www.siamphone.com
หมวดอื่นๆ (Other) | วันที่ : 11 มีนาคม 2559
งานนี้เรียกได้ว่าสวัสดิการสำหรับผลเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะมีข่าวล่าสุดว่าหน่วยงานคณะกรรมการกสทช. ของประเทศดังกล่าว เตรียมลงมติแจกเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยเดือนละ $9.25/เดือน หรือประมาณ 325 บาท ให้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตทั้งภายในบ้านและบนสมาร์ทโฟน เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดมาจาก Lifeline ตั้งแต่ปีค.ศ. 1985 หรือพ.ศ. 2528 ที่ได้รับเงินไว้เฉพาะจ่ายค่าโทรศัพท์บ้านเท่านั้น แต่ว่าก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะฉะนั้นการมองข้ามเรื่องดังกล่าวก็อาจถือได้ว่าผู้มีรายได้น้อยเหล่านั้นก็จะไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีทัดเทียมกับคนอื่น
ด้วยเหตุที่ว่าในปัจจุบันยังมีสถิติชี้ให้เห็นว่าผู้มีรายได้น้อย ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานกว่า 43% ด้วยสาเหตุที่มีค่าบริการที่แพงไปและอีกหลายเหตุผล อาทิ อยู่ในภาวะการเงินที่ยากลำบาก (financial hardship), มีข้อจำกัดทางการเงินเพราะต้องนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น เป็นต้น
และเนื่องจากปัญหาดังกล่าว คณะกรรมกสทช. ของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงต้องการต่อยอดโครงการดังกล่าว (Lifeline) ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยการพ่วงอินเทอร์เน็ตเข้าไปสำหรับเป้าหมายของการบริการคือ ด้านอินเทอร์เน็ตบ้าน ต้องทำความเร็วดาวน์โหลดไม่น้อยกว่า 10Mbps ส่วนการอัพโหลด 1Mbps โดยจำกัดการใช้งานดาต้าไว้ที่ 150GB (แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือเนื้อหาข่าวระบุว่าขั้นตํ่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วไปตามมาตรฐานของผู้ให้บริการต้องเริ่มต้นที่ 25Mbps/3Mbps) และทางคณะกรรมการยังกล่าวเสริมอีกว่าความเร็วดาวน์โหลด/อัพโหลด ก็อาจถูกอัพเกรดเพิ่มขึ้นเป็นความเร็วมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ขณะนี้ในอนาคตอีกด้วย
ส่วนการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนก็มีให้บริการเหมือนกัน ก็ต้องให้บริการข้อมูลผ่านความเร็วระดับ 3G พร้อมดาต้าอย่างน้อย 500MB/เดือน และอนาคตทางคณะกรรมการให้ความเห็นว่าในปีค.ศ. 2018 ต้องสามารถเพิ่มดาต้าได้เป็น 2GB
สรุปแล้วผู้มีรายได้น้อยก็สามารถนำเงินที่ภาครัฐให้ $9.25/เดือน หรือประมาณ 325 บาท ไว้ใช้จ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ตทั้งส่วนของบรอดแบรนด์และเครือข่ายไร้สาย 3G สุดท้ายคณะกรรมการจะลงมติเห็นชอบหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันในวันที่ 31 มีนาคมศกนี้ครับ
เพราะไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2.25 พันล้านดอลลาร์ จากของเดิม (1.5 พันล้านดอลลาร์) ยังมีปัญหาของการสวมสิทธิ์อีกด้วย ส่งผลให้รัฐอาจสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
ที่มา : arstechnica.com วันที่ : 11 มีนาคม 2559
รู้จัก Ameca สุดยอดหุ่นยนต์ Tritium AI ขยับสมจริง สบตาได้ เข้าใจอารมณ์มนุษย์11 ชั่วโมงที่แล้ว
ยืนยันแล้ว! vivo X300e และ X Fold6 โผล่ฐานข้อมูล GSMA เตรียมลุยตลาดจอพับและพรีเมียมปี 202613 ชั่วโมงที่แล้ว
realme 16 สมาร์ตโฟนดีไซน์แบบ Air กล้องหลัง 2 ตัว 50MP แบตเตอรี่อึดทน 7000mAh21 ชั่วโมงที่แล้ว
Nothing Phone (4a) Series จ่อเปิดตัว 5 มี.ค. นี้! ชูวิวัฒนาการใหม่ แบตฯ 5,080mAh + UFS 3.15 ก.พ. 69 15:00
Plaud NotePin S เข็มกลัด AI อัดเสียงรุ่นใหม่ เพิ่มปุ่มกดจริง สวมใส่ได้ 4 แบบ พร้อมแอปฯ เดสก์ท็อปท้าชนทุกค่าย5 ก.พ. 69 12:14
Redmi Buds 8 Pro หูฟังเรือธงระบบ 3 ไดรเวอร์ พร้อมระบบตัดเสียง 55dB ANC
12 สมาร์ตโฟนที่เปิดตัวล่าสุด รองรับ eSIM อัพเดตเดือนมกราคม 2026
หลุดข้อมูล Samsung Galaxy S26 Series เผยสีใหม่ครบเซต พร้อมบอกลาความจุ 128GB อย่างเป็นทางการ
OPPO Reno 16 Series ข้อมูลหลุดสเปคกล้อง 200MP ชิปเซ็ต Dimensity 8500 และช่วงเวลาเปิดตัว
5 สมาร์ตโฟนจอใหญ่ ถนอมสายตา เหมาะกับผู้สูงอายุ ประจำเดือนมกราคม 2026