www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 22 กุมภาพันธ์ 2559
ก็เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับอีกหนึ่งรุ่น Flagship จากแบรนด์ LG ที่ต้องบอกว่าถูกจับตามองไม่น้อยว่าจะสามารถสร้างความประทับใจได้หรือไม่กับ LG G5 หลังจากเมื่อปีที่แล้วปฏิเสธไม่ได้ว่า G4 นั้นก็ไม่สามาถสร้างกระแสได้มากเท่าไรนัก กลับกลายเป็นรุ่น V10 ที่เปิดตัวมาช่วงปลายปีสร้างเสียงฮือฮามากกว่าเสียอีก เพราะฉะนั้นบทความนี้จึงขอหยิบยกทั้งสองรุ่นได้แก่ G4 & G5 มาเปรียบเทียบหาความแตกต่างกันเสียหน่อย
1. ขนาดตัวเครื่องและนํ้าหนัก
2. ระบบปฏิบัติการ
สำหรับรุ่นน้อง G4 รันระบบแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 5.1 แต่คราวนี้รุ่นพี่ G5 อัพเกรดแล้วมาพร้อมเวอร์ชั่น 6.0.1 (Marshmallow) ครอบทับด้วย LG UI ทั้งนี้ในส่วนของหน้ารวมแอพพลิเคชั่นจะไม่มีอีกแล้ว
3. ดีไซน์
อย่างที่เราทราบกันว่า LG G4 การออกแบบนั้นได้มาพร้อมภายใต้แนวคิด "See the Great, Feel the Great" ด้วยความพรีเมี่ยมของรูปลักษณ์และฝาหนังที่ช่วยเพิ่มความคลาสสิค ส่วนด้านหลังก็จะมีปุ่ม Rear key สำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งาน และแน่นอนกับฝาหลังที่สามารถถอดออกได้ เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่
ทว่ารุ่น LG G5 ได้ฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ไปเลย โดยมาพร้อมกับแนวคิดความทันสมัย และลํ้าหน้า ไม่ใช่ในทิศทางเดิมต่อไปเพราะส่วนของตัวเครื่องที่อยู่ด้านล่างหน้าจอจะสามารถถอดออกได้ ทั้งยังเปลี่ยนโมดูลเพื่อใช้งานในกิจกรรมที่แตกต่างกันไป เช่น การฟังเพลงก็เลือกใช้โมดูล Hi-Fi Plus + B&O Play แต่ถ้าชื่นชอบการถ่ายภาพละก็ต้องเลือกใช้โมดูล Cam Plus งานนี้ไม่จำเจแน่นอน
อีกทั้งวัสดุตัวเครื่องมีความพรีเมี่ยมมากขึ้นจากการใช้วัสดุกระจกและโลหะ ส่วนขอบมุมทั้ง 4 ของตัวเครื่องออกแบบให้มีความโค้งมนสวยงามตามสไตล์ Modern เพื่อเพิ่มเสน่ห์ทางแฟชั่น และที่สำคัญ LG G5 มาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว
4. หน้าจอ
ใช้หน้าจอเทคโนโลยี IPS Quantum display ส่งผลหน้าจอมีสีสันที่แม่นยำมากกว่าเดิม 20% รวมถึงมีความสว่างกว่าเดิม 25% และมีคอนทราสต์ดีกว่าเดิม 50% อีกทั้งก็ยังสามารถใช้งานกลางแสงแดดได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล ให้ความหนาแน่นต่อพิกเซลอยู่ที่ 538 ppi ครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 4
สำหรับ LG G5 ได้มาพร้อมหน้าจอชนิด IPS-LCD ขนาดกว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด QuadHD หรือ 2K รวมถึงเทคโนโลยีที่มีชื่อเรียก ALWAYS ON ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ในการรายงานข้อมูลที่จำเป็น อาทิ เวลา, วันที่, สายที่ไม่ได้รับ, อีเมล์ และการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวเมื่อเปิดใช้งานทาง LG ระบุว่าจะใช้พลังงานแบตเตอรี่เพียง 0.8% ต่อหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
5. ฮาร์ดแวร์ (CPU, GPU, Ram, Rom และแบตเตอรี่)
LG G4 LG G5 หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 808 CPU Hexa-core Snapdragon 820 CPU Octa-core GPU Adreno 418 Adreno 530 Ram LP-DDR3 3GB LPDDR4 4GB Rom 32GB 32GB (UFS storage) MicroSD Card 2TB 2TB แบตเตอรี่ 3,000 mAh (รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็ว) 2,800 mAh (รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว)
6. ระบบเชื่อมต่อ
