www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 8 กรกฎาคม 2566
ในขณะนี้ ฟีเจอร์ Crash Detection ของ Apple บน iPhone 14 และ Apple Watch กำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของจำนวนการโทรไปที่เบอร์ฉุกเฉิน 911 ที่เพิ่มขึ้นจากงานเทศกาลดนตรี Bonnaroo ในรัฐ Tennessee ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจำนวนการโทรในปีนี้เป็นจำนวนประมาณ 5 เท่าเมื่อเทียบเท่ากับปีก่อนหน้าของงานเทศกาล Bonnaroo
งานเทศกาล Bonnaroo ปีนี้ได้จัดขึ้นในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ Manchester รัฐ Tennessee และมีผู้เข้าร่วมกว่า 80,000 คน การมีจำนวนคนมากขนาดนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเร่งด่วนต้องมีความเคร่งครัดเกือบทุกที่ แต่เรื่องของฟีเจอร์ Crash Detection ของ Apple ได้รายงานว่าทำให้สถานการณ์แย่ลงเพิ่มเติมในปีนี้
สื่อข่าวท้องถิ่น WKRN ได้สัมภาษณ์กับ Scott LeDuc ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสาร 911 ของเขต Coffee ซึ่งเขาอธิบายว่าการโทรไปที่เบอร์ฉุกเฉิน 911 โดยที่ไม่มีเหตุผลเกิดขึ้นเนื่องจากผู้คนเข้าร่วมงานเต้นรำและปาร์ตี้ อาจเกิดการกระแทกกันระหว่างผู้เต้นรำ จนรุนแรงพอที่จะเปิดการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเร่งด่วนได้ติดต่อ Apple ระหว่างงานเทศกาลเพื่อรายงานยอดการโทรเข้า 911 ที่เพิ่มขึ้น จากความผิดพลาดของฟีเจอร์ Crash Detection คุณ LeDuc กล่าวว่า Apple ขอส่งวิศวกรไปที่งานเพื่อช่วยจัดการสถานการณ์และวินิจฉัยปัญหา แต่ทั้งสองฝ่ายสามารถทำได้ผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น
เพื่อลดข้อผิดพลาดของ Crash Detection ตำรวจ Manchester ได้ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมคอนเสิร์ตปิดการใช้งาน Crash Detection ทั้งหมด นั่นช่วยให้ลดจำนวนการโทรเข้าลงไปประมาณ 40 – 60% แม้ว่าในปีนี้จะมียอดการโทรเท็จไปยัง 911 เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเร่งด่วนยังสามารถตอบสนองและจัดการสถานการณ์ได้ทุกครั้งโดยไม่มีผลกระทบต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นจริง
ฟีเจอร์ Crash Detection เปิดตัวบน iPhone 14, Apple Watch Series 8, Apple Watch SE และ Apple Watch Ultra ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่นั้นมา Apple ได้ปรับแต่งอัลกอริทึมของฟีเจอร์อยู่ตลอดเพื่อลดความผิดพลาดของฟีเจอร์ Crash Detection ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของการโทรเท็จไปที่เบอร์ฉุกเฉิน 911 จากนักสกี, สวนสนุก และอื่น ๆ
เป้าหมายของการตรวจจับการชนคือการตรวจจับเมื่อมีอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงและระบบจะทำการติดต่อบริการฉุกเฉินให้ในนามคุณ ฟีเจอร์นี้จะให้เวลาผู้ใช้ 20 วินาทีในการตอบสนองต่อการแจ้งเตือน จากนั้นจะทำการเรียกใช้ฟีเจอร์ SOS ฉุกเฉินเพื่อทำการติดต่อบริการฉุกเฉิน จากนั้นจะแชร์ตําแหน่งที่แน่นอนของผู้ใช้ให้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย
แหล่งที่มา : 9to5Mac
วันที่ : 8 กรกฎาคม 2566
รีวิว ASUS Zenbook 14 (UM3406GA) สัมผัสความหรูหราที่พกพาง่าย พร้อมขุมพลัง AI PC ยุค Next-Gen จาก AMD13 มี.ค. 69 11:00
Amazfit Active 3 Premium สมาร์ทวอทช์เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ยกระดับการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตในหนึ่งเดียว13 มี.ค. 69 07:00
ข้อดีของการใช้บริการเช่าอุปกรณ์งานอิเวนต์ แทนการซื้อเอง12 มี.ค. 69 17:00
Sonos จัดโปรรับพรีเมียร์ลีก ให้คุณเชียร์ทีมโปรด เหมือนนั่งติดขอบสนามกับส่วนลดสูงสุด 25%12 มี.ค. 69 15:00
GIGABYTE เปิดตัวเมนบอร์ด Z890 Plus Series ยกระดับขีดสุดหน่วยความจำด้วยเทคโนโลยี CQDIMM รองรับ Intel® Core™ Ultra 200S Plus12 มี.ค. 69 14:41
Amazfit Active 3 Premium สมาร์ทวอทช์เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ยกระดับการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตในหนึ่งเดียว
vivo X300 FE สมาร์ตโฟนไซส์มินิ กล้องหลัง 3 ตัว รวดเร็วจากชิป Snapdragon 8 Gen 5
realme เตรียมเปิดตัว realme 16 Pro Series 5G ในไทย ชู Periscope 200MP หนึ่งเดียวในเซกเมนต์
vivo V70 FE ไม่ได้กล้อง ZEISS แต่ยังโดดเด่นระดับ 200MP พร้อมแบตเตอรี่ 7000mAh
iPad Air M4 แรงขึ้น 30% ด้วยชิป M4 พร้อมเพิ่มความลื่นกับ RAM 12GB
realme C83 5G สมาร์ตโฟน 5G ตัวเริ่มต้น เน้นแบตเตอรี่ใหญ่ 7000mAh หน้าจอลื่นระดับ 144Hz
iPad Air M4 แรงขึ้น 30% ด้วยชิป M4 พร้อมเพิ่มความลื่นกับ RAM 12GB
Google Pixel 10a เปิดตัวทางการภายใต้แนวคิด The Real Deal อัปเกรดความทนทานและชาร์จไวในราคาเดิม
realme C83 5G สมาร์ตโฟน 5G ตัวเริ่มต้น เน้นแบตเตอรี่ใหญ่ 7000mAh หน้าจอลื่นระดับ 144Hz
HONOR 600 Lite สมาร์ตโฟนชิปเซ็ต Dimensity 7100 Elite กล้องหลังคู่คมชัด 108MP
Infinix Note 60 Pro สมาร์ตโฟนชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 แปลกใหม่ด้วยจอ Matrix ด้านหลัง