รีวิว Samsung Galaxy Note 9 ที่สุดของ S Pen เมื่อไม่ใช่แค่ปากกา ขับเคลื่อนเต็มพลังด้วยชิปเซ็ตตัวล่าสุด พร้อมแบตฯ อึด 4,000 mAh

สมาร์ทโฟน » รีวิว | 24 สิงหาคม 2561, 09:35 น. ICT

โดย โดย

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 9 - ซัมซุง

Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy Note ที่เรียกว่าทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฉลาดล้ำยิ่งกว่าเก่าด้วยกล้องหลังคู่ AI จดจำวัตถุได้ 20 โหมด พร้อมปรับแต่งสีแบบเรียลไทม์ ประกอบกับการอัปเกรดปากกา S Pen เครื่องมืออัจฉริยะด้วยการฝังเทคโนโลยีบลูทูธเพื่อใช้งานในระยะไกลได้อย่างสะดวก แสดงผลบนหน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity Display กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด QuadHD+ (2960 x 1440 พิกเซล), แบตเตอรี่สุดอึดถึง 4,000 mAh และฟีเจอร์ชั้นนำมากมายผ่านรีวิวด้านล่างนี้ได้เลย

ด้านดีไซน์ไม่ต่างกับ Galaxy Note 8 มากเท่าไหร่ แต่ที่ด้านบนและด้านล่างทำให้วัสดุดำทึบขึ้นเพื่อให้กลืนไปกับหน้าจอแสดงผล โดยทั้งด้านหน้าและหลังก็ใช้วัสดุโลหะครอบทับด้วยกระจก ขณะที่ขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 161.9 x 76.4 x 8.8 มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ 201 กรัม

 

สำหรับหน้าจอยังคงเป็นโค้ง Infinity Display แบบ Super AMOLED เช่นเดิม แต่มีการตัดขอบดำด้านบนและล่างให้เล็กลงเพื่อเพิ่มขนาดหน้าจอ โดยอยู่ที่ 6.4 นิ้ว ความละเอียด QuadHD+ อัตราส่วน 18.5:9 และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 เพิ่มความแข็งแกร่งเข้าไป

 

เหนือหน้าจอแสดงผลมีไฟ LED บอกสถานะ, ระบบการสแกนม่านตา, ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ, ลำโพงตัวที่ 2 และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

 

ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มนำทางทั้งหมดอยู่ในหน้าจอ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับเรียก Bixby

 

ส่วนทางขวามีปุ่มปิด-ล็อคเครื่อง

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM และมุมขวามีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1, ลำโพงตัวหลัก และช่องสำหรับใส่ S-Pen

 

และที่ด้านหลังตัวเครื่องมีกล้องหลังคู่แนวนอน ถัดไปเป็นไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โดยมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านล่าง

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 9
  • อะแดปเตอร์
  • สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • หูฟัง AKG แบบ In-Ear
  • อุปกรณ์เปลี่ยนยางหูฟัง
  • USB Connector
  • เคสยางใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • อุปกรณ์เปลี่ยนหัวปากกา S-Pen
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบประกันสินค้า

 

 
การเปรียบเทียบขนาดตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 9 เมื่ออยู่ในมือผู้ชาย (ซ้าย) และมือผู้หญิง (ขวา)


การเปรียบเทียบขนาดตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 9 กับไม้บรรทัด

สรุปสเปก Samsung Galaxy Note 9

  • ขนาดตัวเครื่อง : 161.9 x 76.4 x 8.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 201 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด QuadHD+ (2960 x 1440 พิกเซล)
  • อัตราส่วน 18.5:9 ครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 9810 Octa Core ความเร็ว 2.7 GHz
  • GPU : Mali-G72 MP18
  • RAM 6/8 GB
  • ROM 128/512 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Samsung Experience 9.5
  • กล้องถ่ายรูปหลังคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED รูรับแสงคู่ f/1.5-f/2.4 และรองรับ AI จดจำซีน
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7
  • กันน้ำ-กันฝุ่น มาตรฐานระดับ IP68
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบ NanoSIM แบบ Hybrid และรองรับ 4G ทั้ง 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, LTE Cat.18, Bluetooth 5.0, USB Type-C, ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และปากกา S-Pen
  • เครือข่าย
    - GSM 850/900/1800/1900
    - WCDMA 850/900/1700/1900/2100
    - LTE Bands 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/25/26/28/32/38/39/40/41/66
  • เทคโนโลยีการรับ/ส่งข้อมูล
    - 2G: EDGE/GPRS
    - 3G: HSPA+
    - 4G: LTE TD, LTE FDD
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว และระบบชาร์จไร้สาย

