ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

Hungry Hub แอปพลิเคชั่นจองร้านอาหารด้วยข้อเสนอสุดคุ้ม คุมงบได้ ไม่เหมือนใครในเมืองไทย อิ่มอร่อยไม่อั้นแบบบุฟเฟ่ต์และเซ็ตเมนูที่ร้านอาหารแบบ a la carte นวัตกรรมใหม่แห่งการพลิกโฉมศักยภาพธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในกรุงเทพฯ สร้างทางเลือกสุดฉลาดด้วยแนวการรับประทานอาหารแบบได้ประโยชน์ทั้งนักชิมและผู้ประกอบการ

“Audrey Café” ร้านอาหารชื่อดังที่มี 8 สาขาในไทย และเป็นหนึ่งในร้านอาหารพันธมิตรของ Hungry Hub ที่เติบโตขึ้นในตลาดรับประทานอาหารนอกบ้าน เผยรายได้ประจำปีที่ เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท

ปัจจุบัน Hungry Hub มีผู้ใช้บริการจองโต๊ะร้านอาหารกว่า 280,000 คน และสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท ให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วม โดยมียอดค่าใช้จ่ายต่อการจองโต๊ะเฉลี่ย 2,100 บาท นับเป็นการเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนสูงขึ้นถึง 50% กับ 3 แพ็คเกจการรับประทานที่แตกต่างบนแอปพลิเคชั่นที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ All You Can Eat โปรโมชั่นอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นแบบบุฟเฟ่ต์เฉพาะร้านอาหารที่มีเมนูอาหารตามสั่ง หรือแบบ a la carte เท่านั้น Party Pack แพ็คเกจที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนำเสนอเมนูชุดพิเศษสำหรับกลุ่มนักรับประทานในร้านตั้งแต่ 2 - 4 คนขึ้นไป พร้อมส่วนลดอย่างน้อย 20% สำหรับร้านอาหารที่ไม่ค่อยมีส่วนลด และ Buffet Plus ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา กับข้อเสนอตัวเลือกเมนูพิเศษสำหรับลูกค้า Hungry Hub เท่านั้น และส่วนลดที่เพิ่มมากขึ้นจากโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ที่มีอยู่เดิมอีกด้วย

นายสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hungry Hub เน้นย้ำถึงเหตุผลของการเป็นแอปพลิเคชั่นจองร้านอาหารที่ดีที่สุดว่า “Hungry Hub ช่วยให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเข้าถึงโอกาสในวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะการจองโต๊ะแบบกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองหรืองานเลี้ยงอาหารค่ำของบริษัท ซึ่งสามารถควบคุมงบประมาณได้ ขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ว่า จะได้ร้านอาหารที่มีสถานที่ อาหาร และบรรยากาศเหมาะสมที่สุด โดยเราจะแนะนำร้านอาหารใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้บริการ ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

ด้านร้านออเดรย์ คาเฟ่ เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นพันธมิตรกับ Hungry Hub มากว่า 2 ปี ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยมีผู้ใช้บริการผ่านแอปฯ กว่า 60,000 คน ได้รับการแสดงความคิดเห็นกว่า 4,700 รีวิว ซึ่งมากกว่า Google และ Wongnai 4 – 5 เท่า ด้วยคะแนนที่สูงขึ้น 4.5/5

บีท-ชวิทย์ เสรีวัฒโนภาส ผู้อำนวยการบริษัท ออเดรย์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว่า “เราได้ทำงานร่วมกับ Hungry Hub มาเกือบ 2 ปีแล้ว และรู้สึกประทับใจกับจำนวนลูกค้าที่ได้รับ โดยเราได้ทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่า จะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยมและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าของเรา”

การดำเนินงานของ Hungry Hub จะคิดค่าดำเนินการเพียงเล็กน้อยกับลูกค้าแต่ละรายเท่านั้น และจำกัดข้อเสนอแบบบุฟเฟ่ต์เพียง 10 – 15% ของที่นั่งทั้งหมดในร้านเท่านั้น สำหรับบุฟเฟ่ต์ Hungry Hub มีราคาเริ่มต้นเพียง 249 – 2,000 บาทต่อคน โดยทำงานร่วมกับร้านอาหาร 130 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งนี้ Hungry Hub มีผู้ใช้บริการกว่า 4,300 คน ต่อร้านอาหาร 1 แห่ง สร้างรายได้ในหนึ่งเดือนให้แต่ละร้านถึง 1.9 ล้านบาท

เจฟฟรีย์ สปีลแมน ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพ และโรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ หนึ่งในพันธมิตรที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก กล่าวว่า “เราได้มีโอกาสร่วมงานกับ Hungry Hub โดยได้นำห้องอาหาร Scalini ที่โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท เข้าร่วมแคมเปญ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในตลาด และรักษาระดับค่าเฉลี่ยของเราไว้ ในขณะที่ยังช่วยให้มีโอกาสขายเพิ่มขึ้น Hungry Hub เป็นแอปฯ ที่ไม่ซ้ำแบบใคร มีสมาชิกหลากหลายและมีความสามารถในการใช้จ่าย"

ปัจจุบัน Hungry Hub ดำเนินธุรกิจอยู่ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นอกจากนี้ กำลังขยายธุรกิจไปยังเขตชายฝั่งตะวันออก และเมืองอื่น ๆ ในประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าเปิดตัวในระดับนานาชาติในปีพ. ศ. 2562 อีกด้วย โดยมีร้านอาหารพันธมิตรชื่อดังหลายแห่ง อาทิ Audrey Cafe, Arno’s, Cafe Pla (กลุ่ม iberry), Maisen (กลุ่ม S&P), Yuutaro, Outback Steakhouse, Hongmin, Hong Kong Noodle, โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท และโรงแรมบันยันทรี

จากการขยายตัวของ Hungry Hub ที่ครอบคลุมร้านอาหารที่เข้าร่วมมากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น และธุรกิจร้านอาหารยังได้ขยายตัวสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่ต้องการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ๆ ด้วยแนวคิดการรับประทานอาหารแนวใหม่ และการันตีด้วยรางวัลสตาร์ทอัพระดับนานาชาติอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลชนะการนำเสนอแอปฯ ในงาน The Pitch Corner ในการประชุมสุดยอด The Seedstars World Summit 2018 ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติและผู้เข้าร่วมประชุมเข้าแข่งขันจาก 14 ประเทศทั่วโลก และได้รับรางวัลชนะเลิศในงาน Echelon Asia Summit 2018 ในการแข่งขัน The Pitch สาขาอีคอมเมิร์ซ ณ ประเทศสิงคโปร์ อีกด้วย

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 11 Dec 2018 00:07:13 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)