ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วสำหรับสมาร์ทโฟน "Flagship Killer" รุ่นใหม่อย่าง Oneplus 6T ที่มีการอัปเกรดเพิ่มเติมจาก Oneplus 6 พร้อมชูจุดเด่นที่ฟีเจอร์การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ก็เพรียบพร้อมไปด้วยสเปคขั้นเทพที่ราคาถูก โดยเราจะนำมาเปรียบเทียบสเปคและจุดเด่นต่างๆ ของ Oneplus 6T, Huawei Mate 20 Pro, Google Pixel 3 XL และ Samsung Galaxy Note 9 ให้ลองชมกันว่าจะคุ้มค่าเกินราคาหรือไม่

ราคาถูกในสเปคขั้นท็อป

OnePlus 6T ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 ที่เหมือนกับ Pixel 3 XL ส่วน Mate 20 Pro และ Galaxy Note 9 ก็ใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปของตัวเองเช่นกัน ทั้ง Kirin 980 และ Exynos 9810

ตารางสรุปสเปค


คลิ๊กเพื่อชมภาพใหญ่

สำหรับ OnePlus 6T ก็มีให้เลือก RAM 2 ความจุ ทั้ง 6GB และ 8GB ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงในตลาดตอนนี้ เพราะมากกว่า Pixel 3 XL ที่มี RAM ให้เพียง 4GB ขณะที่หน่วยความจำภายในก็เริ่มต้นที่ 128GB เหมือนกับ Galaxy Note 9 และมากสุดที่ 256GB อย่างไรก็ตาม ก็น่าเสียดายที่ OnePlus 6T ตัดช่องเพิ่ม MicroSD Card ออกไปแล้ว

ด้านหน้าจอแสดงผล OnePlus 6T มาพร้อมจอ AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (ความละเอียดน้อยกว่ารุ่นอื่น) แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะ Galaxy Note 9 ก็ตั้งค่าเริ่มต้นให้ใช้งานที่ความละเอียด FHD+ เหมือนกัน ทั้งนี้ OnePlus 6T ก็ยังมีรอยบากหยดน้ำที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับ Mate 20 Pro และ Pixel 3 XL

ระบบปฏิบัติการ OnePlus 6T แกะกล่องมาพร้อม Android 9.0 Pie ที่ครอบทับด้วย UI Oxygen OS ที่มีการปรับแต่งให้มีความลื่นไหล จนแทบไม่ต่างกับ Android แท้ๆ ของ Google ซึ่งจุดนี้ก็ถือว่าได้เปรียบ Galaxy Note 9 ที่ยังคงต้องการอัปเดทต่อไปในเร็วๆ นี้

และแบตเตอรี่ OnePlus 6T มีความจุ 3,700 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วขนาด 20 วัตต์ ซึ่งมีความเร็วน้อยกว่า Mate 20 Pro ที่ให้ความเร็วในการชาร์จถึง 40 วัตต์ แถมด้วยการที่ OnePlus 6T ไม่มีระบบการชาร์จไร้สาย ก็ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ OnePlus 6T มีระบบปฏิบัติการที่เสถียรไม่เป็นรอง Pixel 3 XL ก็ทำให้ใช้งานได้เกือบตลอดทั้งวันแน่นอน

สิ่งอื่นที่สำคัญ

OnePlus 6T ไม่ได้ระบุถึงมาตรฐานกันน้ำ-ฝุ่น หรือมาตรฐาน IP ต่างๆ เหมือนกับรุ่นที่นำมาเปรียบเทียบ ทั้งยังมีการตัดช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรออกไป ซึ่งต้องใช้หัวแปลงหรือหูฟังบลูทูธแทน แต่อย่างน้อย OnePlus 6T ก็รองรับระบบเสียงบลูทูธขั้นสูงอย่าง aptX HD และ LDAC ด้วย ทำให้การฟังเพลงไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการใช้ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

มาถึงเรื่องที่หลายคนอยากรู้กันบ้างกับเรื่องกล้อง โดย OnePlus 6T มาพร้อมกล้องหลังคู่แนวตั้ง ซึ่งยังไม่มีเลนส์ซูม (Telephoto) และเลนส์มุมกว้างเหมือนกับ Mate 20 Pro แต่ก็ถูกดีไซน์มาเพื่อให้ถ่ายแบบโบเก้หรือแบบ Portrait โดยเฉพาะ แถมด้วยการมีฟีเจอร์ Nightscape เพื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อย รวมถึงมีระบบกันสั่นไหวแบบ OIS + EIS ให้มาอีกด้วย

สุดท้ายที่เรื่องราคา แน่นอนว่า OnePlus 6T ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการเปิดตัวในราคาที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่นดังนี้

  • RAM 6GB + ROM 128GB : ราคา $549 หรือประมาณ 18,xxx บาท
  • RAM 8GB + ROM 128GB : ราคา $579 หรือประมาณ 19,xxx บาท
  • RAM 8GB + ROM 256GB : ราคา $629 หรือประมาณ 20,xxx บาท

เห็นราคาแบบนี้ OnePlus 6T ถือว่าถูกว่าทุกรุ่นที่กล่าวมา ตั้งแต่ Mate 20 Pro ที่มีราคาสูงถึง 31,990 บาท, Galaxy Note 9 ในราคา 33,900 บาท และ Pixel 3 XL ในราคาเริ่มต้น 900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 29,000 บาท

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Wed, 21 Nov 2018 22:45:05 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)