รีวิว Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) กล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล จุดพิกเซล 1.4um พร้อมท้าชนสมาร์ทโฟนรุ่นท็อป

สมาร์ทโฟน » รีวิว | 4 มิถุนายน 2561, 10:22 น. ICT

โดย โดย

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโทรศัพท์มือถือ Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera)  - เสี่ยวมี่

Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) สมาร์ทโฟนคุ้มๆ ที่มีสเปคที่อัดแน่นคุ้มราคา ด้วยการนำขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 636 มาใช้ในราคาเริ่มต้น 5,990 บาทที่เป็นรุ่น RAM 3GB, ROM32GB ทำให้มั่นใจในทุกการใช้งานมาตรฐานทั้งหมด แถมคุณภาพเรื่องกล้องยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของความคุ้ม ด้วยกล้องคู่ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล และมีการทำงานทำงานร่วมกับ AI เพื่อทำให้ภาพออกมาสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมมีจุดพิกเซล 1.4um 

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

 

ตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) มีดีไซน์เป็นแบบ Unibody โดยมีขนาด 158.6 x 75.4 x 8.05 มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ 181 กรัม

 

ในส่วนของหน้าจอมีขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18:9 อัตราการตอบสนอง 403 PPI เฉดสี NTSC 83%

 

ด้านบนหน้าจอมีกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอยู่ทางซ้าย ตรงกลางเป็นช่องลำโพงสำหรับการสนทนา และทางขวาเป็นไฟแฟลชแบบ LED สำหรับการเซลฟี่โดยเฉพาะ

 

ด้านล่างหน้าจอไม่มีปุ่มการใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากปุ่มนำทางเป็นแบบซอฟแวร์อยู่ในหน้าจอแทน

 

ล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรอยู่ทางซ้าย ถัดมาเป็นรูไมโครโฟน ตรงกลางเป็นช่องเสียบสาย Micro USB และซ้ายสุดเป็นลำโพงสำหรับการฟังเพลง

 

ฝั่งบนตัวเครื่องมีรูตัดสัญญาณรบกวน ต่อด้วยช่องเซนเซอร์อินฟราเรด สำหรับการสั่งการเหมือนเป็นรีโมทต์ควบคุม

 

ตรงส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีช่องใส่ถาดใส่ซิม ซึ่งเป็นแบบ Hybrid สามารถใส่ได้ 2 ซิม หรือใส่ 1 ซิม + MicroSD การ์ด โดยรองรับความจุสูงสุด 128GB

 
** กรุณาตรวจสอบรุ่นมือถือที่รองรับเครือข่าย 3G, 4G อีกครั้ง **

ตรงด้านขวามีปุ่มมาตรฐาน โดยปุ่มข้างบนเป็นปุ่มเพิ่มและลดเสียง ถัดลงมาข้างล่างเป็นปุ่มเพาเวอร์ไว้เปิด / ปิดเครื่อง หรือพักหน้าจอ

 

ในส่วนด้านหลัง มีกล้องคู่อยู่บนซ้ายเป็นแบบแนวตั้ง ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล โดยกล้องเลนส์ตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีจุดพิกเซล 1.4um และรูรับแสง f/1.9 ส่วนกล้องเลนส์ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีจุดพิกเซล 1.12um ละรูรับแสง f/2.0 มีไฟแฟลชอยู่ระหว่างกล้อง 2 ตัว เป็นแบบโทนเดียว ถัดลงมาตรงกลางเป็นสแกนลายนิ้วมือ

 

  

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera)
  • เคส Ultra-Slim
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB 2.0
  • เข็มนำถาดซิมออก
  • คู่มือ
  • ใบรับประกัน

 

  
การเปรียบเทียบขนาดตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) เมื่ออยู่ในมือผู้ชาย (ซ้าย) และมือผู้หญิง (ขวา)

 
การเปรียบเทียบขนาดตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) กับไม้บรรทัด

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

สเปคทั้งหมดของ Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera)

