ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวขั้นเทพที่หลุดออกมามากมายอย่าง Google Pixel 3 และ 3 XL โดยชูจุดเด่นที่กล้องหน้าคู่และกล้องหลังที่พัฒนาขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งเราจะไปดูกันทีละจุด

หน้าจอแสดงผล

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมหน้าจอ OLED และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 เหมือนกัน โดย Pixel 3 XL มีขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล อัตราส่วน 18.5:9 ส่วน Pixel 3 มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 18:9

สำหรับ Pixel 3 และ 3 XL จะรองรับการแสดผลแบบ HDR เพื่อช่วยในเรื่องของการรับชม Youtube ให้ได้รับสีสันที่สดและสมจริง (sRGB เพิ่ม 10%) และ Always On เพื่อแสดงข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงเพลงที่กำลังเล่นอยู่ขณะกำลังล็อคหน้าจอ

แบตเตอรี่

Pixel 3 XL มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ 3,430 mAh ส่วน Pixel 3 มาพร้อมแบตเตอรี่ 2,915 mAh โดยทั้งคู่รองรับการชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ในขนาด 10 วัตต์ (เร็วเท่ากับการชาร์จด้วยสายของ Pixel 2) ส่วนการชาร์จปกติจะมีเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ 18 วัตต์ ที่แถมมาในกล่อง ซึ่ง Google ก็การันตีว่าสามารถใช้งานได้ถึง 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 15 นาที

กล้องหลัง

ในส่วนของฮาร์ดแวร์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกล้องเดี่ยวความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดพิกเซล 1.4 ไมโครเมตร รูรับแสง f/1.8 และระบบกันสั่นไหว OIS โดยมีฟีเจอร์มากมาย ดังนี้

  • Top Shot : เป็นการถ่ายภาพแบบ HDR+ โดยมี AI ในการช่วยประมวลผลว่าทุกคนต้องถูกโฟกัส ไม่หลับตา หรือลืมตาอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำการถ่ายภาพออกมาเป็นชุดและให้ได้ภาพออกมาดีที่สุด
  • Photobooth : ถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อเรากำลังยิ้มหรือกำลังหน้าตลกๆ อยู่
  • Super Res Zoom : ใช้ AI ในการประมวลผลเพื่อให้กล้องเก็บรายละเอียดให้ดีเหมือนเดิมแม้ว่ากำลังซูมในระยะไกลอยู่
  • Night Sight : ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไฟแฟลช (จะได้รับการอัปเดทในอนาคต)

ทั้งนี้ Pixel 3 และ 3 XL ยังไม่สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ที่ 60fps ได้ แต่ก็ถ่ายแบบ 30fps ได้อยู่

กล้องหน้า

Pixel 3 และ 3 XL มาพร้อมกล้องหน้าคู่แบ่งเป็นเลนส์หลัก มุมกว้าง 75 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 พร้อมโฟกัสอัตโนมัติ และเลนส์มุมกว้าง 107 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ระบบเสียง

Pixel 3 ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบเสียงแบบสเตอริโอรอบทิศทาง โดยตัดช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ออกไปเรียบร้อย แต่ก็ยังมีสายแปลง USB Type-C เป็น 3.5 มม. แถมมาในกล่อง

สรุปสเปก Pixel 3

  • ขนาดตัวเครื่อง : 145.6 x 68.2 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 148 กรัม (Pixel 3)
  • หน้าจอแสดงผลแบบ OLED กว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18:9 ครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล :Qualcomm Snapdragon 845 Octa Core ความเร็ว 2.5 GHz
  • GPU : Adreno 630
  • RAM 4 GB
  • ROM 64/128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie
  • กล้องถ่ายรูปหลังความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช Dual LED รูรับแสง f/1.8 และระบบกันสั่นไหว OIS
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 8+8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM + eSIM รวม 2 ซิม
  • มาตรฐานกันน้ำ-ฝุ่นระดับ IP68
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 2,915 mAh รองรับเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ 18 วัตต์

สรุปสเปก Pixel 3 XL

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158 x 76.7 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 184 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ OLED กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (2960 x 1440 พิกเซล) อัตราส่วน 18.5:9 ครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล :Qualcomm Snapdragon 845 Octa Core ความเร็ว 2.5 GHz
  • GPU : Adreno 630
  • RAM 4 GB
  • ROM 64/128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie
  • กล้องถ่ายรูปหลังความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช Dual LED รูรับแสง f/1.8 และระบบกันสั่นไหว OIS
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 8+8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM + eSIM รวม 2 ซิม
  • มาตรฐานกันน้ำ-ฝุ่นระดับ IP68
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,430 mAh รองรับเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ 18 วัตต์

สำหรับ Pixel 3/3 XL มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Just Black (สีดำ), Clearly White (สีขาว) และสีใหม่ Not Pink (แต่ก็มีสีชมพู) มีราคาเริ่มต้นแตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชั่นดังนี้

โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในฝั่งสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ และฝั่งยุโรปในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ส่วนแฟนๆ ชาวไทยที่ต้องการซื้อก็ต้องหาจากประเทศใกล้เคียงในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น, ใต้หวัน, อินเดีย และสิงคโปร์

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sun, 21 Oct 2018 18:59:53 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)