ข่าวเทคโนโลยี » เทคโนโลยี

MediaTek ประกาศความก้าวหน้าด้าน 5G ที่งาน MWC 2019 พร้อมขับเคลื่อนการเปิดตัวอุปกรณ์ 5G ในปี 2563 สำหรับคลื่นความถี่ sub-6GHz โดยมีการจัดแสดง Helio M70 โมเด็ม 5G สำหรับบ้านอัจฉริยะ รวมถึงแสดงการทดสอบคลื่นวิทยุ mmWave แบบ over-the-air ของเสาอากาศ 5G ของ MediaTek ชิปเซต Helio M70 สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 4.2Gbps ถือเป็นโมเด็ม 5G sub-6GHz ที่เร็วที่สุดในอุตสาหกรรมขณะนี้

เทคโนโลยี 5G ของ MediaTek ได้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นจากภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่า Helio M70 จะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ภายในปีนี้ MediaTek ศึกษาและทำงานกับลูกค้า, บริษัทเครือข่ายในอุตสาหกรรมและผู้ผลิตเทคโนโลยีต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งการนำ 5G ไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ทั้ง มือถือ, เครื่องใช้ในบ้าน และ ยานยนต์ภายในปี 2563

TL Lee ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจการสื่อสารไร้สายของ MediaTek กล่าวว่า “ด้วย Helio M70 เรามั่นใจว่าจะสามารถมอบโซลูชันในฝันให้กับเหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ 5G ต่อลูกค้า ด้วยความเร็วสูงและประหยัดพลังงาน โดยทั้งหมดนี้จะสามารถอยู่ในสมาร์ทโฟนที่คงดีไซน์สวยงามเหมือนเดิม”

“ความสำเร็จและชื่อเสียงของ MediaTek ล้วนเกิดจากความตั้งใจในการมอบสุดยอดเทคโนโลยีต่อลูกค้าทั่วโลก ด้วยโซลูชัน 5G ที่ครอบคลุมของเราจะช่วยให้เกิดคลื่นดิจิทัลของอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ที่ชูความน่าเชื่อถือ หาง่าย และมีความรวดเร็วสูง”

โมเด็ม 5G Helio M70 เป็นโซลูชัน 5G รุ่นแรกจาก MediaTek ที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ LTE และ 5G dual connectivity (EN-DC) พร้อมความสามารถในการแบ่งปันพลังงานแบบไดนามิก รวมถึงรองรับหลากหลายโหมดสำหรับเชื่อมต่อมือถือทุกรุ่นตั้งแต่ 2G ถึง 5G

ฟีเจอร์หลักของ Helio M70 มีดังนี้:

  • ความเร็วสูง: ด้วยความเร็วในการดาวน์โหลด 4.7Gbps และความเร็วในการอัพโหลด 2.5Gbps ทำให้ Helio M70 ช่วยให้อุปกรณ์มีความเร็วตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็สามารถคงความเสถียรของความเร็วขณะดาวน์โหลดที่ 4.2Gbps ซึ่งเป็นโมเด็มที่เร็วที่สุดจากการทดลองใช้จริงในตลาด
  • Standards based: ใช้ได้กับสเปค 3GPP Rel-15
  • New Radio (NR) และ worldwide 4G LTE bands: รองรับความถี่ตั้งแต่ 600MHz ถึง 5GHz ทั้งอุปกรณ์ TDD และ FDD รวมถึงยังมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงคลื่นความถี่ต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกมากขึ้นตามความต้องการของคลื่นความถี่ที่สูงขึ้น
  • รองรับหลากหลายโหมด: รองรับการเชื่อมต่อ 2G 3G 4G 5G และการแบ่งปันพลังงานแบบไดนามิกใน 4G และ 5G เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงความเร็วในการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
  • ระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ: เทคโนโลยีรับส่งข้อมูลแบบไดนามิกของ 5G มีระบบเฉพาะที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโมเด็มถึง 50% รวมถึงยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
  • การเชื่อมต่อที่แข็งแกร่ง: มีฟีเจอร์หลากหลายเพื่อคุณภาพของการเชื่อมต่อ รวมถึงรองรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง (HPUE)