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.6 x 75.4 x 8.05 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 173 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ : Android Oreo 8.1.0 มีการปรับแต่งด้วย MIUI 9.5
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18:9 อัตราการตอบสนอง 403 PPI เฉดสี NTSC 83%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 636 Octa-core ความเร็ว 1.8GHz
  • RAM : 3GB / 4GB LPDDR4X
  • ROM : 32GB / 64GB Flash eMMC 5.1 รองรับความจุ MicroSD สูงสุด 128GB
  • เครือข่ายและการเชื่อมต่อ
    - 4G FDD-LTE 1/3/5
    - TDD-LTE 40/41 (120MHz)
    - 3G WCDMA 1/2/5/8
    - 2G GSM 2/3/5/8
    - 802.11 a/b/g/n/ac
    - 2.4G WIFI
    - 5G WIFI
    - GPS
    - Bluetooth 5.0
  • กล้องหลังคู่ : 12+5 ล้านพิกเซล จุดพิกเซล 1.4um (เลนส์หลัก), 1.12um (เลนส์เสริม) รูรับแสง f/1.9, f/2.0 (ตามลำดับ) มีไฟแฟลช LED แบบโทนเดียว
  • กล้องหน้า : 13 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED สำหรับการถ่ายเซลฟี่โดยเฉพาะ
  • แบตเตอรี่ : 4000mAh

 

 

หน้าจอล็อก, หน้าจอหลัก, แถบแอพพลิเคชั่นด่วน

ตรงหน้าจอล็อก, หน้าจอหลัก, แถบแอพพลิเคชั่นด่วน จะมีหน้าตาที่ต่างออกไปจาก Android ทั่วๆ ไป เนื่องจากมีการดัดแปลงจาก MIUI 9.5 รวมถึงมีการนำแอพพลิเคชั่นจากโรงงานติดมาด้วย

 

 

ระบบปฏิบัติการ

Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Oreo 8.1.0 ทันทีที่แกะออกจากกล่อง พร้อมการดัดแปลงจาก Xiaomi ด้วย MIUI 9.5 ส่วนฟีเจอร์เด่นๆ จะมีอะไรบ้างสามารถดูได้ตามด้านล่าง

 

ฟีเจอร์เด่น Android Oreo 8.1.0 และ MIUI 9.5

ฟีเจอร์ตามปกติของ Android Oreo 8.1.0 ก็ยังสามารถใช้ตามปกติทั้ง Picture in picture และ แบ่งหน้าจอ Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) แต่ดูเหมือนจุดการแจ้งเตือนบนแอพฯ จะถูกตัดออกไป ส่วน MIUI 9.5 มีฟีเจอร์เด่นๆ อะไรบ้าง สามารถดูได้ดังต่อไปนี้

 

ปรับ Gesture แบบใหม่ (การควบคุมแทนการใช้ปุ่ม Home)

จากปกติการควบคุมการใช้งานต่างๆ ต้องพึ่งปุ่มนำทางเป็นหลัก แต่บน MIUI 9.5 จะมีปรับ Gesture ให้กับเครื่องได้ โดยเลื่อนหน้าจอขึ้นเพื่อกลับสู่หน้าจอหลัก, เลื่อนขึ้นและค้างเพื่อดูแอพฯ ที่ใช้ก่อนหน้า, เลื่อนจากซ้ายหรือขวาของหน้าจอมายังตรงกลางเพื่อย้อนกลับ สามารถเข้าไปปรับได้ที่ การตั้งค่า > แสดงเต็มหน้าจอ > เลือกท่าทางสัมผัสแบบเต็มหน้าจอ

 

แอพโคลน

ฟีเจอร์นี้จะทำการสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมาอีกอันหนึ่ง เพื่อที่สามารถแยกการใช้งานกันได้และเป็นแอพฯ ที่เหมือนกัน อย่างเช่น Facebook เมื่อมีการใช้ แอพโคลน จะสามารถใช้งาน 2 บัญชีได้ โดยไม่ต้องล็อกอินล็อกเอาท์จากแอพฯ เพียงแอพฯ เดียว โดยไปตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า > แอปโคลน