 

 

  

ระบบปฏิบัติการ

สำหรับ Samsung Galaxy Note 9 รับนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Samsung Experience 9.5 ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งถือเป็นรุ่นที่มีซอร์ฟแวร์ใหม่ที่สุดของแบรนด์

 

หน้าตา UI

สำหรับ UI ที่มาพร้อมกับ Samsung Experience 9.5 จะแบ่งหน้าจอหลักและหน้าจอแอพฯ แยกกัน ซึ่งสามารถปัดขึ้น/ลงเพื่อเข้าถึงหน้าต่างๆ ได้ และสามารถปรับตารางแอพฯ ได้สูงสุด 5x6 ช่อง

 

 

RAM + ROM

สำหรับเครื่องที่เราได้มามีหน่วยความจำภายใน (ROM) 128GB ซึ่งเหลือให้ใช้งานจริงตอนแกะกล่องอยู่ที่ 110GB ส่วน RAM จากทั้งหมด 6GB เหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 3GB

 การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย AnTuTu Benchmark v7.1.0 ได้ 242,588 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย Geekbench 4 ได้คะแนน Single-Core ที่ 3,654 และคะแนน Multi-Core ที่ 9,074
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วย Nenamark 3 ได้ 59.7 เฟรม/วินาที
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วย 3DMark ได้ 3,342 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

 

 

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor เซนเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensors เซ็นเซอร์ตรวจจับแม่เหล็ก
  • Pressure Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกด

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ดีไซน์

แม้ว่าดีไซน์จะไม่ต่างจากเดิมไปมากนักเพราะใช้หน้าจอโค้งแบบ Infinity Display แบบเดิม แต่ Samsung Galaxy Note 9 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดของแบรนด์ โดยยังคงวัสดุที่ประกอบกันแนบสนิททั้งตัวเครื่องเพื่อรองรับมาตรฐานกันน้ำ IP68

 

ขณะที่ภายในยังเพิ่มระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในนาม "Water-Carbon Cooling System" เพื่อช่วยในเรื่องของการทำงานได้ไหลลื่นแม้ว่าจะใช้งานหนักแค่ไหนก็ตาม ทั้งยังป้องกันอาการเครื่องร้อนจนเกินไปได้อีกด้วย

ทดสอบการเล่นเกม

เราได้ทดสอบการเล่นเกมทั้ง 3 เกม ได้แก่ ROV, PUBG Mobile และสุดท้ายกับ Fortnite ที่ถือเป็นแอนดรอยด์รุ่นแรกที่เล่นเกมนี้ได้

เริ่มด้วย ROV เราสามารถเปิดกราฟฟิกระดับสูงสุดในทุกด้านได้แบบสบายๆ พร้อมกับการเปิดโหมดเฟรมเรทสูงสุด ซึ่งก็ยังเล่นได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุดและไม่มีการเหวี่ยงของเฟรมเรทให้เห็น

ต่อมากับ PUBG Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับ HDR HD และเฟรมเรทสูงสุด (Ultra) ซึ่งก็เล่นได้ไม่มีปัญหา แต่อาจจะมีบางช่วงที่เกิดการสะดุดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้รบกวนการเล่นอะไรเลย

และสุดท้ายกับเกมสุด Exclusive อย่าง Fortnite ที่สาวก Samsung ไม่จำเป็นต้องหาไฟล์ APK มา แต่เพียงเข้าแอพฯ Galaxy Apps แล้วโหลดตัวติดตั้งมา ก็จะเล่นได้ก่อนใครเพื่อน แถมยังเล่นเกมนี้ได้ไม่กระตุกและเฟรมเรทระดับสูงสุดของเกม (30fps)

