ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

Huawei Connect 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ นิว อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซโป เซ็นเตอร์ ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ มีบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีทีชั้นนำระดับโลกกว่า 20,000 คน จาก 150 ประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมงาน เพื่อมองหาทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แลกเปลี่ยนโอกาสการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเข้าสู่โลกดิจิทัล และก้าวสู่การเติบโตใหม่ โดยในงานหัวเว่ยยังได้แสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบคลาวด์ขนาดยักษ์แห่งอนาคต 1 ใน 5 ของโลกด้วย

หัวเว่ย คลาวด์ – โครงสร้างดีเอ็นเอคลาวด์ของหัวเว่ย

“คลาวด์คือโครงสร้างหลักของโลกอัจฉริยะ” เขากล่าว “สังคมเรากำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์แมทธิว (Matthew Effect) ทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้ และรวมถึงการลดต้นทุนด้วยการเพิ่มปริมาณการผลิต (Economy of Scale) ในด้านการลงทุน ระบบคลาวด์ทั่วโลกจะเริ่มขมวดรวมเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตคาดว่า โลกเรานี้จะมีคลาวด์ขนาดยักษ์ 5 ระบบด้วยกัน และหัวเว่ยและพันธมิตรจะร่วมกันสร้างหนึ่งในระบบคลาวด์ยักษ์นั้น พวกเรามีเทคโนโลยีและรู้วิธีที่จะสร้างมัน”

ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ มร. กั๋ว ผิง ได้สร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าและพันธมิตรว่า หัวเว่ยได้มีการลงทุนในด้านพับลิคคลาวด์อย่างจริงจัง และจะให้บริการพับลิคคลาวด์ในระยะยาว บริษัทจะสร้างเน็ตเวิร์คคลาวด์ทั่วโลกบนระบบพับลิคคลาวด์ของเราเอง รวมไปถึงคลาวด์ที่ร่วมกับพันธมิตรสร้างขึ้นมา มร. กั๋ว ยังเปรียบเทียบให้เห็นความเหมือนระหว่างกลยุทธ์ของหัวเว่ยกับกลุ่มพันธมิตรสายการบินใหญ่ 3 กลุ่ม อันได้แก่ SkyTeam, Star Alliance และ OneWorld ซึ่งนำพาผู้โดยสารไปยังทุกที่ที่ต้องการทั่วโลก เขากล่าวว่า หัวเว่ย คลาวด์ จะเปิดโลกให้กับผู้ใช้บริการคลาวด์ของหัวเว่ย

เขายังได้กล่าวอธิบายต่อถึงรูปแบบธุรกิจด้านคลาวด์ของหัวเว่ย โดยเน้นย้ำว่า หัวเว่ยจะมีรายได้จากเทคโนโลยีและบริการ มิใช่ดาต้า โดยกล่าวว่า “ดีเอ็นเอคลาวด์ของหัวเว่ย คือการผสมผสานเทคโนโลยี ความปลอดภัย บริการ และการแบ่งปันความสำเร็จเข้าเป็นหนึ่งเดียว”

คลาวด์ ดีเอ็นเอ ของหัวเว่ย อธิบายได้ดังนี้

หนึ่ง หัวเว่ยเป็นบริษัทเทคโนโลยี เติบโตขึ้นมาจากการวิจัยและพัฒนามาตลอด 30 ปี หัวเว่ยได้ตัดสินใจที่จะลงทุนอย่างจริงจังในด้านแพลตฟอร์มคลาวด์ โดยมีการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ ๆ ในด้านต่างๆ อาทิ บิ๊กดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสำหรับอัพเกรดบริการและนวัตกรรมใหม่ๆ

ส่วนที่สองของดีเอ็นเอคลาวด์ของหัวเว่ยคือ ความปลอดภัย หัวเว่ยมีโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร ตั้งแต่ชิพเซ็ตไปจนถึงบริการ ซึ่งแก้ปัญหาความท้าทายด้านความปลอดภัยของคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถอันเต็มเปี่ยมของหัวเว่ยทำให้มั่นใจได้ถึงระดับความปลอดภัยที่เหนือกว่าระบบไอทีอิสระ

