ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

Advertorial : OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยกว่า 10 ปี ด้วยการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนหลากรุ่น แบ่งออกเป็น 4 ซีรี่ย์ ทั้ง A, F, R และ Find โดยที่รุ่นล่าสุดส่งท้ายปลายปี 2018 ที่วางจำหน่ายในไทยก็จะเป็น OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนที่มีการผสมผสานระหว่างจุดเด่นของ OPPO R ซีรี่ย์รุ่นก่อนๆ และฟีเจอร์เด่นในยุคสมัยใหม่ทั้งหมด ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความลงตัวที่สุดในขณะนี้ ซึ่งมาดูกันว่า OPPO R ซีรี่ย์รุ่นก่อนหน้าที่นำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี 2014 จนถึงปัจจุบัน มีจุดเด่นอะไรบ้าง 

OPPO R1

เริ่มจาก OPPO R1 คือสมาร์ทโฟน OPPO R ซีรี่ย์รุ่นแรก ที่ถูกนำมาขายในประเทศไทย ช่วงต้นปี ค.ศ. 2014 ซึ่งมาสร้างปรากฏการณ์เรื่องกล้องถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟนทันที ด้วยความสามารถในการถ่ายรูปในยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม จากเทคโนโลยี PI Engine (Pure Image Engine) ที่ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

OPPO R5

OPPO R5 เปิดตัวในช่วงเดือน ตุลาคมปี ค.ศ. 2014 และยังคงเน้นไปในการถ่ายรูป ด้วยการพัฒนาระบบ PI Engine (Pure Image Engine) ให้เป็นเวอร์ชั่น 2.0 พร้อมใส่ความละเอียดของกล้องหลังสูงถึง 13 ล้านพิกเซล ส่วนความพิเศษคือ การนำภาพที่ดีที่สุด 10 ภาพมารวมกัน เพื่อให้เกิดภาพคุณภาพสูงถึง 50 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้ ยังมีความสวยงามจากตัวเครื่องที่บางเพียง 4.85 มิลลิเมตร และระบบชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว VOOC Rapid Charge ที่ชาร์จแบตเตอรี่เพียง 30 นาที เพิ่มเปอร์เซ็นแบตเตอรี่ขึ้นมาถึง 75%

OPPO R1L

OPPO R1L มีการเปิดตัวในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 ซึ่งนอกจาก OPPO R1L จะสามารถบันทึกภาพผ่านกล้องหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED และกล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ยังมีความพรีเมี่ยมมากขึ้น ด้วยการใช้ฝาหลังแบบกระจก Gorilla Glass 3 และรองรับเครือข่ายแบบ 3G และ 4G LTE

OPPO R7 Plus

OPPO R7 Plus เปิดตัวในช่วงเดือน พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โดยมาพร้อมความยิ่งใหญ่อลังการ และลงรายละเอียดไปที่สเปคให้มากขึ้น ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนมีส่วนผสมของโลหะ หน้าจอ AMOLED สีคมชัด ขนาดกว้างถึง 6 นิ้ว ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 615 ซึ่งตอนนั้นถือว่าไม่ธรรมดา และมีแบตเตอรี่ 4,100mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้คุยได้นานถึง 2 ชั่วโมง

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีระบบ Touch Access หรือ สแกนลายนิ้วมือ อยู่ด้านหลังตัวเครื่อง และยังไม่ทิ้งความเป็น R ซีรี่ย์ ด้วยกล้องหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มีไฟแฟลชแบบคู่ ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

OPPO R7 Lite

OPPO R7 Lite เปิดตัวมาพร้อมกับ OPPO R7 Plus ในช่วงเดือน พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โดยเข้ามาเป็นสมาร์ทโฟนตัวเลือกเพิ่มเติมจาก ด้วยการลดสเปคบ้างส่วนออก เพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น แต่ยังคงจับสเปคหลักมาให้ใช้งานเหมือนเดิม เช่น ชิปเซ็ต Snapdragon 615, กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และยังใช้มีส่วนผสมของโลหะในการผลิต

OPPO R7s

หากเป็นคนที่ชื่นชอบกล้องถ่ายรูปของ OPPO แต่อยากได้สเปคที่ดีขึ้น และหน้าจอที่ไม่ใหญ่จนเกินไป OPPO R7s จึงถูกส่งมาเจาะลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ และเปิดตัวในช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2015 ด้วยการเพิ่ม RAM มาให้ถึง 4GB และยังคงใช้ Snapdragon 615 ส่วนกล้องหลังก็จัดให้ตามฉบับตระกูล R ด้วยกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่สำคัญยังคงความแข็งแกร่ง ด้วยการใช้โลหะเป็นส่วนผสมในการผลิต

OPPO R9s

หลังจากวางขาย OPPO R7s ในประเทศไทยในช่วงปลายปี ค.ศ. 2015 สมาร์ทโฟนจาก OPPO ตระกูล R ก็หายหน้าหายตาไปกว่า 2 ปี เหมือนทาง OPPO กำลังกลับไปหาความโดดเด่นที่เข้าถึงคนไทยให้มากขึ้น จนสุดท้ายออกมาเป็น OPPO R9s ที่เปิดตัวในประเทศไทยช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 พร้อมกับความโดดเด่นที่ชัดเจนในเรื่องการ "เซลฟี่" และการถ่ายรูปแบบ "หน้าชัดหลังเบลอ"

โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างสวยงามเหนือชั้นสุดๆ ในเวลานั้น และกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเช่นกัน ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมีความสวยงาม และหน้าจอ AMOLED 5.5 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 โค้ง 2.5D ใช้ขุมพลัง Snapdragon 625, RAM 4GB พร้อมแบตเตอรี่ 3,010mAh รองรับระบบ VOOC Flash Charge