 

นอกจากนี้ การที่ Samsung Galaxy Note 9 มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำก็ทำให้เล่นเกมติดต่อกันได้โดยเครื่องไม่ร้อนมากเกินไปและแบตเตอรี่ก็ลดค่อนข้างช้าอีกด้วย

แต่ที่ขาดไม่ได้สำหรับคอเกม ฟีเจอร์ Game Luncher สำหรับรวบรวมเกมทั้งหมดในเครื่องไว้ในที่เดียวและปรับแต่งประสิทธิภาพของเกมแต่ละเกมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นประหยัดพลังงาน ปรับได้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ

 

รวมไปถึง Game Tools ที่ปิดกั้นการแจ้งเตือน, การเผลอกดปุ่มหน้าหลัก และแผงขอบขณะเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

 

 ระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos

ใครที่ชอบฟังเพลง ดูวิดีโอ หรือเล่นเกมที่ต้องฟังเสียงแบบดังกระหึ่มและรอบทิศทาง Samsung Galaxy Note 9 ก็ให้เราได้อย่างแน่นอน เพราะมีเทคโนโลยีเสียง Dolby Atmos จากลำโพงทั้ง 2 ตัว มีการแยกฝั่งซ้ายและขวาอย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อตอนเล่นเกมก็จะรู้ได้เลยว่าเสียงมาจากทิศทางไหนแม้ไม่ได้ใส่หูฟังเลยก็ตาม

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้เสียงสุดกระหึ่มและมีอรรถรสที่ตรงใจเรามากที่สุด ก็แค่เข้าไปปรับโหมดเสียง Dolby Atmos ที่มีมาให้ถึง 3 แบบ ได้แก่ ภาพยนตร์ เพลง และเสียง 

 

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยในการใช้งานก็จัดเต็มเช่นเดียวกันเมื่อมีทั้งการจำแนกใบหน้า, สแกนม่านตา และสแกนลายนิ้วมือ (สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ) โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า > ชีวมาตรและความปลอดภัย

รวมไปถึงฟีเจอร์การสแกนอัจฉริยะที่เป็นการรวมนำเอาการจำแนกใบหน้าและสแกนม่านตาเข้าด้วยกันเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น โดยระบบความปลอดภัยด้วยชีวมาตรแต่ละอย่างก็ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำมาก รวมไปถึงการแสกนใบหน้าและม่านตาที่สแกนได้แม้ในที่มืด

 

ผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby 2.0

เป็นการอัปเกรดครั้งแรกของผู้ช่วยอัจฉริยะใน Samsung Galaxy Note 9 อย่าง Bixby 2.0 สามารถจดจำเสียงของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น (ใช้ได้เฉพาะภาษาอังกฤษ, จีน และเกาหลีเท่านั้น) การพูดโต้ตอบเป็นธรรมชาติและสั่งการได้มากขึ้น เริ่มจากการที่เราต้องพูดคำว่า "Hi, Bixby" เป็นจำนวน 5 ครั้ง แล้วเราจึงจะเริ่มพูดหรือตอบโต้กับ Bixby ได้

 

แต่หากยังไม่มั่นใจว่าจะจำเสียงเราได้หรือไม่ ก็มีฟังก์ชั่นเพิ่มความแม่นยำในการเรียก Bixby โดยให้กดปุ่มเรียก Bixby ทางซ้ายของตัวเครื่อง > ตัวเลือก (จุด 3 จุด) > การตั้งค่า (Settings) > Voice wake-up > Improve voice wake-up accuracy และเลือก Start จากนั้นระบบก็จะให้เราพูดคำว่า "Hi, Bixby" อีก 2 ครั้ง (สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ) ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

  

แบตเตอรี่ความจุมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ถือว่าเป็นรุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุมากที่สุดในตระกูล Samsung Galaxy Note โดยให้มาถึง 4,000 mAh ใช้งานได้เกือบตลอดทั้งวันจากการใช้ทั่วไปและมีการเล่นเกมบ้างบางเวลา แต่ก็มีเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Quick Charge 2.0 ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็พร้อมใช้ต่อได้อีกทั้งวัน

 

