ข่าวเทคโนโลยี » เทคโนโลยี

เมื่อไม่นานมานี้ Qualcomm ได้เปิดตัวหน่วยประมวลผลนวัตกรรมขนาด 10 นาโนเมตรอย่าง Snapdragon 845 เพื่อจะนำเข้าใช้ในสมาร์ทโฟนระดับ High-End ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ทุกตัวในปี 2018 โดยประสิทธิภาพโดยสรุปของเจ้ามังกรตัวใหม่ มีดังนี้

  • ขนาด 10 นาโนเมตร
  • สถาปัตยกรรม Kryo 385 ตัวใหม่ล่าสุด
  • ความเร็ว 4x 2.8GHz (Cortex-A75), 4x 1.7GHz (Cortex-A55)
  • การ์ดจอ Adreno 630
  • มีการใส่สมองของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไป
  • รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K UHD @ 60fps
  • รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว Quick Charge 4+
  • ใช้โมเด็มสัญญาณเครือข่าย x20 LTE โดยสามารถดาวน์โหลดด้วยความเร็วสูงสุด 1.2 Gbps และอัพโหลดสูงสุด 150 Mbps

 

สำหรับหน่วยประมวลผล Snapdragon 845 นั้น มีข่าวว่าสมาร์ทโฟทตัวท็อปจากแบรนด์ดังของ Samsung อย่าง Galaxy S9 จะเป็นเครื่องแรกในปี 2018 ที่ได้ยลโฉมชิปเซ็ตตัวใหม่ ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป้นไปได้ธรรมชาติยิ่งขึ้น, มีผู้ช่วยในการวิเคราะห์และหารูปภาพ และเพิ่มความเร็วของการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะมีดังต่อไปนี้

 

คุณภาพการทำงานของกล้องที่ดีขึ้น

Snapdragon 845 นั้นรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K Ultra HD ซึ่งหมายความว่าเราได้ภาพที่มีเฉดสีมากกว่า 1 พันล้านสี และได้ความกว้างของช่วงสีที่มากขึ้นที่ 97% โดยเราจะเห็นความสามารถของเทคโนโลยีเมื่อเราเริ่มถ่ายวิดีโอในขณะที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ไม่ว่าจะเป็นภาพที่สว่างขึ้นหรือสมจริงมากกว่าเดิม และด้วยหน่วยประมวลผลภาพ Spectra 280 จะช่วยให้การรบกวนของเม็ดสี (noise) ภายในภาพถ่ายลดน้อยลงแต่เรียบเนียนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Snapdragon 845 ยังรอบรับกล้องคู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล หรือ กล้องเดี่ยวความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และรอบรับการถ่ายความละเอียด 16 ล้านพิกเซล @ 60fps หรือโหมด slow-motion ที่ความละเอียด 720p @ 480fps

 

เทคโนโลยีปลดล็อกใบหน้าคล้ายกับ Face ID ของ iPhone X

Snapdragon 845 นั้นรองรับเทคโนโลยีจับภาพหน้า 3 มิติ คล้ายกับการสแกนใบหน้าคนเหมือนกับ Face ID แต่ต่างกันตีงที่ Apple ใช้การระบุใบหน้าทั้งหมด 30,000 จุด แต่ Qualcomm ใช้การระบุใบหน้าถึง 50,000 จุด โดยสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ต่างๆ อย่าง Samsung, LG, Motorola และ OnePlus จะได้ใช้เทคโนโลยีกันหมด

 

แบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

หน่วยประมวลผลตัวใหม่นี้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ดีขึ้น 30% และประสิทธิภาพของกราฟิกก็ดีขึ้น 30% เช่นกัน เพื่อให้เราสามารถบันทึกวิดีโอได้แบบสบายขณะเราเล่นเกมที่มีสเปคหนักๆ อย่างเกม AR หรือ VR นอกจากนี้ Snapdragon 845 ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (Quick Charge 4+)

 

นอกจากนี้ ยังรองรับสัญญาณเครือข่าย 5G, มีเทคโนโลยี AI, หูฟังไร้สาย (Wireless earbuds) ทำงานได้ดีขึ้น 50% รวมไปถึงการรองรับ 2 ซิมที่ทำงานด้วยสัญญาณ LTE ทั้งคู่ (จากเดิมคือ 2G หรือ 3G) อีกด้วย และทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าพัฒนาตามยุคตามสมัยขึ้นมามากพอสมควรสำหรับ Qualcomm ซึ่งหากใครกำลังรอสมาร์ทโฟนที่ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 845 ก็อาจจะเป็น Samsung Galaxy S9 และ S9+ ที่จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2018

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    สินค้าออนไลน์ONLINE STORE
      หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 19 Dec 2017 01:13:22 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)