 

ล็อกแอป

นอกจากมีรหัสเพื่อป้องกันคนเข้าใช้งานเครื่องของเราได้แล้ว ยังมีอีกระบบป้องกันอย่าง ล็อกแอป เพื่อใส่รหัสต่างๆ ในการเข้าในงานแต่ละแอพฯ โดยสามารถเลือกได้ว่า แอพฯ อะไรในเครื่องของเราที่ต้องการใส่รหัส สามารถเข้าไปได้ที่ การตั้งค่า > ล็อกแอป

พื้นที่ทับซ้อน

ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็ต้องบอกว่าฟีเจอร์ พื้นที่ทับซ้อน มีไว้เหมือนกับสามารถบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเพื่อ เข้าใช้งานเครื่อง โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกแบ่งกันใช้งาน และเลือกได้ว่าอีกบัญชีจะสามารถเข้าถึงอะไรได้บ้าง โดยการตั้งค่า พื้นที่ทับซ้อน สามารถเข้าไป การตั้งค่า > พื้นที่ทับซ้อน

 

 

จับภาพหน้าจอ

ตามปกติสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป เวลาจะจับภาพหน้าจอสามารถกดปุ่มลดเสียงและปุ่มเพาเวอร์พร้อมกัน แต่สำหรับ MIUI 9.5 สามารถใช้ 3 นิ้วมือรูดลง เพื่อทำการจับภาพหน้าจอได้ด้วยเช่นกัน

 

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลทดสอบความเร็ว Benchmark ด้วย AnTuTu Benchmark 7.0.7 ได้ 114,527 คะแนน
  • ผลทดสอบความเร็ว Geekbench 4 ได้ Single-Core 1,327 คะแนน และ Multi-Core 4,895 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วย 3DMark (Sling Shot Extreme) ได้คะแนน 929 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

 

 

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ (คล้ายตัววัดระดับน้ำ)
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor เซนเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensors เซ็นเซอร์ตรวจจับแม่เหล็ก

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

สเปคแน่นราคาสุดประทับใจ ใช้ได้ทุกการใช้งาน

จากสเปคของ Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) ที่มาพร้อมขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 636 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวใหม่เอาใจตลาด Mid-Range พร้อม RAM เริ่มต้นที่ 3GB ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการใช้งานพื้นฐานทั้งหมด แถมยังใช้งานได้ลื่นๆ ซึ่งสวนทางกับราคาอยู่ที่ 5,990 บาท

 

ทดสอบการเล่นเกม

ในเรื่องของการเล่นเกมก็ทำได้พอประมาณ โดยการทดสอบจากเกม PUBG ก็ยังเล่นได้อยู่ แต่เรื่องการปรับคุณภาพของกราฟฟิกต้องปรับอยู่ในระดับต่ำที่สุด จึงจะเล่นได้ไม่เสียอารมณ์

สแกนลายนิ้ว

การสแกนลายนิ้วมือสมัยนี้มีความรวดเร็วเอามากๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อปก็มีการทำงานที่รวดเร็วได้ โดย Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) ก็มาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็วเช่นกัน แถมไม่ต้องกดปุ่มเพาเวอร์เพื่อปลุกหน้าจอ ก่อนสแกนลายนิ้วมือ

 

เปลี่ยนสมาร์ทโฟน เป็นรีโมทอินฟาเรด

ในส่วนบนของตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) มีช่องสัญญาณอินฟาเรดอยู่ ซึ่งสามารถแปลงเป็นรีโมทควบคุมได้ ซึ่งรองรับกับอุปกรณ์หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ทีวี, แอร์, พัดลม, โปรเจคเตอร์, เครื่องเล่น DVD, และอื่นๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าของทาง Xiaomi เท่านั้น ซึ่งสามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น รีโมท Mi

 

 