ความจุสูงสุด 1TB

จากสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กๆ แต่ก็มีความจุเทียบเท่า (หรือมากกว่า) ฮาร์ดดิสลูกนึง เหมือนกันเมื่อความจุภายในให้มามากที่สุดถึง 512GB ซึ่งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีก 512GB รวมเป็น 1TB (1,024GB) เรียกว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกลัวความจุเต็มกันเลยทีเดียว

ตกน้ำก็ไม่ต้องกลัวเมื่อมี IP68

Samsung Galaxy Note 9 ยังคงมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ-ฝั่นละอองในระดับ IP68 ซึ่งจะอยู่ใต้น้ำเป็นได้นานสุงสุด 30 นาที และลึก 1.5 เมตร เพื่อป้องกันการทำสมาร์ทโฟนตกน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ

Dual Messenger

ใครที่บัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเกิน 1 บัญชี ก็สามารถติดตั้งเพิ่มได้อีก 1 แอพพลิเคชั่นที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook หรือ Messenger เป็นต้น

การเริ่มใช้งานก็ให้เราไปที่ การตั้งค่า > คุณสมบัติขั้นสูง > Dual Messenger และเลือกแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการได้ทันที

 

 

เข้าถึงง่ายทุกฟีเจอร์แค่มี EDGE Screen

EDGE Screen หรือแผงขอบที่มีเฉพาะในรุ่นจอโค้งอย่าง Samsung เท่านั้น ในส่วนนี้เราสามารถเปิดขึ้นมาเพื่อใช้ได้ทันทีเพียงแค่ปัดซ้ายจากริมขวาของหน้าจอแสดงผล (สามารถปรับแต่งตำแหน่งหรือขนาดได้ตามใจชอบ) ซึ่งก็มีหลายฟังก์ชั่น เช่น

  • APPS EDGE : เปิดแอพพลิเคชั่นที่เราเข้าบ่อยมากที่สุด หรือจะเปิดแอพพลิเคชั่นที่คู่กันได้ทันที

 

  • การเลือกอัจฉริยะ : บันทึกหน้าจอเป็นรูปแบบต่างๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะสี่เหลี่ยม, วงกลม, บันทึกเป็นไฟล์ GIF หรือปักหมุดภาพไว้ที่หน้าจอ

  • Reminder : การแจ้งเตือนความจำเมื่อมีการจดบันทึกเอาไว้

ทั้งนี้ เราก็สามารถเลือกฟังก์ชั่นที่จะเข้ามาอยู่ในแผงได้เพียงแค่กดปุ่มตัวเลือก (ฟันเฟือง) ที่มุมซ้ายล่างหน้าจออยู่นั่นเอง

 

ฟีเจอร์ฉบับ Samsung

  • Samsung Pay : ยังคงมีมาให้เหมือนกับการใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตบนสมาร์ทโฟนที่เพียงแค่เปิดเครื่อง แตะ และจ่าย

 

  • Galaxy Gift : ใครที่ชอบกินหรือช็อปปิ้งในราคาพิเศษ Samsung ทุกรุ่นก็มีแอพพลิเคชั่น Galaxy Gift มาให้ทุกรุ่นแน่นอน แต่อาจจะมีโปรโมชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

 

  • โฟลเดอร์ที่ปลอดภัย (Secure Folder) : เป็นโฟลเดอร์ที่ปกป้องแอพพลิเคชันและข้อมูลส่วนตัวของเราซึ่งต้องมีการเข้ารหัสต่างๆ ก่อนที่จะเข้าถึงได้

 

  • Always On Display : แสดงข้อมูลพื้นฐานของระบบโดยไม่ต้องกดเปิดหน้าจอให้เสียเวลา เช่น นาฬิกา, วันที่, แบตเตอรี่คงเหลือ หรือการแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่จะขึ้นมาเป็นไอคอนเล็กๆ

  

