www.siamphone.com
แก็ดเจ็ต (Gadget) | วันที่ : 5 มกราคม 2558
นับถอยหลังเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 6 เดือน ก่อนที่ไมโครซอฟท์จะยุติ การให้บริการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 และ 2003 R2 ที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 11 ปี ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 นี้ เป็นต้นไป โดย ไมโครซอฟท์ ได้ออกมาแนะนำให้องค์กรต่างๆ ได้เตรียมการแต่เนิ่นๆ ในการอัพเดทระบบไปสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ทันสมัย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่ตามมา และเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรฐานการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บไซต์ นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาระบบที่ไม่ทันสมัย และเป็นการรองรับการใช้งานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ จำเป็นต้องยุติการสนับสนุน Windows Server 2003 ด้วยเหตุผลทั้งในด้านการใช้งานและด้านเทคโนโลยี เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นจำนวนมากได้มีการพัฒนาไปอย่างมากในช่วงระยะเวลา 11 ปี ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ Windows Server 2003 นอกจากนี้ Windows Server 2003 ยังไม่สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานทั้งด้านความคล่องตัวและความสามารถในการปรับการใช้งานได้เทียบเท่ากับความต้องการของลูกค้าปัจจุบันเช่นกัน
ที่สำคัญ เพื่อให้เป็นการดำเนินตามกฏระเบียบข้อบังคับตามมาตรฐานสากล และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เพื่อไม่ให้ระบบกลายเป็นเป้าในการถูกโจมตีโดยอาชญากรรมไซเบอร์ เนื่องจากช่องโหว่จากการใช้งานซอฟต์แวร์ที่สิ้นสุดอายุการใช้งาน นับว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของระบบขององค์กร รวมถึงความเสียหายทางธุรกิจมากมายที่จะตามมา ตามกฏข้อบังคับด้านระบบไอทีมาตรฐานระดับโลกเกือบทุกแห่ง ต่างระบุ แต่ละองค์กรควรจะต้องดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องข้อมูลและควบคุมบริหารจัดการระบบไอทีให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลก อย่าง HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act) หรือมาตรฐานความปลอดภัยว่าด้วยการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ หรือ PCI DSS (the Payment Card Industry (PCI) Data Security Standard (DSS) ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ต่างเป็นสมาชิก องค์กรจำเป็นต้องมีการดูแลให้ซอฟต์แวร์ได้รับการปกป้องจากการถูกโจมตี รวมถึงการคอยอัพเดทระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ หากองค์กรใดไม่มีการอัพเดทก็จะถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามกฏข้อบังคับทันที หากพบว่าระบบมีช่องโหว่หรือมีจุดอ่อน ซึ่งง่ายต่อการถูกจารกรรมข้อมูล และก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจตามมามากมาย
การอัพเกรดจาก Windows Server 2003 สู่ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์ที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยมากกว่าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นแล้วองค์กรจะเผชิญกับความยากลำบาก ดังนี้
ไมโครซอฟท์จะไม่มีการพัฒนาหรือส่งการอัพเดตสำหรับผลิตภัณฑ์หลังจากสิ้นสุดการสนับสนุนอีกต่อไป ทั้งนี้เฉพาะในปี 2557 ปีเดียว ไมโครซอฟท์ได้ส่งอัพเดตสำคัญสำหรับ Windows Server 2003/R2 รวม 37 รายการ การใช้งานโดยปราศจากอัพเดตจะทำให้องค์กรต่างๆ เสี่ยงต่อการถูกจารกรรมข้อมูลหรือความเสียหายโดยที่ไม่ทราบได้
หลังสิ้นสุดการสนับสนุน องค์กรต่างๆ จะไม่สามารถผ่านข้อบังคับและกฏระเบียบด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อธุรกิจหรือส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิมในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในแง่ของค่าธรรมเนียมการดำเนินงานที่สูงขึ้นและค่าปรับต่างๆ
ค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารและดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์ที่เก่าล้าสมัยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าซ่อมบำรุงสำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงองค์กรยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนของการติดตั้งใช้งานระบบตรวจจับการบุกรุกหรือระบบไฟร์วอลล์ที่ล้ำสมัยด้วย
ในปัจจุบันนี้ นอกจากตัวเลือกการอัพเกรดระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์เป็นรุ่นที่ทันสมัย ยังมีทางเลือกการใช้บริการหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในตัวเลือกเหล่านั้นคือ การโอนย้ายระบบเซิร์ฟเวอร์และแอพพลิเคชันต่างๆ ไปบนระบบคลาวด์ ซึ่งลูกค้าสามารถบริหารจัดการเองได้ และมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน เช่น ไมโครซอฟท์ อาชัวร์ (Microsoft Azure) หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ การลดภาระด้านการดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์และหันไปใช้บริการด้านซอฟต์แวร์แบบ SaaS (Software as a Service) เช่น ออฟฟิศ 365 (Office 365) เป็นต้น