ประสิทธิภาพการใช้งานกล้องหลัง

ด้วยการมาของกล้องคู่ ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล และทำงานร่วมกับ AI ทำให้เพิ่มความสวยงามของภาพเข้ามาอีกชั้น นอกจากนี้ยังมีจุดขายหลักของ Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) นั้นคือจุดพิกเซลของกล้องตัวหลัก 1.4um ซึ่งหาได้จากสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปเท่านั้น โดยจุดนี้จะทำให้ภาพออกมาละเอียดมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วต้องบอกว่า Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera) โดดเด่นเอาเรื่อง

 

ฟีเจอร์ต่างๆ ของกล้องหลัง

ในส่วนของฟีเจอร์จากกล้องหลัง ก็มีให้เลือกใช้อย่างครบครันทั้ง การถ่ายแบบบุคคล, HDR อัตโนมัติ, ปรับเบลอ, HHT (โหมดกลางคืน) และโหมดฟรุ๊งฟริ๊ง ซึ่งทั้งหมดออกมาค่อนข้างดี และมีการทำงานกับ AI ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการถ่ายภาพแบบบุคคลที่มีการตัดส่วนของสิ่งที่อยู่ด้านหน้า และเบลอภาพพื้นหลังได้อย่างชัดเจน

 

ประสิทธิภาพของกล้องหน้า

แม้ว่ากล้องหน้าจะเป็นกล้องแบบตัวเดียว แต่ก็มีความละเอียดสูงถึง 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ที่มี AI เป็นตัวช่วยเสริมความเนียนเป็นธรรมชาติ และการถ่ายเซลฟี่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ โหมดบิวตี้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีลูกเล่นมากกว่ากล้องหลังมากพอสมควร โดยจะให้มีเลือกระดับความสวยของใบหน้าได้ หรือยังไม่พอใจยังมี โหมดขั้นสูง ไว้สำหรับปรับ หน้าเรียว, ตาโต, โทนสี และผิวเนียว ได้ตามความต้องการ

 

 

คุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง

  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหลัง : 4000x3000 (4:3), 4000x2250 (16:9), 4000x2000 (18:9), 3000x3000 (สี่เหลี่ยม) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหน้า : 4160 x 3120 (4:3), 4160x2340 (16:9), 4160x2080 (18:9), 3120x3120 (สี่เหลี่ยม) พิกเซล
  • แฟลช : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด
  • HDR : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด
  • ฟิลเตอร์ : ปกติ, สดใส, ฟิล์ม, ความรัก, ลาเต้, อุ่น, คุกกี้, เย็น, โซดา, กูร์เมต์, เรืองแสง, เบอร์รี่,ดำ&ขาว, เนียนใส
  • โหมดการถ่ายภาพ : รูปถ่าย, ภาพบุคคล, สี่เหลี่ยม, พานอรามา, ปรับแต่งด้วยตนเอง
  • นับถอยหลัง : ปิด, 3 วินาที, 5 วินาที
  • ปรับเบลอ : วงกลม, แนวยาว
  • ปรับให้ตรง : ปิด, เปิด
  • รูปแบบ : อัตโนมัติ, ภาพบุคคล, ภาพทิวทัศน์, กีฬา, กลางคืน, ภาพบุคคลกลางคืน, ชายหาด, หิมะ, พระอาทิตย์ตก, ดอกไม้ไฟ, ดอกไม้
  • HHT (โหมดกลางคืน) : ปิด, เปิด
  • โหมดฟรุ๊งฟริ๊ง : ปิด, เปิด
  • จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัด : ปิด, เปิด
  • เสียงกล้อง : ปิด, เปิด
  • โหมดพกพา : ปิด, เปิด
  • บันทึกโหมดก่อนหน้า : ปิด, เปิด
  • เพิ่มเวลาบนภาพ : ปิด, เปิด
  • กล้องคู่ลายน้ำ : ปิด, เปิด
  • แสดงตาราง : ปิด, เปิด
  • โฟกัส&ถ่าย : ปิด, เปิด
  • สแกนรหัส QR : ปิด, เปิด
  • ปรับภาพที่มีแสงน้อยโดยอัตโนมัติ : ปิด, เปิด
  • แตะปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ : ถ่ายต่อเนื่อง, โฟกัส
  • แสดงกล้องหน้ากลับข้างซ้ายขวา : ปิด, เปิด
  • คุณภาพรูปภาพ : สูง, มาตรฐาน, ต่ำ
  • ชัตเตอร์ลายนิ้วมือ : ปิด, เปิด
  • หน้าที่ของปุ่มเพิ่มลดเสียง : ชัตเตอร์, ซูม, ระดับเสียง
  • ลดแถบลาย : ปิด, 50Hz, 60Hz, อัตโนมัติ
  • การวัดแสงอัตโนมัติ : เฉลี่ยทั้งภาพ, เฉลี่ยหนักกลาง, วัดแสงเฉพาะจุด
  • ความเปรียบต่าง : ต่ำสุด, ต่ำลง, ต่ำ, ปกติ, สูง, สูงขึ้น, สูงสุด
  • ความอิ่มตัวของสี : ต่ำสุด, ต่ำลง, ต่ำ, ปกติ, สูง, สูงขึ้น, สูงสุด
  • ความคม : ต่ำสุด, ต่ำลง, ต่ำ, ปกติ, สูง, สูงขึ้น, สูงสุด