MediaTek ตั้งเป้าไปที่คลื่นความถี่ sub-6GHz ก่อน เพื่อที่จะนำร่อง 5G สู่ตลาดในวงกว้าง เนื่องจากคลื่นความถี่ sub-6GHz มีความเหมาะสมต่อทั้งสภาพแวดล้อมในเมืองและชนบท ซึ่งตอบโจทย์ความตั้งใจของ MediaTek ในการนำอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปสู่ผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ MediaTek ยังกำลังพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับมือถือแบบใหม่ เพื่อยกมาตรฐานการเชื่อมต่อขึ้นไปอีกระดับ เช่น เทคโนโลยี ‘Beamforming’ ซึ่งจะรองรับผลิตภัณฑ์ mmWave ในปี 2563

MediaTek ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำ ผู้ผลิตอุปกรณ์ และซัพพลายเออร์ เพื่อตรวจความพร้อมของตลาดของเทคโนโลยี 5G เพื่อให้เกิดการนำ 5G ไปใช้ในอุปกรณ์มือถือ ในบ้าน และ รถยนต์

  • Helio M70 สามารถรับส่งข้อมูล downlink และ uplink ด้วยปริมาณสูงสุดผ่านเครื่องทดสอบ 5G ‘MT8000A’ ของ Anritsu Corporation แสดงให้เห็นว่า Helio M70 มีความสปีดเร็วสูงตรงตามข้อกำหนดของ 5G
  • การสาธิตของ MediaTek และ Keysight Technologies ถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่แสดงการรับส่งข้อมูลวิทยุออนไลน์ผ่านโมเด็ม 5G รองรับทั้งโหมด NSA และ SA อย่างประสบความสำเร็จ
  • MediaTek และ Rohde & Schwarz กำลังทำการทดสอบ mmWave over-the-air (OTA) ของ 5G และแผงเสาอากาศของ MediaTek
  • MediaTek ร่วมงานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำและผู้ผลิตอุปกรณ์ อย่าง China Mobile และ NOKIA เพื่อพัฒนา 5G ขั้นสูง

เพื่อลดความซับซ้อนของระบบ supply chain และเพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น MediaTek ได้ร่วมงานกับผู้ผลิตส่วนประกอบ 5G และผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อส่งมอบโซลูชั่น 5G ที่สมบูรณ์แบบและได้มาตรฐานมากที่สุด โดย MediaTek มีการศึกษาเทคโนโลยี RFFE (Radio Frequency Front End) กับบริษัท อาทิ Oppo, Vivo ร่วมถึงบริษัท RF ซัพพลายเออร์ชั้นนำ เช่น Skyworks, Qorvo และ Murata เพื่อออกแบบ front end ให้สามารถรองรับส่วนประกอบ 5G โดยไม่กระทบต่อรูปร่างอันบางเบาของสมาร์ทโฟน

นอกเหนือจาก 5G อีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของ MediaTek เพื่อพัฒนาการเชื่อมต่อ คือการนำ edge AI ออกสู่ตลาด ขณะที่ 5G สามารถเชื่อมผู้บริโภคสู่ระบบ cloud ด้วยความเร็วสูงสุด edge AI ก็จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ด้าน AI แบบเรียลไทม์ต่อผู้ใช้

MediaTek มีโซลูชันสำหรับการประมวลผล edge AI hardware และเครื่องมือสำหรับ software ที่ครอบคลุมและหลากหลาย โดยมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพ AI ใน smart home อุปกรณ์สวมใส่ สมาร์ทโฟน รถยนต์อัตโนมัติ และ อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เนตอื่นๆ โดยชิปเซต AI ‘Helio P90’ รุ่นใหม่ล่าสุดของ MediaTek คือชิปเซตที่ทรงพลังที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพการทำงานอันน่าทึ่ง

นอกจากนี้ MediaTek ยังเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด NB-IoT ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อขนาดใหญ่ ช่วยลดความซับซ้อนของอุปกรณ์ และ ลดการใช้พลังงานเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นเป็นเวลานานหลายปี

ชิป MT2625 ของ MediaTek ช่วยซัพพอร์ตแพลตฟอร์ม NB-IoT สำหรับอุปกรณ์ในบ้าน มือถือ และในอุตสาหกรรมต่างๆ ขณะที่ชิป MT2621 มีความสามารถในการครอบคลุมการรับสัญญาณได้ในระยะไกล โดยจะรองรับการเชื่อมต่อทั้ง NB-IoT R14 และ GSM/GPRS เหมาะกับอุปกรณ์ติดตาม อุปกรณ์สวมใส่ และ อุปกรณ์ความปลอดภัย IoT

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Sat, 23 Mar 2019 03:34:03 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)