www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 22 กุมภาพันธ์ 2561
SD Card หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอก ทั้งหมดมีชื่อเต็มว่า Secure Digital Memory Card ซึ่งทุกคนน่าจะพอรู้จักพร้อมกับรู้วิธีการใช้งานไปบ้างแล้ว โดยมีหน้าที่ไว้เป็นหน่วยความจำสำรองของเหล่าอุปกรณ์สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล หรือแม้แต่เครื่องนำทาง GPS และ SD การ์ด มีแยกประเภทออกมาถึง 3 ประเภทคือ Micro SD, Micro SDHC และ Micro SDXC แต่รู้หรือไม่ว่าทั้ง 3 ประเภทมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ซึ่งเราจะมาอธิบายความแตกต่างของ SD การ์ดทั้ง 3 ชนิดแบบเข้าใจง่ายๆ กัน
Micro SD
มีชื่อเต็มว่า Micro Secure Digital การ์ด และนี้คือ SD การ์ดรุ่นแรกที่ถูกพัฒนา เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ในมาตรฐาน MMC หรือการ์ดสำหรับใช้งานด้านมัลติมีเดีย โดยมีเป้าหมายหลักคือเพิ่มการเก็บข้อมูลให้กับสมาร์ทโฟน ด้วยความเป็นรุ่นแรกทำให้การถ่ายโอนข้อมูลและเก็บข้อมูลมีน้อยที่สุด โดยสามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุด 2GB และถ่ายโอนข้อมูลได้สูงสุด 25 MB/วินาที เท่านั้น แต่ก็มีจุดเด่นที่ราคาถูกที่สุด และใช้กับอุปกรณ์ได้ทุกแบบที่รองรับ Micro SD ไม่ว่าเครื่องนั้นจะเขียนกำกับไว้ว่ารองรับ Micro SDHC หรือ Micro SDXC ก็ตาม
Micro SDHC
มีชื่อเต็มว่า Micro Secure Digital High Capacity มีการเก็บข้อมูลและการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงกว่า Micro SD โดยเก็บข้อมูลได้ 4GB ถึง 32G และถ่ายโอนข้อมูลได้ 50 MB/วินาที ถึง 150 MB/วินาที นอกจากนี้ Micro SDHC ยังไม่เหมาะกับอุปกรณ์รุ่นเก่า เพราะมีการรองรับไฟล์แบบ FAT32 โดยอุปกรณ์เก่าๆ ส่วนใหญ่รองรับไฟล์แบบ FAT12, FAT16 หรือ FAT16B แทบทั้งหมด การใช้งานสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับทั้ง Micro SDHC หรือ Micro SDXC ได้ แต่ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับเฉพาะ Micro SD
Micro SDXC
มีชื่อเต็มว่า Micro Secure Digital eXtended Capacity โดยการ์ดประเภทนี้จะมีการเก็บข้อมูลและการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงที่สุด สามารถเก็บข้อมูลได้ถึง 32GB ถึง 2 TB เลยทีเดียว และมีการถ่ายโอนข้อมูล 50 MB/วินาที ไปจนถึง 312 MB/วินาที แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าประเภทอื่นๆ และสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับ Micro SDXC เท่านั้น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ SD Card ทั้ง 3 ประเภท ซึ่งเห็นได้ชัดว่า Micro SDXC เป็นประเภทที่มีความเร็วและการเก็บข้อมูลมากที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงตามไปด้วย ซึ่งใครจะนำ SD การ์ดแบบไหนไปใช้งาน ก็ควรดูว่าอุปกรณ์นั้นรองรับหรือไม่ และเหมาะสมกับการใช้งานหรือเปล่า
ที่มา : theydiffer.com วันที่ : 22 กุมภาพันธ์ 2561
INFOSEC จับมือ Pentera ชู AI-Driven Security Validation ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทย5 ชั่วโมงที่แล้ว
เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ7 ชั่วโมงที่แล้ว
สมาร์ตโฟน vivo รุ่นไหนดี 2026 แนะนำ 5 รุ่นน่าสนใจ กล้องสวย แบตอึด ใช้งานคุ้ม13 ชั่วโมงที่แล้ว
POCO X8 Pro Series ยกระดับประสิทธิภาพยุคใหม่ให้ถึงขีดสุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,xxx17 ชั่วโมงที่แล้ว
Dreame โชว์ศักยภาพ Smart Ecosystem พลัง AI ในงาน AWE 202623 ชั่วโมงที่แล้ว
สมาร์ตโฟน vivo รุ่นไหนดี 2026 แนะนำ 5 รุ่นน่าสนใจ กล้องสวย แบตอึด ใช้งานคุ้ม
POCO X8 Pro Series ยกระดับประสิทธิภาพยุคใหม่ให้ถึงขีดสุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,xxx
รีวิว HONOR Magic8 Pro แรงสุดขีด อึดสุดขั้ว! ซูมชัดทะลุมิติด้วยกล้อง 200MP Ultra Night
POCO X8 Pro Series เปิดตัวในไทย พร้อมโปรแรง Early Bird ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท
realme 16 5G ชูดีไซน์ Camera Bar พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรมถ่ายเซลฟีคุณภาพสูง
5 สมาร์ตโฟนกล้องคุ้มเกินราคา ในงบไม่เกิน 15,000 บาท ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026
NanoPhone Pro สมาร์ตโฟน 4G ขนาดเท่าบัตรเครดิต พลิกโฉมดีไซน์มินิมอลเพื่อการพกพาที่คล่องตัว
รุ่นดังราคาดรอป! รวมสมาร์ตโฟนราคาพิเศษ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026
iQOO 15R สมาร์ตโฟนน้องๆ เรือธง เน้นความ Compact ขับเคลื่อนความแรงด้วย Snapdragon 8 Gen 5
realme 16 5G ชูดีไซน์ Camera Bar พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรมถ่ายเซลฟีคุณภาพสูง