ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 5 และ Redmi Note 5 Pro ที่ประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการโดยทั้งสองรุ่นเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล Redmi ที่มาพร้อมจอแสดงผลอัตราส่วน 18:9 มีแบตเตอรี่ความจุสูง ชิปเซ็ตประหยัดพลังงานและมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจจำนวนมากซึ่ง Xiaomi ได้ขนานนามสมาร์ทโฟน Redmi Note 5 Pro ว่าเป็นรุ่นที่ "กล้องแจ่มว้าวที่สุดในอินเดีย"

Redmi Note 5 Pro มีจอแสดงผลขนาดเท่ากับรุ่น Redmi Note 5 คือจอกว้าง 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด FHD+ 2160x1080 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 450 nit ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D มีการออกแบบตัวเครื่องแบบ unibody โดยมีความหนาเพียง 8.05 มิลลิเมตรและมีตัวเลือกสี 4 สี ได้แก่ สีดำ สีทอง สีชมพูและสีฟ้า

Redmi Note 5 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 636 นอกจากนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล Redmi รุ่นแรกที่ใช้ LPDDR4X RAM ความจุสูงถึง 6GB โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อยด้วยกัน คือรุ่น RAM 4GB + ROM 64GB และรุ่น RAM 6GB + ROM 64GB

Redmi Note 5 Pro เป็นสมาร์ทโฟนตระกูล Redmi รุ่นแรกที่ทำคะแนนทดสอบผ่าน AnTuTu ได้สูงเกิน 100,000 คะแนนซึ่งเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งที่ Xiaomi นำมาโชว์ในงานเปิดตัวดังกล่าว

Redmi Note 5 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับการชาร์จ 5V/2A, รันแพลตฟอร์ม MIUI 9 (based on Android 7.0 Nougat), มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง

Redmi Note 5 Pro มาพร้อมกับกล้องหลังคู่แนวตั้ง โดยประกอบด้วยกล้องหลักที่ใช้งานเซ็นเซอร์ Sony IMX486 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และเซ็นเซอร์ Samsung ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลสำหรับตรวจจับความลึกวัตถุในภาพโดยจะทำงานร่วมกับอัลกอริธึมการเรียนรู้ด้วยตัวเองของ AI เพื่อตรวจจับขอบภาพบุคคลได้อย่างแม่นยำในโหมดถ่ายภาพบุคคล (portrait shots)

Redmi Note 5 Pro มีกล้องหน้าที่ใช้งานเซ็นเซอร์ Sony IMX376 ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED และโหมดถ่ายภาพหน้าสวย Beautify 4.0 ซึ่งบันทึกภาพและประมวลผลภาพใบหน้าด้วย AI ให้ออกมาสวยงามตามผิวของแต่ละบุคคล อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกับ Redmi Note 5 Pro คือการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า (Face Unlock) ซึ่งจะพร้อมใช้งานในช่วงปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

 

Redmi Note 5 Pro รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB มีราคาเปิดตัว 13,999 รูปี (ประมาณ 6,855 บาท) ส่วนรุ่น RAM 6GB + ROM 64GB มีราคาเปิดตัว 16,999 รูปี (ประมาณ 8,325 บาท) คาดว่าจะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ Flipkart ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 เป็นต้นไป

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 24 Feb 2018 13:23:10 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)