ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

หลังจากที่เราเริ่มเห็นเทรนด์สมาร์ทโฟนที่ตัดช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และใช้พอร์ต USB Type-C (บนแอนดรอยด์) หรือพอร์ต Lightning (บน iPhone) ในการฟังเพลงกันมาบ้างแล้วนั้น หลายๆ คนจะคิดว่านี่เราจะมาใกล้ถึงยุคที่สมาร์ทโฟนไม่ต้องพึ่งพาช่องเชื่อมต่ออะไรเลยหรือไม่? ในวันนี้ เราก็มีคำตอบ (ที่ค่อนข้างยาว) ที่สามารถตอบคำถามนี้ได้

 

สำหรับเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่พวกเราอาจจะต้องการ คือ การที่สมาร์ทโฟนเริ่มไร้ช่องเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ 100% โดยอย่างแรก เราลองมาดูสมาร์ทโฟนทั่วไปในปัจจุบัน จะมีพอร์ตสำหรับช่องเสียบหูฟัง, ช่องใส่ซิมการ์ดและ microSD, ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง, ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, ลำโพง และช่องสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ในขั้นต้นจะส่งผลให้เกิดจุดอ่อนด้านการป้องกันน้ำ-ฝุ่น เพราะจะมีช่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้น้ำหรือฝุ่นเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้

 

เริ่มจากรอบๆ ของตัวเครื่อง

หากพูดถึงปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง จริงๆ แล้ว เราไม่ต้องให้พวกมันอยู่ข้างตัวเครื่องก็ได้ เนื่องจากระบบซอร์ฟแวร์ภายในสามารถควบคุมสิ่งนี้ได้อยู่แล้ว โดยอาจจะเป็นการให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ สามารถควบคุมเสียงแยกกันได้ หรืออาจจะใช้ปุ่มที่อยู่ภายในหน้าจอแสดงผลเพื่อทดแทนปุ่มนอกตัวเครื่อง เหมือนกับ Apps Edge ที่ใช้ใน Galaxy S8/S8+ และ Note 8 หรือปุ่มผู้ช่วย (AssistiveTouch) ใน iPhone

มาในส่วนที่เป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรกันบ้าง ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดพอร์ตเชื่อมต่อ จริงๆ แล้ว ปัญหาใหญ่ที่สุดในด้านนี้ก็คือ การที่ให้ผู้บริโภคเริ่มปรับตัวมาใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth กันมากขึ้น โดยในปัจจุบัน คุณภาพเสียงขั้นสูงผ่าน Bluetooth ก็มีใช้หลักๆ อยู่ 2 แบบ ได้แก่ เทคโนโลยี LDAC ของ Sony และ Aptx HD ของ Qualcomm ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในฟังเพลงให้มีคุณภาพดีขึ้น

 

ใช้ตัวช่วยเพิ่มเติม ?

ก่อนหน้านี้เราพูดถึงการใช้ Bluetooth เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาการตัดพอร์ตเสียบหูฟังออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของลำโพงเหนือหน้าจอ ทางบริษัท Redux จากสหราชอาณาจักรได้ผลิตเทคโนโลยีที่ใช้หน้าจอแสดงผลส่งเสียงเหมือนกับลำโพง (คุณภาพเสียงก็ยังดีอีกด้วย) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เสียงที่ความถี่กว้างขึ้นและยังนุ่มนวลอีกด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เราก็อาจจะได้เห็นสิ่งนี้ก็เป็นได้

 

แล้วพอร์ตเชื่อมต่อข้อมูลจะเอาไปไว้ไหน ?

จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องกังวลถึงสิ่งนี้ ในเมื่อเราเริ่มจะเห็นอุปกรณ์การชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) และการเริ่มเก็บข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องส่งขึ้นระบบหลักทางออนไลน์ หรือ Cloud-Based มากขึ้น ขณะที่ Essential phone ที่ได้เจ้าพ่อแห่งวงการแอนดรอยด์อย่าง Andy Rubin เป็นผู้สร้างนั้น ก็มีฟีเจอร์ที่เชื่อมต่อและส่งข้อมูลไร้สายที่รองรับความเร็วสูงสุดถึง 6 Gbps แต่น่าเสียดายที่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่ได้ถูกพูดถึงมากเท่าไหร่

ทั้งนี้ ในส่วนของช่องใส่ซิมการ์ด เราก็คงเคยได้ยินเรื่องของ "eSIM" ที่เป็นการฝังซิมการ์ดลงในสมาร์ทโฟน โดยใช้เพียงการสแกน QR Code ก็สามารถเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที ซึ่งเทคโนโลยีนี้ มีจุดกำเนิดครั้งแรกมาจากนาฬิกาอัจฉริยะอย่าง Samsung Gear S2 ในปี 2016 ที่ผ่านมา และเราก็ได้ยินคำนี้กันมากขึ้นหลังจากการเปิดตัวของ Apple Watch Series 3, Google Pixel 2 และ Pixel 2 XL ที่รองรับเทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกัน

 

แล้วทำไมถึงยังไม่มีใครทำกันล่ะ ?

จากคำถามบนหัวข้อ ก็เกิดคำถามที่ตามมาคือ "อะไรคือประโยชน์ของสมาร์ทโฟนที่ไร้พอร์ต?" คำตอบก็คือ มาตรฐานกันน้ำและฝุ่นที่สามารถทำได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็คงจะมีคนสงสัยกันอยู่ดีว่าระบบป้องกันน้ำและฝุ่นก็มีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปปกติ แล้วทำไมถึงยังต้องการสมาร์ทโฟนที่ไร้พอร์ตอีก

ตอบได้อย่างเดียว คือ เรื่องของ "สุนทรียภาพ" หรือเรียกง่ายว่า "สวยงามกว่า" ล้วนๆ ซึ่งหากเราลองนึกถึงภาพลักษณ์ของสมาร์ทโฟนที่ไร้รอยต่อและมีตัวเครื่องที่เรียบทั้งหมด ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ ก็ลองนึกถึงสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขอบโค้ง (Infinity Display) ของ Samsung (Galaxy S8, S8+, Note 8) ที่ไม่มีรอยต่อและราบเรียบทั้ง 4 ด้านก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

 

และถึงแม้จะได้เรื่องความสวยงามไป แต่ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคเกือบทั้งหมดต้องปรับตัวในการใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงที่ว่า ผู้บริโภคเหล่านั้นต้องการที่จะปรับตัวตามบริษัทที่ผลิตสมาร์ทโฟนหรือไม่อีกด้วย 

สรุป

ข้อดีของการมีสมาร์ทโฟนแบบไร้พอร์ต 100% ได้แก่

  • มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
  • การได้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น
  • ความสะดวกสบายในการใช้งานที่มากขึ้น
  • สมาร์ทโฟน (อาจจะ) สวยงามมมากขึ้น

ข้อเสียของการมีสมาร์ทโฟนแบบไร้พอร์ต 100% ได้แก่

  • ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องปรับตัวครั้งใหญ่
  • เกิดความเสี่ยงในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟน
  • แม้จะไม่มีสายพะรุงพะรัง แต่ก็ต้องพกอุปกรณ์อยู่ดี

นอกจากนี้ ถ้าหากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเกิดตัดทุกอย่างออกจริงๆ ก็คงต้องเป็นผู้บริโภคเองที่ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่สูงขึ้นไปด้วย สุดท้ายนี้ ผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้างหากสมาร์ทโฟนเกิดไร้พอร์ตขึ้นมาจริงๆ ?

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 11 Dec 2018 00:37:26 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)