www.siamphone.com
แอปพลิเคชัน (Application) | วันที่ : 12 มิถุนายน 2560
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำขึ้นใจเกี่ยวกับโฆษณาวิดีโอในยุคของมือถือ คือสมาร์ทโฟนไม่ใช่โทรทัศน์ย่อส่วน เหมือนกับที่โทรทัศน์ไม่ได้เป็นวิทยุที่แสดงภาพได้ และวิทยุไม่ได้เป็นหนังสือพิมพ์ที่เปล่งเสียง มือถือต้องถูกพิจารณาจากสิ่งที่เป็น ซึ่งก็คือช่องทางใหม่ที่ต้องการคอนเทนต์ที่ตอบสนองต่อประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกับแพลตฟอร์มนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ตัวเลือก หรือแม้กระทั่งความเกี่ยวข้อง
ยุคทองของโฆษณาโทรทัศน์เคยรุ่งเรืองมาก เมื่อบรรดาปรมาจารย์ด้านครีเอทีฟได้ยกระดับการสื่อสารผ่านช่องทางใหม่ในยุคนั้น ประกอบกับการที่ทุกๆ ครัวเรือนเป็นเจ้าของโทรทัศน์เป็นครั้งแรก
ปัจจุบัน โทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล และเป็นแหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมมากมาย แต่สื่อโทรทัศน์ก็ต้องขับเคี่ยวกับมือถือโดยตรง เพราะมือถือเข้าถึงมากกว่าหนึ่งคนต่อครัวเรือน โดยทุกคนมีมือถือเป็นของตนเอง และพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา
สำหรับการใช้สมาร์ทโฟน ผู้คนสามารถเลือกควบคุมเนื้อหา สถานที่และช่วงเวลาที่ต้องการรับชมสิ่งต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ มือถือได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนค้นหาข้อมูลและสิ่งใหม่ๆ เชื่อมต่อกับแบรนด์ รวมถึงซื้อสินค้าด้วย โดยเฉพาะในประเทศโมบายเฟิร์สอย่างประเทศไทยที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟน ด้วยจำนวนผู้ใช้ Facebook ชาวไทยกว่า 44 ล้านคนที่ใช้งานเป็นประจำทุกเดือนบนมือถือ คงไม่ใช่เรื่องแปลก หากผู้บริโภคจะหยิบมือถือของพวกเขามาเลื่อนดูฟีดข่าว เมื่อใดที่โทรทัศน์ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้อีกต่อไป
เราได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้ Facebook ของผู้ใช้ 537 ราย ที่ระบุว่าพวกเขารับชมรายการโทรทัศน์ยอดนิยมในซีซั่นแรก โดยพบว่าระหว่างทุกช่วงพักโฆษณามีการใช้งาน Facebook ที่เพิ่มขึ้น
เรายังศึกษาพฤติกรรมการใช้ Facebook ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจว่าพวกเขาไม่ได้รับชมรายการโทรทัศน์ดังกล่าว ผลปรากฏว่าไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนจากการใช้งานในช่วงพักโฆษณา
มือถือได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คน ให้มีความสนใจ เลือกในสิ่งที่ตรงกับความต้องการ บริโภคในสิ่งที่สำคัญต่อเขา และติดตามสิ่งอื่นๆ ต่อไป
ผู้คนเลื่อนฟีดข่าวบนมือถือเร็วกว่าบนเดสก์ท็อปถึง 41 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเลื่อนผ่านวิดีโอที่เริ่มเล่นอัตโนมัติบน Facebook (ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้ สัญญาณอินเตอร์เน็ต และพฤติกรรมการใช้งาน ) ผู้คนรับชมวิดีโอประเภทนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 16.7 วินาที ซึ่งก็คล้ายกันกับการรับชมโฆษณาวิดีโอ ที่ผู้คนรับชมบนฟีดข่าวโดยเฉลี่ย 5.7 วินาที
เนื่องจากผู้คนสามารถเลือกรับชมสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลา พวกเขาจะดูเฉพาะโฆษณาที่สามารถกระตุกความสนใจ คุ้มค่าเวลา และเชื่อมโยงกับสิ่งที่สนใจอยู่ขณะนั้น ดังนั้น แม้ว่ายอดการรับชมโฆษณาโดยรวมจะสูงขึ้น แต่เวลาการรับชมของผู้ใช้แต่ละรายกลับลดลง ผู้คนไม่ได้ดูโฆษณาเป็นเวลานานเหมือนที่เคยอีกต่อไป ไม่ว่าผ่านช่องทางใดก็ตาม
แม้ว่าจะมีการทุ่มเทความพยายามอย่างไม่สิ้นสุด และความเชี่ยวชาญอย่างล้ำลึก ก็ไม่มีแพลตฟอร์มมือถือใดที่รับรองว่าสามารถดึงคนให้ดูโฆษณาธรรมดาๆ ความยาว 30 วินาทีที่เคยฉายในโทรทัศน์ได้ โฆษณาโทรทัศน์ที่ออกแบบเสมือนว่าผู้ชมไม่สามารถหนีไปไหนได้ ต้องลำบากในการดึงดูดความสนใจบนมือถือ และผู้คนก็ไม่ได้รับชมจนจบ เมื่อเร็วๆ นี้ YouTube เพิ่งเลิกใช้โฆษณาความยาว 30 วินาทีที่กดข้ามไม่ได้
ผู้บริโภคได้บอกความต้องการของพวกเขา แต่เรากำลังรับฟังอยู่หรือไม่? มือถือกำลังแสดงให้เห็นว่าเราไม่มีสิทธิ์ขัดขวางสิ่งที่ผู้คนสนใจอีกต่อไป แต่กลับมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความสนใจได้ หากนักการตลาดที่มีงบประมาณที่ตายตัว ต้องการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายและสร้างการเติบโตให้แก่แบรนด์ พวกเขาจำเป็นที่จะต้องก้าวให้ทันรูปแบบการสื่อสารใหม่ที่ซับซ้อน และปรับใช้คอนเทนต์บนมือถือให้เกิดผลกระทบสูงสุด
วางแผนกลยุทธ์ใหม่สำหรับยุคโมบาย
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นล้วนนำมาสู่คำถามที่ว่า อะไรคือวิธีที่ดีสุดในอนาคตสำหรับโฆษณาวิดีโอบนมือถือ? ผู้ลงโฆษณาจะสามารถรับมือกับความซับซ้อนของพื้นที่ใหม่ที่แตกแขนงเป็นหลายส่วน และปรับตัวได้รวดเร็วทันกับการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างไร?
