ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

หลังจากที่เฟสบุ๊ค (Facebook) ได้ประกาศรายได้รวมของบริษัทในไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2017 โดยมีการเติบโตขึ้นอย่างมากหากเทียบกับเวลาเดียวกันจากปี 2016 โดยซีอีโอชื่อดังอย่าง Mark Zuckerberg ได้เผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า พวกเรากำลังทำงานเพื่อสร้างระบบความปลอดภัยและความสมบูรณ์แบบให้กับบริการของเรา และอยากจะให้ทุกคนได้ทราบถึงลำดับความสำคัญของเรา ก็คือ การที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยต่อชุมชนเฟสบุ๊คมากกว่ารายได้ของบริษัทของตัวเอง

 

สำหรับการเติบโตของเฟสบุ๊คยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในตอนนี้มีผู้ใช้งานใกล้หลัก 2.1 พันล้านคนต่อเดือน และอีกกว่า 1.4 พันล้านคนที่ใช้งานทุกวัน ขณะที่ Instagram ก็มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนต่อวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลให้บริษัทมีรายได้โตขึ้นถึง 47% (เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)

อย่างไรก็ตาม Mark Zuckerberg ได้ระบุเพิ่มเติมว่า "รายได้ที่เพิ่มขึ้นมากมายจะไม่สำคัญอะไรเลยถ้าหากเราไม่ได้ทำให้ชุมชนของพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือมูลนิธิที่เราเป็นเจ้าของถูกทำลายจากการแทรกแซงของต่างประเทศ และที่ผ่านมา เฟสบุ๊คโดนเล่นงานด้วยบัญชีปลอมมากมายจากประเทศรัสเซียที่เสมือนใช้เราเป็นเครื่องมือ แต่เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่า พวกเราจะทำให้เครื่องมือของเราให้คนทั่วโลกเข้าใกล้กันมากขึ้น แต่พวกเขากลับในสิ่งที่ผิดและพวกเราก็จะไม่ขออยู่นิ่งๆ อีกต่อไปแล้ว"

 

ทั้งนี้ Zuckerberg ยังได้ส่งสารไปถึงผู้กระทำผิดอีกด้วยว่า "พวกคุณก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเมื่อเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง เราก็จะทำมันให้สำเร็จอย่างแน่นอน ถึงแม้มันจะยากกว่าที่เราคิดและใช้เวลาที่ยาวนานก็ตาม และเราจะกำจัดความรุนแรงเหล่านี้ให้หมดไปพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนของเรา โดยพวกเราได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งและผู้เชี่ยวชาญกว่า 10,000 คน (20,000 คนในปี 2018) เพื่อค้นหาภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น พฤติกรรมที่ร้ายแรง, ข่าวปลอม, การใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech), การกลั่นแกล้ง และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะเดียวกัน พวกเราก็โฟกัสไปที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน"

 

ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทางบริษัทจะพัฒนาเนื้อหาด้านวิดีโอให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หลัก โดยในตอนนี้เราก็ได้เริ่มปล่อยฟีเจอร์ "Watch" สำหรับการรับชมรายการต่างๆ เหมือนกับรายการบนโทรทัศน์ และยังสามารถให้เราเข้าร่วมกลุ่มและสร้างสังคมร่วมกับคนที่มีความสนใจเหมือนกันได้อีกด้วย

ขณะที่ในอีก 5 ปีข้างหน้า Zuckerberg จะเริ่มค้นหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเฟสบุ๊คได้ปล่อยฟีเจอร์ Marketplace ให้กับประเทศต่างๆ รวมแล้วกว่า 18 ประเทศ เพื่อให้ได้ค้นหา, ซื้อ หรือขายสิ่งของ โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านคน และ 30,000 บริษัททั่วโลกใช้งานอยู่

 

ส่วนอีก 10 ปีข้างหน้า Zuckerberg ก็ได้เปิดเผยว่า "พวกเราจะทำงานโดยมีพื้นฐานจากเทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งผมภูมิใจที่เราเริ่มใช้ AI มากขึ้น รวมถึงใช้ Machine Learning เพื่อให้ชุมชนของเรามีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด อย่างเช่น เหตุการณ์พายุเฮอริเคนมาเรีย ที่เปอร์โตริโก พวกเราก็ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมเพื่อค้นหาประชาชนที่ติดอยู่ภายในและติดต่อช่วยเหลือพวกเขาให้ออกมาให้ได้"

 

สุดท้ายนี้ เฟสบุ๊คจะเริ่มกระบวนการทำงานต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นตั้งแต่ปี 2017 นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับต่างประเทศ หรือการทำงานอย่างหนักเพื่อให้คนบนโลกนี้เข้าใกล้กันมากขึ้นไปอีกระดับ แม้ว่าบริษัทจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดในอนาคตก็ตาม

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 17 Jul 2018 08:18:10 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)