สำหรับ LG G5 สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมใหม่เข้ามาคือการมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสะดวกในการใช้ รวมถึงความเร็วของการถ่ายโอนข้อมูลเช่นเดียวกับการชาร์จแบตเตอรี่ ทั้งนี้ทางแบรนด์ยังระบุอีกว่าเมื่อมีเทคโนโลยี Quick Charge 3.0 ส่งผลให้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จเร็วได้ถึง 27% อีกด้วย
7. กล้องดิจิตอล
LG G4 มีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.6 นิ้ว และขนาดของรูรับแสงกว้างอยู่ที่ f/1.8 ทำให้ภาพถ่ายมีความสว่างคมชัด นอกจากนี้ฟีเจอร์อื่นๆ มีดังต่อไปนี้
ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมการใช้งานการถ่ายภาพแบบ Gesture Mode โดยกำมือเป็นรูปกำปั้น แล้วระบบจะนับถอยหลัง 4 วินาที เพียงเท่านี้ก็สามารถถ่ายภาพในอิริยาบถต่างๆ ได้อย่างสะดวก
LG G5 ก็มาพร้อมกล้องหลังแบบแพ็คคู่โดยได้ตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งกล้องหลักจะมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ให้มุมมอง 78 องศา และกล้องรองมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กับมุมมอง 135 องศา กล่าวคือทางแอลจีระบุว่ากล้องทั้งสองตัวจะช่วยเก็บรายละเอียดของภาพครบทุกมุมมอง พร้อมทั้งช่วยให้บันทึกภาพในรูปแบบภูมิทัศน์, อาคารสูง, กลุ่มผู้คนขนาดใหญ่ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับลูกเล่นอย่าง Pop-out Picture, Film Effect, Auto Shot เป็นต้น
คงต้องบอกว่าปีนี้เหล่าสาวกอาจต้องผิดหวังกันสักหน่อย เพราะไม่มีวางจำหน่ายในบ้านเราแล้ว อาจจะต้องหิ้วมา หรือมองหาจากตัวแทนจำหน่าย ซึ่งราคาก็สูงตามไปด้วย และยังไม่นับเรื่องอะไหล่หรือบริการหลังการขายต่างๆ ดังนั้นหากใครคิดจะจับจอง LG G5 ต้องหาข้อมูลดีๆ ก่อนละครับ
ที่มา : news.siamphone.com วันที่ : 22 กุมภาพันธ์ 2559
Redmi A7 Pro สมาร์ตโฟน Entry ราคา 3 พันบาทต้นๆ ได้หน้าจอ 120Hz กับแบตเตอรี่ 6000mAh6 ชั่วโมงที่แล้ว
ไม่อยากเลือกพาร์ทเนอร์ Cloud พลาด? รู้จัก AWS SMB Competency ตัวช่วยการันตีเพื่อ SME8 ชั่วโมงที่แล้ว
รีวิว HONOR Pad X8b แท็บเล็ตแบตอึดจัด 10,100mAh สนุกได้ยาวนานข้ามวัน11 ชั่วโมงที่แล้ว
3 เหตุผลเด่นที่ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เป็นผู้นำตลาดหูฟัง Open Ear ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้แบบไม่เหมือนใคร14 ชั่วโมงที่แล้ว
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!22 ชั่วโมงที่แล้ว
Redmi A7 Pro สมาร์ตโฟน Entry ราคา 3 พันบาทต้นๆ ได้หน้าจอ 120Hz กับแบตเตอรี่ 6000mAh
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!
Infinix เปิดตัว Infinix NOTE 60 Series สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง ตัวตึงรุ่นเริ่มต้น แบตเตอรี่ 7000mAh อึดข้ามวัน ทนทานขั้นสุดร...
TECNO Spark 50 5G สมาร์ตโฟน 5G เน้นความทนทาน แบตเตอรี่ใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 45W
realme C100 Series 5G อัดสเปกแบต 7,000mAh ทนทานระดับ Military Grade
POCO C85x สมาร์ตโฟน 5G ซีรี่ย์เริ่มต้น ได้หน้าจอลื่นๆ รีเฟรช 120Hz กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6300mAh
Samsung Galaxy A57 5G สมาร์ตโฟนมหาชน กล้องหลัง 3 ตัว 50MP ถ่ายวิดีโอชัดระดับ 4K
ZTE A36e ชูจอ 90Hz แบตเตอรี่ 5,000mAh ตอบโจทย์ผู้ใช้เริ่มต้น ราคา 2,599 บาท
POCO X8 Pro Series เปิดตัวในไทย พร้อมโปรแรง Early Bird ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท
Nothing Phone (4a) Series พร้อมขายในไทย กับสมาร์ตโฟนดีไซน์เอกลักษณ์ เน้นพลังซูมมากขึ้น