแอพฯ อัตโนมัติจาก App Store ได้โดยการไปที่ ตั้งค่า>iTunes & App Store และกดปิดการอัพเดตอัตโนมัติ

 

7. ปิดการใช้งานเอฟเฟ็คบางส่วน

ขั้นแรกให้ผู้ใช้งานไปที่ ตั้งค่า>ทั่วไป>การเข้าถึง>ลดการเคลื่อนไหว และกดเปิด "ลดการเคลื่อนไหว" ต่อมาให้ผู้ใช้งานกลับมาที่หน้า "การเข้าถึง" กดหัวข้อที่อยู่เหนือ Reduce Motion นั่นคือ "เพิ่มความต่างระดับสี" และกดเปิด "ลบความโปร่งใส"

  

8. ลดระยะเวลาในการปิดหน้าจออัตโนมัติ

ในข้อ 2. เราได้บอกไปว่าหน้าจอคือส่วนหนึ่งของการกินแบตเตอรี่สูง ดังนั้น เพื่อให้หน้าจอไอโฟนของคุณใช้งานน้อยที่สุด นั่นก็คือการปรับระยะการล็อคหน้าจออัตโนมัติหลังไม่มีการใช้งานใดๆ ซึ่งเราสามารถปรับได้ต่ำสุดที่ 30 วินาที โดยสามารถตั้งค่าได้ที่ ตั้งค่า>หน้าจอและความสว่าง>ตั้งล็อคโดยอัตโนมัติ

 

9. ตรวจสอบว่าแอพฯ ไหนใช้ตำแหน่งของเราอยู่

บน iOS 11 ทาง Apple ได้ให้ผู้งานสามารถปรับแอพฯ ที่เข้าถึงตำแหน่งของผู้ใช้งานได้มากขึ้น โดยมีตัวเลือกที่เพิ่มมาอีก 1 อย่าง คือ "ในระหว่างใช้งานแอพ" โดยคุณสามารถเข้าไปเลือกดได้โดยกด ตั้งค่า>ความเป็นส่วนตัว>บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง เพื่อปรับตำแหน่งสำหรับแอพฯ ต่างๆ

  

10. จำกัดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น

อาจจะมีการแจ้งเตือนจำนวนมากที่รบกวนคุณพร้อมกับการกินแบตเตอรี่ไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ไอโฟนของคุณต้องทำงานตลอดเวลา ดังนั้น ให้คุณเข้าไปที่ ตั้งค่า>การแจ้งเตือน และให้ทำการเลือกแอพฯ ที่ต้องการเปิดการแจ้งเตือน และปิดอันที่ไม่จำเป็นไป ส่วนตัวเลือกด้านบนอย่าง "แสดงตัวอย่าง" ก็ให้เลือกเป็น "เมื่อไม่ได้ล็อค"

 

และนี่ก็เป็น 10 วิธีง่ายๆ ที่หวังว่าจะช่วยให้ผู้ใช้งานที่ทำการอัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ iOS 11 ได้ยืดระยะการใช้งานระหว่างวันได้นานขึ้น โดยก็คงต้องรอทาง Apple ออกมาอัพเดตการปรับแก้เฟิร์มแวร์อีกครั้งในเร็วๆ นี้

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    สินค้าออนไลน์ONLINE STORE
      หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Fri, 15 Dec 2017 02:03:41 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)