ข่าวเทคโนโลยี » อุปกรณ์สวมใส่

หญิงคนหนึ่งพร้อมเด็กทารกวัย 9 เดือนถูกคนเมาขับรถมาชนท้ายรถยนต์ของเธอ หลังเกิดเหตุเธอไม่สามารถหยิบโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่าน 911 แต่ในช่วงนาทีสำคัญก็นึกขึ้นได้ว่าสามารถใช้ Apple Watch แจ้งเหตุฉุกเฉินแทนได้

นอกเหนือจากความสามารถในการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายแล้ว Apple Watch ยังมีฟีเจอร์ที่เรียบง่ายแต่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของบางคนซึ่งก็คือความสามารถในการรับ-ส่งข้อความและรับสายโทรเข้าจากมือถือแม้ว่าจะไม่ได้พก iPhone อยู่ในมือก็ตาม เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งได้พิสูจน์ว่าฟีเจอร์การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านนาฬิกามีบทบาทสำคัญและอาจช่วยชีวิตคนได้

Kacie Anderson หญิงวัย 24 ปีจากเมืองฮันโนเวอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ฟีเจอร์ SOS บน Apple Watch เพื่อเรียกรถพยายาลหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา Anderson ได้แบ่งปันประสบการณ์เฉียดตายของเธอพร้อมทารกวัย 9 เดือนให้กับ Apple โดยเล่าว่ารถของเธอถูกคนเมาขับมาชน เธอไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งานได้หลังจากเกิดเหตุแต่เธอสามารถใช้ Apple Watch ที่สวมข้อมืออยู่ในเวลานั้นเพื่อขอความช่วยเหลือได้

"ตอนที่คนเมาขับรถมาชนเรา ทุกอย่างภายในรถลอยขึ้นมาบนอากาศ หน้าของฉันกระแทกไปโดนพวงมาลัยรถ พนักพิงศีรษะและก็กลับมาที่พวงมาลัยรถและหน้าต่างรถยนต์ ฉันหมดสติไปประมาณนาทีหนึ่งและไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยแม้ว่าจะเปิดตาอยู่แต่กลับเห็นเป็นสีดำทั้งหมด มือของฉันขยับไปรอบ ๆ เพื่อควานหาโทรศัพท์แล้วฉันก็นึกได้ว่าที่ข้อมือมี Apple Watch ก็เลยสั่งให้เรียก 911"

ด้วยฟีเจอร์ SOS ตราบเท่าที่โทรศัพท์เปิดอยู่และอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ผู้ใช้งาน Apple Watch สามารถกดปุ่มด้านข้างค้างไว้และรอให้มีเสียงเตือนขึ้นหรือใช้มือปัดเลื่อนบนหน้าจอเพื่อให้ Apple Watch โทรออก 911 หรือหมายเลขฉุกเฉินภายในเครื่อง (กรณีที่ใช้งานในต่างประเทศ)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ใช้ SOS ฉุกเฉินบน Apple Watch

Apple Watch Series 3 (cellular) นาฬิกา smartwatch รุ่นล่าสุดของ Apple รองรับการทำงานร่วมกับเครือข่ายมือถือซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถโทรหาหมายเลขฉุกเฉินด้วยฟีเจอร์ SOS แม้ว่าจะปิดโทรศัพท์หรือไม่ได้อยู่ใกล้กับโทรศัพท์ก็ตาม นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่ารายชื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉินเพื่อแจ้งครอบครัวผ่านข้อความพร้อมระบุตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของคุณ

ลูกชายวัย 9 เดือนของ Anderson ได้รับบาดเจ็บโดยมีอาการช้ำและแผลเป็น ส่วน Anderson ก็ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง "รถพยาบาลมาถึงและก็หามฉันใส่เปลขึ้นรถ คอและหลังของฉันถูกกระแทกอย่างแรกทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและมึนงงเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ แพทย์ต้องระบายน้ำออกจากหูและจมูกของฉันเพราะสมองของฉันมีอาการบวม คอของฉันเป็นรอยกล้ามเนื้อแตกถึงสองจุดด้วยกันและตอนนี้ยังมีหมอนรองกระดูกหลังอีก 2 จุดที่ยังรอการรักษาอยู่" เธอกล่าว

Anderson บอกว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาเธอได้รับคำชมอย่างมากในฐานะนักกีฬาบาสเกตบอลซึ่งเธอไม่เคยนึกฝันเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องใช้ฟีเจอร์ SOS โดยยกเครดิตความดีความชอบให้ Apple Watch ที่ช่วยให้เธอและลูกชายรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้

"ฉันรู้สึกมีโชคอย่างมากที่มี Apple Watch อยู่ในมือตอนนั้น"

RELATED TO:

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 17 Nov 2018 20:09:53 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)