OPPO R9s Plus

OPPO R9s Plus มีการเปิดตัวพร้อมกับ OPPO R9s ในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 โดยเป็นรุ่นที่จัดเต็มจัดหนักเรื่องของสเปค ซึ่งมาพร้อมหน้าจอแสดงผล 6 นิ้ว, ขุมพลัง Snapdragon 653, RAM สูงสุด 6GB, ROM 64GB และแบตเตอรี่ 4,000mAh รองรับ VOOC Flash Charge ส่วนกล้องถ่ายรูปทั้งหน้าและหลังมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เท่ากับ OPPO R9s ถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามเช่นกัน แต่มีจุดเด่นที่เหนือชั้นกว่าคือ ระบบกันสั่นไหว OIS เพื่อลดการสั่นไหวขณะถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอ

OPPO R9s Pro

OPPO R9s Pro ได้เปิดตัวในช่วงเดือน กันยายน ค.ศ. 2017 เพื่อตอกย้ำความเป็น Selfie Expert โดยเฉพาะ ด้วยการใส่กล้องหน้ามาให้ถึง 2 เลนส์ ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล สามารถเซลมุมกว้างได้ถึง 120 องศา เก็บได้ทุกรายละเอียดของการเซลฟี่ ด้านกล้องหลังก็มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ในขณะที่สเปคการใช้งานก็ครบเครื่อง ด้วยหน้าจอ 6 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass โค้ง 2.5D, ขุมพลัง Snapdragon 652, RAM 4GB, ROM 64GB และแบตเตอรี่ 4,000mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge

OPPO R15 Pro

สำหรับ OPPO R15 Pro คือเครื่องหมายบงบอกไว้ว่า OPPO R ซีรี่ย์ไม่ได้มีดีแค่กล้องถ่ายรูปอย่างเดียว เพราะมีการออกแบบที่ทันสมัยสวยสะดุดตา จากหน้าจอดีไซน์ "จอแหว่ง" และหลังตัวเครื่องก็มีการไล่เฉดสีแบบ 3D Glass บนกระจกเงา ซึ่งให้ความรู้สึกที่สวยงามดูปราณีตทีเดียว

เมื่อนำไปรวมกับกล้องถ่ายรูปที่เป็นจุดเด่นของ OPPO R ซีรี่ย์ ทำให้ทุกอย่างเริ่มมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยกล้องหลังคู่ ความละเอียด 20+16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล พร้อมการปรับแต่งใบหน้าที่ดูสวยเป็นธรรมชาติจากระบบ AI ด้วย AI Beauty 2.0 เรียกได้ว่าจัดมาให้เต็มๆ ไม่มีกั๊ก และยังใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 660 AIE ที่เป็นขุมพลังทำงานร่วมกับ AI นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง การสแกนใบหน้า เป็นอีกฟีเจอร์เด่น

OPPO R17 Pro

OPPO R17 Pro คือที่สุดของ OPPO R ซีรี่ย์ เป็นการรวมจุดเด่นในด้านต่างๆ ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุด เริ่มจากพัฒนากล้องหลัง 3 เลนส์ ซึ่งเป็นครั้งแรกใน OPPO R ซีรี่ย์ โดยมีความละเอียด 20+12 พิกเซล และเลนส์พิเศษ TOF 3D Camera ช่วยในการถ่ายรูป 3 มิติ ส่วนฟีเจอร์หลักเข้าตากรรมการอย่างจัง คือการถ่ายรูปในโหมดกลางคืนอย่าง Ultra Night Mode ที่ทำให้การถ่ายภาพตอนกลางคืนเป็นเรื่องง่ายในคลิ๊กเดียว ในขณะที่กล้องหน้าก็ยังแรงดีไม่มีตก ด้วยความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ปรับแต่งหน้าด้วย AI Beauty 2.0 เซลฟี่สวยงามตามฉบับ OPPO

ดีไซน์โดดเด่นด้วยการไล่โทนสีระหว่างเฉดสีฟ้าและสีม่วง ในส่วนของสี Radiant Mist และ สีเขียว Emerald Green ที่งดงาม พร้อมกระจกฝาหลังในรูปแบบ 3 มิติ สะท้อนแสงกับเงาได้อย่างน่าหลงไหล ทั้งยังมีหน้าจอแสดงผลมีดีไซน์แบบ "รอยแหว่งทรงหยดน้ำ" สวยงามไปอีกแบบ ที่สำคัญมีการครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 แข็งแกร่งกว่ารุ่นเก่าถึง 2 เท่า

สเปคภายในก็จัดมาให้แบบแน่นๆ เริ่มที่ชิปเซ็ต Snapdragon 710, RAM 8GB, ROM 128GB แบตเตอรี่ 3,700mAh รองรับการชาร์จเร็วด้วยระบบ Super VOOC ที่ชาร์จเพียง 35 นาทีก็เต็มแล้ว และยังเป็นพอร์ตแบบ USB Type-C ส่วนฟีเจอร์ความปลอดภัยจะมีทั้ง ปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือบนหน้าจอ และระบบสแกนใบหน้า

เห็นได้ชัดว่า OPPO R ซีรี่ย์มีการพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เริ่มแรกจะเน้นไปที่การใช้งานกล้อง ต่อด้วยสเปคเครื่องเพื่อการใช้งานที่ไหลลื่น ต่อเนื่องมาจนถึงในด้านการดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่งทั้งหมดหาได้จาก OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนที่รวมความเป็น OPPO R ซีรี่ย์ไว้ในที่เดียว

**บทความเพื่อการโฆษณา**

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 11 Dec 2018 00:09:38 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)