ปากกาอัจฉริยะ S-Pen

มากันที่สิ่งที่เป็นตัวชูโรงมาที่มีในตระกูล Galaxy Note ทุกรุ่น นั่นคือปากกา S Pen แต่กับ Samsung Galaxy Note 9 ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ปากกาธรรมดาๆ กลายเป็นปากกาที่สั่งการได้จากระยะไกลเป็นรุ่นแรก ซึ่งรองรับสัญญาณ Bluetooth ในระยะไกลสุดที่ 10 เมตร ใช้งานได้นาน 30 นาที และเสียบกลับเข้าไปในตัวเครื่องเพื่อชาร์จให้เต็มเพียง 40 วินาทีเท่านั้น พร้อมรองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ โดยยังมีฟีเจอร์จาก S Pen รุ่นนี้มากมายเลยทีเดียว

 

  • แอพพลิเคชั่นสุดโปรด

เราสามารถกดค้างที่ปุ่มสั่งการของ S Pen เพื่อเปิดแอพพลิเคชั่นโปรดตามการตั้งค่าของเราเอง

 

  • สั่งการแอพพลิเคชั่นได้ง่ายๆ เพียงแค่กด

เราสามารถสั่งการแอพฯ ต่างๆ จากการกดปุ่ม 1-2 ครั้งได้ เช่น ถ่ายรูปเมื่อกดปุ่มที่ปากกา 1 ครั้ง และกด 2 ครั้งเพื่อสลับกล้อง หรือจะใช้นำเสนองานจาก PowerPoint เป็นการกดครั้งเดียวเพื่อไปยังสไลด์ถัดไป และกด 2 ครั้งเพื่อย้อนกลับไปหน้าเดิม เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ เราสามารถตั้งค่าใหม่ได้ตามใจชอบของเราเลย

 

  • ปลดล็อคด้วย S Pen

เพิ่มความสะดวกไปอีกขั้นเมื่อเราสามารถตั้งค่าให้ S Pen ปลดล็อคเครื่องทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น แต่อาจจะต้องระมัดระวังกันสักหน่อยหากใครลืมปากกาทิ้งไว้

  

  • จดบันทึกทันทีแบบไม่ต้องปลดล็อค (Screen off Memo)

ในชีวิตประจำวันบางครั้งเราก็ต้องการการจดบันทึกอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องมานั่งหาปากกาและกระดาษให้ยุ่งยาก แต่ถ้าใครมี Samsung Galaxy Note 9 อยู่ในมือก็จะจดบันทึก เขียน หรือวาดอะไรก็ได้ขณะหน้าจอปิดอยู่ เพียงถอด S Pen ออกมาก็พอ (จะถูกบันทึกในแอพฯ Samsung Notes) ซึ่งการเขียนนี้ก็มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ คือ เส้นสีจะเป็นไปตามสีของปากกา (ยกเว้นเครื่องสีดำที่เป็นเส้นสีขาว)

 

Live Message

ยังคงมีมาให้เหมือนเดิมสำหรับฟีเจอร์ Live Message ที่ให้ผู้ใช้งานวาดรูป, เขียนตัวอักษรสื่ออารมณ์ หรือเขียนข้อความบนภาพถ่ายได้อย่างสวยงาม แถมยังสามารถบันทึกเป็นภาพ GIF เพื่อส่งตอให้กับเพื่อนๆ ผ่านสื่อออนไลน์ได้ทั้งหมด โดยใน Samsung Galaxy Note 9 ก็มีการเพิ่มเอฟเฟ็กต์ปากกาขึ้นมาอีก 3 อย่างต่อจาก Samsung Galaxy Note 8 ได้แก่ หัวใจ, เกร็ดหิมะ และสายรุ้ง

 

  • อารมณ์ศิลปินเข้าสิงเมื่อมีฟีเจอร์ Pens Up

สร้างงานศิลปะของตัวเองได้เพียงเข้าไปในฟีเจอร์ Pens Up ซึ่งภายในก็จะมีตัวเลือกให้เราใช้งานมากมาย ทั้งการลงสีใหม่, การวาดภาพตามแบบ หรือจะสร้างขึ้นมาเองก็ได้ทั้งหมด

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมีการส่งเสียงเตือนเมื่อเราลืมปากกาทิ้งไว้ และเดินห่างออกมาในระยะเกินกำหนด (ประมาณ 10 เมตร) โดยที่ไม่ได้เปิดหน้าจออยู่ รวมไปถึงมาตรฐานกันน้ำระดับ IP68 ที่ยังคงมากับ S Pen เช่นเดียวกับตัวเครื่อง