ที่ Facebook เราได้เรียนรู้มากมายจากการใช้งานที่ได้ผล โดยพูดคุยกับผู้ลงโฆษณาบางรายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส, สิงห์ หรือวาสลีน เมน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของแบรนด์เหล่านี้ ได้แก่
นอกจากนี้ Facebook ยังมีความรับผิดชอบที่จะสร้างเครื่องมือและระบบต่างๆ เพื่อช่วยให้นักการตลาดเรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว นี่คือหลักการของเรา
นักการตลาดชั้นเยี่ยม ไม่ว่าจะมาจากสายดิจิตอลตั้งแต่เริ่ม การตลาดทางตรง หรือดูแลแบรนด์ พวกเขาล้วนทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างหลากหลายในช่องทางใหม่บนมือถือ ไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด พวกเขาตระหนักเป็นอย่างดีว่า สำหรับการใช้งานมือถือ ทั้งผู้ใช้และแพลตฟอร์มก็เป็นสิ่งใหม่ เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ซึ่งความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยการปรับตัวอย่างว่องไว รวมทั้งใช้วิธีการใหม่ๆ เช่นเดียวกับสื่อโทรทัศน์และวิทยุที่เติบโตมาก่อนหน้านี้ ความสร้างสรรค์บนมือถือนั้นต้องเหมาะสมกับช่องทาง และจำเป็นต้องตอบโจทย์ความสนใจของผู้คนได้อย่างทันท่วงที
ด้วยวิสัยทัศน์ที่แหลมคม ความยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และการทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จากผู้สร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศในวงการ เราก็จะพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคทองใหม่ของวงการโฆษณาได้ในที่สุด
ที่มา : www.facebook.com วันที่ : 12 มิถุนายน 2560
รีวิว OPPO Find X9 Ultra & OPPO Find X9s ยกระดับกล้องสมาร์ตโฟนสู่มาตรฐานมืออาชีพ ทั้งสายโปรและสายเที่ยว59 นาทีที่แล้ว
Bigme HiBreak Dual นวัตกรรมสมาร์ตโฟนสองหน้าจอ ผสานจอสี E Ink และจอหลัง LCD ในเครื่องเดียว4 ชั่วโมงที่แล้ว
HUAWEI WATCH Ultimate 2 Green Edition ที่สุดของสมาร์ทวอทช์เพื่อวงสวิงที่สมบูรณ์แบบ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Osmo Pocket 4 กล้องกิมบอลพกพา เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว 4K/240fps เก็บภาพในสภาพแสงน้อยคมชัดน่าทึ่ง22 เม.ย. 69 15:00
OPPO A6s Pro อัปเกรดชิปเซ็ต Dimensity 6360 Max พร้อมหน้าจอพาแนล AMOLED22 เม.ย. 69 07:00
YouTube Premium ราคาในประเทศไทยปรับขึ้นอีก! อ่วมหนักทั้ง Android, iOS และรถน้ำมัน
LINE ยกระดับชีวิตดิจิทัลคนไทย ชูไฮไลต์ฟีเจอร์ ‘ปฏิทิน’ จัดตารางนัดหมายครบจบได้ในแชท
ผู้ก่อตั้ง Fitbit คัมแบ็ก! เปิดตัว Luffu สตาร์ตอัป AI อัจฉริยะ ช่วยดูแลสุขภาพครอบครัว จบปัญหาข้อม...
LINE Safety Check ฟีเจอร์แจ้งสถานะความปลอดภัยในยามฉุกเฉินบน LINE
Flow นวัตกรรมสวมใส่อัจฉริยะ ปรับสมดุลจิตใจและยกระดับการนั่งสมาธิแบบเรียลไทม์
OnePlus Nord 6 5G สมาร์ตโฟนแบตฯ 9,000mAh ใช้งานข้ามวัน พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4
การกลับมาของ Xiaomi ในรอบ 4 ปี ส่ง Book Pro 14 ท้าชน MacBook Air ด้วยสเปคเหนือกว่าในราคา 40,xxx บาท
Moto G Stylus (2026) สมาร์ตโฟนมีปากกา Stylus กล้องหลังเซนเซอร์ Sony Lytia 700C ความละเอียด 50MP
OPPO A6s 5G ประกาศราคาในไทย สมาร์ตโฟนแบตเตอรี่ใหญ่ 7000mAh ชาร์จเร็ว 80W