www.siamphone.com
แก็ดเจ็ต (Gadget) | วันที่ : 26 มกราคม 2558
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายสมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายภาครัฐและการศึกษา ประกาศผลการคัดเลือกตัวแทนครูจากประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมบนเวทีด้านการศึกษาระดับโลก Microsoft Global Educator Exchange (E2) ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนเมษายนนี้ โดยครูที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย คือ นายเชาวน์ สุวรรณชล ครูวิทยาศาสตร์ จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งครูเชาวน์ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในครู 300 คน จากผู้สมัครกว่า 22,000 คนทั่วโลกเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับโลกในครั้งนี้ หลังจากที่ครูเชาวน์ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ครูผู้ชนะเลิศ ในการนำเสนอผลงานทางวิชาการ Microsoft Innovative Educator (MIE) Expert ของประเทศไทย ประจำปี 2014 และได้เข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม-ราชกุมารี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
เป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ไมโครซอฟท์ คอร์ปอรชั่น ได้มุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับการศึกษา โดยไมโครซอฟท์ ได้ร่วมมือกับภาคการศึกษาทั่วโลก ในการสร้างเครือข่ายและชุมชนครูที่เข้มแข็ง และช่วยให้เกิดการค้นพบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยสร้างทักษะที่สำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 แก่นักเรียน
“ผมมีความภาคภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวทีการศึกษาระดับโลกอย่าง Microsoft Global Educator Exchange การได้เข้าร่วมโครงการ PiL ของไมโครซอฟท์ ได้ช่วยเพิ่มพูนทักษะให้ครูอย่างพวกเราสามารถนำเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ที่ง่ายต่อการใช้งาน มาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในห้องเรียน ซึ่งหวังว่าการได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้จะได้นำความรู้กลับมาพัฒนาความสามารถในการสอนของผมต่อไป” นายเชาวน์ กล่าว
เทคโนโลยีที่ครูเชาวน์นำมาประยุกต์ใช้ในห้องเรียน ได้แก่ Sway แอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุดในตระกูลไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างพรีเซนเทชั่นออนไลน์ ที่สามารถใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอย่าง PowerPoint และ OneNote สำหรับการสร้างภาพ อินโฟกราฟฟิก ที่ใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานที่ได้จากกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเทคโนโลยีที่ครูเชาวน์นำมาใช้ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการฝึกฝนการใช้โปรแกรมให้กับนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ ทักษะการนำเสนอ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการนำโซเชียลมีเดียมาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียน และระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง
“เนื่องจากในปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่นิยมใช้โซเชียลมีเดียกันมาก เราจึงเลือกใช้เฟซบุ๊คเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสองทางกับนักเรียน นอกจากนักเรียนจะได้ความสนุกสนานจากสื่อใหม่ๆ เหล่านั้นแล้วยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับครูในการเรียนการสอนด้วยเช่นกัน” ซึ่งครูเชาวน์ได้ยืนยันถึงผลการเรียนที่ดีขึ้นระหว่างห้องเรียนที่ใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนกับห้องเรียนที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว
“ความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์กับชั้นเรียน ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการคิดและการทำงานของทั้งนักเรียนและครูผู้สอน ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ที่ทันสมัย และโอกาสในการเรียนรู้ได้มากขึ้น ในขณะที่ครูผู้สอนก็ได้รับโอกาสในการพัฒนาและฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21” ครูเชาวน์ กล่าวทิ้งท้าย
นายสมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายภาครัฐและการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนครูเชาวน์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุม E2 ด้วยความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอนของครูเชาวน์ นับเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ ด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ และยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา”
