ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะเก็บภาพสถานที่ที่เราไปมาหรืออาหารที่เรารับประทาน เก็บบันทึกเอกสารต่างๆ หรือส่งเอกสารการประชุมให้เพื่อนร่วมงาน เราก็มักเคยชินกับการใส่ข้อมูลเหล่านี้ไว้ในคลาวด์เพื่อเก็บไว้ให้ปลอดภัยจนกว่าจะต้องใช้หรือบางครั้งก็เก็บจนลืมไปเลยเสียด้วย ลักษณะการใช้งานเช่นนี้ทำให้ข้อมูลเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมหาศาล และจำเป็นต้องมีสิ่งที่มาใช้เก็บข้อมูลเหล่านี้

แม้ "คลาวด์" จะฟังดูห่างไกลและจับต้องไม่ได้ แต่อันที่จริงแล้ว คลาวด์ คือ แผงฮาร์ดดิสก์จำนวนมหาศาลที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลต่างๆ ภายในมีจานแม่เหล็กที่ทำหน้าที่เสมือนสมุดที่ใช้บันทึกข้อมูล และเข็มอ่านแม่เหล็กที่ทำหน้าที่เสมือนปากกา ฮาร์ดดิสก์ในศูนย์ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า nearline เป็นคำผสมระหว่าง near ที่หมายถึง เกือบ และ online รวมกันหมายถึง เกือบออนไลน์ ดังนั้น ฮาร์ดดิกส์ประเภทนี้จึงเป็นกึ่งแหล่งเก็บข้อมูลออนไลน์ที่รองรับการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วซ้ำๆ และกึ่งแหล่งเก็บข้อมูลออฟไลน์ที่ใช้เพื่อสำรองข้อมูลหรือบันทึกข้อมูลที่ไม่ต้องเรียกใช้บ่อยนักในระยะยาว

เนื่องจากบริการและกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำย้ายเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณข้อมูลที่เกิดขึ้นนับวันจึงมีแต่จะเพิ่มขึ้น จึงทำให้ต้องขยายขนาดคลาวด์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บข้อมูล วิธีหนึ่งที่จะทำเช่นนี้ได้คือการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ แต่ถึงแม้วิธีนี้จะแก้ปัญหาได้ แต่ก็มาพร้อมกับปัญหาเช่นกัน เพราะเซิร์ฟเวอร์นอกจากจะกินพื้นที่แล้ว ยังต้องติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอย่างรัดกุมและใช้พลังงานมหาศาล อีกวิธีที่ดีกว่าคือการเพิ่มความจุของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งอาจฟังดูง่ายแต่อันที่จริงแล้วเป็นเรื่องท้าท้ายไม่น้อยเลยทีเดียว

การเพิ่มจานแม่เหล็กเข้าไปในฮาร์ดดิสก์เนียร์ไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากจานแม่เหล็กหมุนด้วยความเร็ว 7,200 รอบต่อนาที ดังนั้น การเพิ่มจานแม่เหล็กจึงไม่เพียงแต่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องพลังงานที่ใช้ แต่ยังส่งผลต่อความคงทนและการทำงานอย่างราบรื่นของตัวฮาร์ดดิสก์ด้วย นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่บรรจุจานแม่เหล็กด้วย เพราะฮาร์ดดิสก์ปกติผลิตมาตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อใส่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์และแทบไม่มีพื้นที่เหลือให้ใส่จานแม่เหล็กเพิ่มแล้ว

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด การประกาศเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ชนิดบรรจุจานแม่เหล็ก 9 แผ่นขนาด 14 เทระไบต์ ของ โตชิบา อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวซิส แอนด์ สตอเรจ คอร์ปอเรชั่น เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 จึงเป็นที่ฮือฮาของทั้งวงการอุปกรณ์บันทึกข้อมูล ฮาร์ดดิสก์ดังกล่าวเป็นฮาร์ดดิสก์ประเภท Enterprise ที่ใช้ระบบบันทึกข้อมูลแบบ Conventional Magnetic Recording (CMR) รายแรกในโลก ที่เพิ่มขีดความจุได้จนถึง 14 เทระไบต์ นอกจากนั้น ยังเป็นฮาร์ดดิสก์แรกในโลกที่มีบรรจุจานแม่เหล็กรวมถึง 9 แผ่น เพิ่มขึ้นมาอีก 1 แผ่นจากที่เคยมีผู้ผลิตได้สำเร็จแล้ว อีกทั้งภายในยังบรรจุฮีเลียมแทนอากาศอีกด้วย

อันที่จริงแล้ว กุญแจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือฮีเลียมที่บรรจุอยู่ภายใน ฮีเลียมเป็นแก๊สที่เบาที่สุดเป็นอันดับสอง ช่วยลดแรงต้านทาน เพิ่มสมรรถนะและมีส่วนเพิ่มความจุของฮาร์ดดิสก์ ส่งผลให้ฮาร์ดดิสก์ใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านๆ มา แม้ฮาร์ดดิสก์นี้จะอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดที่กล่าวมา แต่ก็ยังคงเวลาเฉลี่ยก่อนเสียหาย ไว้ได้ที่ 2.5 ล้านชั่วโมง

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 18 Oct 2018 18:27:08 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)