นางสาวสุชาลักษณ์ สรณานุสรณ์ ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจสินค้าคลาวด์และเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์ มีความเป็นห่วงถึงผลกระทบทั้งด้านธุรกิจและชื่อเสียงขององค์กรที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย หากองค์กรยังไม่ได้มีการเตรียมการเพื่อที่จะย้ายไปสู่ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย ภายหลังการยุติการสนับสนุน วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 ในเดือนกรกฎาคม ปี 2558 สำหรับองค์กรที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและความคุ้มค่าต่อการลงทุน สามารถย้ายแอพพลิเคชั่นและระบบงานต่างๆ ไปสู่ระบบคลาวด์แบบสาธารณะ หรือ Public Cloud โดย สามารถเลือกใช้งาน ไมโครซอฟท์ อาชัวร์ แพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมรองรับทุกการใช้งาน และช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งานและจัดการแอพพลิเคชันได้จากทุกที่ทั่วโลก ผ่านทางเครือข่ายศูนย์ข้อมูลของไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนาแอพสามารถสร้างสรรค์โปรแกรมโดยใช้ภาษาหรือเครื่องมือใดก็ได้บนอาชัวร์ และ ยังสามารถผนึกเอาแอพคลาวด์เหล่านี้เข้ากับระบบไอทีที่มีอยู่เดิมได้อีกด้วย”
“ผู้บริหารระดับ CIO ทุกท่านต่างต้องการมีรากฐานระบบไอทีที่ทันสมัย การใช้เทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อให้องค์กรสามารถรองรับความต้องการในด้านแอพ การใช้งานอุปกรณ์พกพา และการวิเคราะห์ข้อมูล ทุกวันนี้ เทคโนโลยีได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญจนขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรจะเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุค ‘mobile first, cloud first’ หลังการยุติการให้การสนับสนุนวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 และ 2003 R2 ภายใต้วิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์ ที่มุ่งนำเสนอระบบคลาวด์ในรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสูง”
“ส่วนองค์กรที่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 เพื่อให้บริการด้านอีเมลและการติดต่อสื่อสาร สามารถเลือกใช้ออฟฟิศ 365 บริการคลาวด์เพื่อการสร้างสรรค์และประสานงานที่ครบครันด้วยแอพพลิเคชันออฟฟิศที่คุ้นเคย พร้อมด้วยบริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lync และ Skype สำหรับการสนทนาออนไลน์ Exchange Online สำหรับอีเมล OneDrive สำหรับการเก็บข้อมูลบนคลาวด์” นางสาวสุชาลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโอนย้ายระบบ สามารถศึกษาได้ที่ //migrationplanningassistant.azurewebsites.net/
ที่มา : www.microsoft.com วันที่ : 5 มกราคม 2558
Samsung เผย Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 ทำยอดขายในยุโรปสูงกว่ารุ่นก่อน 20%31 นาทีที่แล้ว
Samsung Galaxy S26 FE คอนเฟิร์มเตรียมเปิดตัวปีนี้ พร้อมสานต่อสเปคกล้อง 50MP และชาร์จไว 45W17 ชั่วโมงที่แล้ว
รวม 3 อัปเกรดสำคัญของ iPhone 18 Pro ที่อาจได้เห็นจริงในปีนี้19 ชั่วโมงที่แล้ว
iPhone Ultra อาจต้องแลกกับฟีเจอร์บางอย่าง เพื่อให้ได้ดีไซน์ตามที่ Apple ต้องการ23 ชั่วโมงที่แล้ว
Apple iPhone Air 2 เจาะลึก 5 การอัปเกรดฮาร์ดแวร์และชิปเซ็ต 2nm เตรียมเปิดตัวต้นปี 20276 ส.ค. 69 07:00
CASETiFY เปิดตัวไลน์อัป Samsung Galaxy Z Series! ยกระดับทุกการพับ สะท้อนตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด
UGREEN จับมือ Honkai: Star Rail จาก HoYoverse เปิดการเดินทางครั้งใหม่ให้กับเหล่าผู้บุกเบิกเทรลเบล...
รีวิว ASUS Vivobook 15 (X1504MA) ตัวจบสายเรียน-ทำงาน สเปคครบ ตอบโจทย์ยุค AI
OPPO Bubble ไอเทมสุดเทรนดี้กับ 5 คุณสมบัติเด่น ใช้งานง่าย พร้อมใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ตโฟน OPPO และ iOS
Sandisk ร่วมเฉลิมฉลอง FIFA World Cup 2026 ด้วยคอลเลกชันผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์แท้ บันทึกประวัติศาสตร์ว...
Microsoft เปิดตัว Surface Pro และ Surface Laptop เจเนอเรชันล่าสุดในไทย
CIRQA Smart Band อุปกรณ์ติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายแบบไร้หน้าจอจากการ์มิน
Apple iPhone 18 Pro คาดราคาพุ่งเฉียด 10,000 บาท เซ่นพิษต้นทุนชิปฯ 2nm และวิกฤตหน่วยความจำขาดแคลน
สุดยอดสมาร์ตโฟนถ่ายวิดีโอดีที่สุดสำหรับสาย YouTuber ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
Samsung Galaxy Z Fold 8 Ultra ยกระดับสมาร์ตโฟนจอพับด้วย Flex Titanium พร้อมอัปเกรดสเปคจอสุดเนียนตา
Samsung Galaxy Z Fold 8 Series แตกไลน์ 3 รุ่นรวด ชูโรงรุ่น Ultra กล้อง 200MP ท้าชน iPhone 18