ส่วนประกอบที่สามคือ บริการ แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ซึ่งเกิดมาในยุคคลาวด์ แต่หัวเว่ยเติบโตมาพร้อมกับคลาวด์ โครงสร้างสถาปัตยกรรมด้านไอทีของหัวเว่ยเองมีความซับซ้อนสูงสุด ดังนั้นหัวเว่ยจึงเข้าใจถึงความต้องการและความท้าทายของบริษัทใหญ่ระดับโลก และสามารถที่จะช่วยรัฐบาลของประเทศต่างๆ และองค์กรขนาดใหญ่ก้าวสู่โลกดิจิทัลได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จร่วมกันคือ องค์ประกอบดีเอ็นเอคลาวด์ตัวสุดท้ายของหัวเว่ย ในงานปีที่แล้ว หัวเว่ยได้แสดงวิสัยทัศน์เพื่อช่วยสร้างระบบนิเวศที่เฟื่องฟูและหลากหลาย มร. กั๋ว ได้กล่าวว่า หัวเว่ยตั้งเป้าพัฒนาระบบนิเวศเพียง 1% แต่อีก 99% หัวเว่ยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของพันธมิตรเหล่านั้นไปสู่ 172 ประเทศทั่วทุกภูมิภาคและสร้างความสำเร็จทางธุรกิจร่วมกัน

มร. กั๋ว ยังได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชั่นไฮบริดคลาวด์ของหัวเว่ยที่มุ่งตอบโจทย์ของภาครัฐและองค์กรใหญ่ ๆ รวมถึงโครงการที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก ซึ่งเมื่อพูดในเชิงสถาปัตยกรรมแล้ว หัวเว่ยคลาวด์สร้างขึ้นจากประสบการณ์ด้านดีไวซ์ เน็ตเวิร์ค คลาวด์ และดิจิทัลด้านต่างๆ ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ และสามารถที่จะทำงานร่วมกับดีไวซ์และคลาวด์ได้เป็นอย่างดี ในอนาคตจากนี้ หัวเว่ยจะยังคงใช้ความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มของบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลกในการสร้างระบบนิเวศแบบเปิดเพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันต่อไป

การสร้างเครือข่ายคลาวด์ครอบคลุมทั่วโลก

มร. เจิ้ง เหย่ไหล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจคลาวด์ของหัวเว่ย ก็ได้ร่วมบรรยายถึงความก้าวหน้าของทีมคลาวด์ของหัวเว่ย ผ่านกรณีศึกษาของบริษัทรถยนต์ 12 แห่ง (รวมถึงโฟล์คสวาเกนและเมอร์เซเดส-เบนซ์) ฟิลิปส์ ธนาคารไอซีบีซี และแพลตฟอร์มบริการของภาครัฐอีกหลายแห่ง ซึ่งเลือกใช้คลาวด์ของหัวเว่ยและบริการคลาวด์จากบริษัทพันธมิตรของหัวเว่ย

มร. เจิ้ง กล่าวว่า “คนของเรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภาพรวมธุรกิจของลูกค้า ไม่ว่าพวกเขาจะทำงานทางด้าน R&D ด้านการตลาด หรือฝ่ายขาย เราได้ศึกษาถึงความต้องการของลูกค้า และพัฒนานวัตกรรมตามต้องการนั้นๆ เราได้พัฒนาหัวเว่ยคลาวด์เพื่อช่วยให้องค์กรหลายแห่งก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างราบรื่น และช่วยให้บริษัทอีกหลายๆ แห่งที่ตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของพวกเขา”

หัวเว่ยยังได้ประกาศเปิดตัวบริการ Enterprise Intelligence Cloud ตัวใหม่สำหรับองค์กร ซึ่งมีแพลตฟอร์มโซลูชั่นสำหรับการใช้งานทั่วไปและเฉพาะด้าน การผสมผสานหัวเว่ย คลาวด์ และ EI ทำให้คลาวด์ของหัวเว่ยมีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันก้าวหน้า

พับลิคคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ของหัวเว่ยมีสถาปัตยกรรมแบบรวมเป็นหนึ่ง รองรับการพัฒนาได้อย่างราบรื่น และทำงานได้ต่อเนื่อง บริษัทต่างๆ สามารถที่จะให้บริการต่างๆ ได้จากแพลตฟอร์มพับลิคและไพรเวทคลาวด์ ซึ่งพร้อมที่จะรองรับการโอนถ่ายและขยายบริการ และเพื่อป้องกันปัญหาการป้องกันการใช้เทคโนโลยี (Lock-in) ของผู้ขาย หัวเว่ยขอนำเสนอโซลูชั่นไฮบริดคลาวด์ ซึ่งจะช่วยให้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มพับลิคคลาวด์ของบริษัทอื่นได้ เช่น ระบบของ Amazon และ Microsoft

หัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายรายในการสร้างเน็ตเวิร์คคลาวด์ที่มีเครือข่ายทั่วโลก มีบริการโซลูชั่นครบวงจร ที่จะช่วยให้บริษัทจีนสามารถขยายธุรกิจไปทั่วโลก และรวมถึงช่วยให้บริษัทต่างประเทศสามารถขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศจีนได้

หัวเว่ยคลาวด์คือผลงานแห่งนวัตกรรมทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ดาต้า คอนเนคชั่น และสถาปัตยกรรม ในงานหัวเว่ย คอนเนค 2017 หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชั่นเรือธงในแต่ละด้าน เพื่อช่วยผลักดันแผนการก้าวเข้าสู่ดิจิทัลของลูกค้าใน 9 อุตสาหกรรมหลัก ๆ อาทิ ภาครัฐและบริการสาธารณะ การเงิน โทรคมนาคม พลังงาน การโอนถ่ายข้อมูล และการผลิต

แพลตฟอร์ม + ระบบนิเวศ: เน้นการนำไปใช้ได้จริง

หัวเว่ย คอนเนค 2017 เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มและระบบนิเวศ โดยเน้นการนำไปใช้จริงและสัมผัสประสบการณ์จริง การจัดงานในปีนี้ได้นำสมาชิกในอุตสาหกรรมไอซีทีทั่วโลกมารวมตัวกันในห้องจัดแสดงนิทรรศการขนาดกว่า 20,000 ตรม. ใหญ่กว่าปีที่ผ่านมาถึง 30% โดยมีสปอนเซอร์กว่า 60 ราย องค์กรในอุตสาหกรรม 10 ราย และพันธมิตรด้านโซลูชั่นที่ทำงานร่วมกัน 130 รายมาร่วมจัดแสดงในงาน และมีพันธมิตรอีกราว 1,000 รายที่มาเข้าร่วมงานนี้กับหัวเว่ย อาทิ SAP, Accenture, Chinasoft International, HGST, Intel, Microsoft, Centerm และ Infosys ซึ่งทั้งหมดจะนำความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีล่าสุดและโครงการด้านเทคโนโลยีไอซีทีที่ประสบผลสำเร็จมาจัดแสดง และเข้าร่วมกิจกรรมมากมายในงาน รวมถึงการแสดงปาฐกถา จัดแสดงนิทรรศการ การจัดงานของผู้สนับสนุน และการแสดงด้านเทคนิค

นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรในอุตสาหกรรมกว่า 10 รายที่เข้าร่วมงานด้วย อาทิ Cloud Native Computing Foundation (CNCF), Cloud Security Alliance (CSA), Beijing Disaster Backup and Recovery Technology and Industry Alliance, Edge Computing Consortium (ECC), GSMA, Industrial Internet Consortium, OpenSDS และ OpenStack

หัวเว่ยยังได้เปิดตัวคลาวด์ใหม่ DevCloud 2.0 สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อแสดงถึงศักยภาพด้านไอซีทีให้พันธมิตรที่เป็นนักพัฒนาได้สัมผัส DevCloud 2.0 เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ที่รองรับงานวิจัยและพัฒนา ที่รวมเอาประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาตลอด 30 ปีของหัวเว่ย แนวคิดด้านดังกล่าวอันล้ำสมัย พร้อมเครื่องมือขั้นสูง DevCloud 2.0 จะเผยความสามารถด้านไอซีทีกว่า 3,000 คุณสมบัติของหัวเว่ยผ่านระบบ API พับลิค และเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถเข้าใช้ OpenLabs ทั้ง 20 แห่งทั่วโลก ส่วนเป้าหมายสุดท้ายคือ การส่งเสริมให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ทำได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้พันธมิตรที่เป็นนักพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างรายได้จากบริการรูปแบบใหม่ๆ ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ HUAWEI CONNECT ถือเป็นงานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม ICT ทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "Grow with the Cloud" พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีระดับโลกสำหรับสำหรับความร่วมมือที่เปิดกว้าง โดยหัวเว่ยจะร่วมมือกับทั้งลูกค้าและพันธมิตรในการสำรวจโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ผ่านการพลิกโฉมธุรกิจสู่ดิจิทัล ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com

วันที่ : 29 กันยายน 2560
รายงานโดย : สยามโฟน ดอท คอม

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    สินค้าออนไลน์ONLINE STORE
      หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 16 Dec 2017 12:09:09 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)