 

คุณสมบัติการบันทึกวิดีโอ

  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหลัง : 1920x1080 (Full HD), 1280x720 (HD), 720x480 (SD) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหน้า : 1920x1080 (Full HD), 1280x720 (HD), 720x480 (SD) พิกเซล
  • แฟลช : ปิด, ไฟฉาย
  • โหมด : วิดีโอเคลื่อนไหวเร็ว, วิดีโอเคลื่อนไหวช้า
  • จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัด : เปิด, ปิด
  • เสียงกล้อง : เปิด, ปิด
  • โหมดพกพา : ปิด, เปิด
  • โหมดป้องกันการสั่นไหว : ปิด, เปิด
  • ช่วงเวลาภาพเคลื่อนไหวเร็ว : เวลา 0.06 วินาที (2 ภาพ), เวลา 0.12 วินาที (4 ภาพ), เวลา 0.3 วินาที (10 ภาพ), เวลา 1 วินาที (30 ภาพ), เวลา 2 วินาที (60 ภาพ), เวลา 3 วินาที (90 ภาพ),
    เวลา 4 วินาที (120 ภาพ), เวลา 5 วินาที (150 ภาพ), เวลา 8 วินาที (240 ภาพ), เวลา 10 วินาที (300 ภาพ), เวลา 15 วินาที (450 ภาพ), เวลา 30 วินาที (900 ภาพ), เวลา 60 วินาที (1800 ภาพ)
  • ชัตเตอร์ลายนิ้วมือ : เปิด, ปิด
  • หน้าที่ของปุ่มเพิ่มลดเสียง : ชัตเตอร์, ซูม, ระดับเสียง
  • ลดแถบลาย : ปิด, 50 Hz, 60 Hz อัตโนมัติ
  • การวัดแสงอัตโนมัติ : เฉลี่ยทั้งภาพ, เฉลี่ยหนักกลาง, วัดแสงเฉพาะจุด

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

  

  

  

 

Xiaomi

ขอขอบคุณ : Xiaomi Thailand

ข้อมูลผู้ใช้ ร่วมแสดงความเห็นกับ : Xiaomi Redmi Note 5 (AI Dual Camera)
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=457145

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : http://www.siamphone.com/spec/xiaomi/redmi_note_5_(ai_dual_camera).htm

สินค้าออนไลน์Online Store

วันที่ : 4 มิถุนายน 2561, 10:22 น.
รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: ณภัทร วัฒนธรรม

47,063
VIEWS

42
SHARES

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

รีวิวล่าสุด

ข่าวล่าสุด