 

 กล้อง

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคู่ f/1.5-f2.4 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS ถึง 2 เลนส์ ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีฟังก์ชั่นปรับแต่งหน้าสวยมากมาย ทั้งสีผิว, ใบหน้า และดวงตา ได้อย่างละ 8 ระดับ นอกจากนี้ ก็ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ให้ใช้งานอีกมากมาย ดังนี้

 

Recognizable AI

เรียกว่าเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวในตอนนี้ของ Samsung ที่สามารถจดจำซีนได้สูงสุด 20 ซีนแบบเรียลไทม์ เช่น ดอกไม้, คน, อาหาร, สัตว์, ต้นไม้, ทะเล, ห้อง และพระอาทิตย์ขึ้น/ตก เป็นต้น ซึ่งการใช้งานก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่เปิดกล้องและโฟกัสไปยังวัตถุต่างๆ ระบบก็จะจับภาพได้ทันทีและค่อนข้างไวเลยทีเดียว (จะมีสัญลักษณ์ปรากฏในส่วนล่างเหนือฟังก์ชั่นตัวเลือก)

 

Smart Detection & Alert

มาต่อกับความสามารถของ AI อีกอย่างหนึ่ง คือ การเตือนสิ่งที่บกพร่องหลังการถ่ายภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนเป็นข้อความว่าภาพที่ได้มามีการกระพริบตาแบบไม่ได้ตั้งใจอยู่, ภาพไม่ชัด, ภาพเบลอ และเลนส์ไม่สะอาด

AR Emoji

คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับฟีเจอร์ที่ให้ตัวเราเป็นอิโมจิขยับได้สุดน่ารักอย่าง AR Emoji ทั้งยังแปลงเป็นภาพ GIF ส่งให้เพื่อนๆ ได้ทุกแพลตฟอร์ม แต่ใน Samsung Galaxy Note 9 ได้มีการอัปเกรดให้พัฒนาหน้าตาเป็นธรรมชาติและมีชุดในการตกแต่งมาให้เลือกเยอะกว่าเดิม (เทียบกับ Galaxy S9) โดยอารมณ์ต่างๆ หลังการสร้าง AR Emoji จะมีให้ถึง 36 แบบเลยทีเดียว (จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต)

 

 

Dual Aperture

Dual Aperture หรือรูรับแสงคู่ตามสภาพแสงที่ปรับได้แบบเรียลไทม์ แบ่งเป็นรูรับแสง f/1.5 สำหรับสภาวะแสงตอนกลางคืน และ f/2.4 ในสภาวะแสงตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อย โดยการถ่ายเราไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพียงแค่เปิดโหมดอัตโนมัติและให้กล้องทำงานด้วยตัวเอง

 

Live Focus & Dual Capture

ถ่ายครั้งเดียวแต่ได้ภาพ 2 อารมณ์ ทั้งมุมกว้างและมุมแคบ ด้วยฟีเจอร์ Live Focus และ Dual Capture โดยมุมแคบเราจะปรับการเบลอพื้นหลังได้ถึง 7 ระดับตามต้องการ พร้อมได้อีกภาพในมุมกว้าง แถมยังปรับแสงประกายด้านหลังเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ได้อีกมายมาย

 
เปรียบเทียบภาพถ่าย Dual Capture แบบมุมแคบ (ซ้าย) และมุมขวา (ขวา)

 
ปรับเอฟเฟ็กต์พื้นหลัง

Super Slow-mo

ทุกการเคลื่อนไหวถูกทำให้ช้าลงได้เมื่อมีการถ่าย Super Slow-mo ได้ถึง 960fps (0.2 วินาที)แบบความละเอียด HD (720p) หรือ 480fps (0.4 วินาที) แบบความละเอียด HD (720p)  เมื่อถ่ายเสร็จจะนำมาตัดระยะเวลาของคลิป หรือจะใส่เสียงเพลงเพิ่มอรรถรสการชมภาพสโลวก็ได้อย่างอิสระ

 คุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง

  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหลัง : 4032x3024 (4:3-12MP), 2880x2160 (4:3-6.2MP), 4032 x 2268 (16:9-9.1MP), 2560 x 1440 (16:9-3.7MP), 4032 x 1960 (18.5:9-7.9MP), 3024x3024 (1:1-9.1MP), 2160x2160 (1:1-4.7MP) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหน้า : 3264x2448 (4:3-8MP), 3264x1836 (16:9-6.0MP), 3264x1592 (18.5:9-5.2MP), 2448x2448 (1:1-6.0MP) พิกเซล
  • Bixby Vision : เปิด, ปิด
  • ซูม : 1X, 2X
  • มุมมองแบบเต็ม : ปิด, เปิด
  • แฟลช : อัตโนมัติ, ปิด, เปิด
  • เอฟเฟ็กต์ : อัตโนมัติ, Cream, Deep , Forest, Classic, Cosy, Memory, Maple, Blossom, Breeze, Evergreen, Sunshine, Grayscale, Cookie Cream, Nostalgia, Riddle
  • ตัวปรับสีภาพ : เปิด, ปิด
  • ตัวจับเวลา : ปิด, 2, 5, 10 วินาที
  • HDR (ริชโทน) : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด
  • แทร็ก AF : เปิด, ปิด
  • บันทึกรูปภาพตามที่แสดงในตัวอย่าง : เปิด, ปิด
  • แสดงฝ่ามือ : เปิด, ปิด
  • การแก้ไขรูปหน้า : เปิด, ปิด
  • การตรวจจับข้อจุดบกพร่อง : เปิด, ปิด
  • รูปภาพการเคลื่อนไหว : เปิด, ปิด
  • จุดตัดเก้าช่อง : ปิด, 3x3, จตุรัส
  • แท็กสถานที่ : เปิด, ปิด
  • ตรวจสอบรูปภาพ : เปิด, ปิด
  • เริ่มด่วน : เปิด, ปิด
  • การควบคุมด้วยเสียง : เปิด, ปิด
  • ปุ่มกล้องแบบลอย : เปิด, ปิด
  • กดค้างที่ปุ่มกล้องเพื่อ : ถ่ายภาพ, ถ่ายช็อตต่อเนื่อง, สร้าง GIF
  • กดปุ่มระดับเสียงเพื่อ : ถ่ายภาพ, บันทึกวิดีโอ, ซูม, ระดับเสียงของระบบ
  • โหมดถ่ายภาพ : อัตโนมัติ, พาโนรามา, โปร, ไลฟ์โฟกัส, AR Emoji

คุณสมบัติการบันทึกวิดีโอ

  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหลัง : 3840x2160 (UHD 60fps), 3840 x 2160 (UHD), 2560 x 1440 (QHD), 1920x1080 (FHD 60fps), 1920x1080 (FHD), 2224 x 1080 (18.5:9), 1440 x 1440 (1:1), 1280x720 (HD) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหน้า : 2560 x 1440 (QHD), 1920 x 1080 (FHD), 2224 x 1080 (18.5:9), 1440 x 1440 (1:1), 1280x720 (HD) พิกเซล
  • วิดีโอประสิทธิภาพสูง : เปิด, ปิด
  • ซูปเปอร์สโลว์โมชั่น : หลายช่วงเวลา, ช่วงเวลาเดียว
  • ความเสถียรของวิดีโอ : เปิด, ปิด
  • จุดตัดเก้าช่อง : ปิด, 3x3, จตุรัส
  • ปุ่มกล้องแบบลอย : ปิด, เปิด

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

 

  

  

  

  

  

Samsung

ขอขอบคุณ : บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด โทร. 0 2689 3232

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : Samsung Galaxy Note 9
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=457878

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : http://www.siamphone.com/spec/samsung/galaxy_note_9.htm

สินค้าออนไลน์Online Store

วันที่ : 24 สิงหาคม 2561, 09:35 น.
รีวิวโดย: กฤษฎา ตรงจิตธรรม ภาพโดย: ณภัทร วัฒนธรรม

16,078
VIEWS

42
SHARES

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

รีวิวล่าสุด

ข่าวล่าสุด