ครูเชาวน์ เป็นตัวแทนครูยุคใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญสำหรับประเทศไทยในอนาคต ที่เปี่ยมไปด้วยทักษะที่จำเป็นในการทำงาน จากผลการศึกษาในหัวข้อ “Connecting to Work” ซึ่งจัดทำโดยธนาคารโลก เผยว่าอาชีพในอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศอินเดีย มีรายได้ที่สูงกว่าอุตสาหกรรมบริการถึง 2 เท่า ในขณะที่ในประเทศฟิลิปปินส์ อาชีพที่ต้องใช้ความชำนาญทางด้านเทคโนโลยีจะมีรายได้สูงกว่าอัตราการจ้างงานขั้นพื้นฐานถึง 38 เปอร์เซ็นต์
“สำหรับไมโครซอฟท์แล้ว ครู เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาการศึกษา ซึ่งไมโครซอฟท์ มีแนวคิดแบบ องค์รวมในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อก้าวสู่สำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบไป 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) ความพร้อมของบุคลากรครู 2) เนื้อหาการเรียนการสอนแบบดิจิตอล 3) ซอฟต์แวร์และบริการคลาวด์ และ 4) ดีไวซ์ที่นำมาใช้ในห้องเรียน โดยทั้ง 4 องค์ประกอบมีพื้นฐานอยู่บนแนวคิดด้านทักษะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร หรือความเข้าใจในเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังให้ความสำคัญอย่างมากในการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของเด็กนักเรียน ไม่มีการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ล่าสุด ไมโครซอฟท์เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรกที่ลงนามในปฏิญญาณในการดูแลและปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของเด็กนักเรียน หรือ “K-12 School Service Provider Pledge to Safeguard Student Privacy” ซึ่งจัดทำโดย Future of Privacy Forum (FPF) และ Software & Information Industry Association (SIAA) ซึ่งได้รับการรับรองจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา
“ไมโครซอฟท์ ในฐานะองค์กรที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในพลังของการศึกษาและเทคโนโลยี มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ ภาคการศึกษาไทย และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครูเชาวน์ เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้ง 70 ล้านคนให้ดียิ่งขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว
โครงการ PiL ของไมโครซอฟท์ ได้ดำเนินการในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมากว่า 11 ปี ด้วยความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ จนถึงปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมแล้วกว่า 550,000 คน จาก 39,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ในระดับโลก ไมโครซอฟท์ ได้ลงทุนทางด้านการศึกษาเป็นจำนวนเงินกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท) เพื่อการศึกษาในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย นั้น ได้ลงทุน 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือ 156 ล้านบาท) เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาไทย
ในปีที่ผ่านมา คุณครูคาดียะห์ อามานะกุล ครูภาษาอังกฤษ จากโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) จังหวัดยะลา ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
ที่มา : www.microsoft.com วันที่ : 26 มกราคม 2558
VONMÄHLEN เสริมแกร่ง Apple Ecosystem ด้วยดีไซน์มินิมอล ฟังก์ชันครบ จบในหนึ่งเดียว18 นาทีที่แล้ว
OPPO Find X9 Ultra เตรียมสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพ เร็วๆ นี้8 ชั่วโมงที่แล้ว
รีวิว OPPO Find X9 Ultra & OPPO Find X9s ยกระดับกล้องสมาร์ตโฟนสู่มาตรฐานมืออาชีพ ทั้งสายโปรและสายเที่ยว21 ชั่วโมงที่แล้ว
Bigme HiBreak Dual นวัตกรรมสมาร์ตโฟนสองหน้าจอ ผสานจอสี E Ink และจอหลัง LCD ในเครื่องเดียว23 เม.ย. 69 15:00
HUAWEI WATCH Ultimate 2 Green Edition ที่สุดของสมาร์ทวอทช์เพื่อวงสวิงที่สมบูรณ์แบบ 23 เม.ย. 69 07:00
VONMÄHLEN เสริมแกร่ง Apple Ecosystem ด้วยดีไซน์มินิมอล ฟังก์ชันครบ จบในหนึ่งเดียว
รีวิว ASUS Zenbook A 16 (UX3607) โน้ตบุ๊ก AI พรีเมียม 16 นิ้ว เบาเพียง 1.2 กก. ขุมพลัง Snapdragon...
UGREEN ตั้ง น้องเทนนิส พาณิภัค ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เปิดเส้นทางบทใหม่ของแคมเปญ Stay Unstoppable
HUAWEI FreeClip 2 สีม่วง Berry Purple หูฟังเสียงคุณภาพ เติมเต็มสไตล์ ให้ครบในทุกวัน
HONOR Watch X5i สมาร์ตวอทช์หน้าตาคุ้นๆ น้ำหนักเบา 28 กรัม แข็งแกร่งด้วยเฟรมกลาง Metallic
รีวิว ASUS Zenbook S 14 (UX5406AA) ที่สุดของความพรีเมียมปี 2026 ผสานวัสดุใหม่เซราลูมิเนียมและขุมพ...
HONOR X80i สมาร์ตโฟน 5G หน้าจอ AMOLED รีเฟรช 120Hz แบตเตอรี่เน้นๆ 7,000mAh
iPad Air เตรียมอัปเกรดจอ OLED ต้นปีหน้า แต่ชวดฟีเจอร์ ProMotion
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!
การกลับมาของ Xiaomi ในรอบ 4 ปี ส่ง Book Pro 14 ท้าชน MacBook Air ด้วยสเปคเหนือกว่าในราคา 40,xxx บาท
OPPO A6s Pro อัปเกรดชิปเซ็ต Dimensity 6360 Max พร้อมหน้าจอพาแนล AMOLED