www.siamphone.com

ข่าว

รีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G ราชันย์สายถึก! พิสูจน์ความแกร่ง Titan Durability พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด 6500mAh

สมาร์ทโฟน (Smartphone)   |   วันที่ : 16 มกราคม 2569

การกลับมาของ REDMI Note Series ในปีนี้ ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปคตามรอบปีปกติ แต่เป็นการรีเซ็ตมาตรฐานของสมาร์ตโฟนระดับระดับกลางค่อนสูงครั้งสำคัญ การเปิดตัว REDMI Note 15 Pro+ 5G วางจุดยืนของตัวเองไว้อย่างชัดเจนในการเป็น "King of Durability" หรือสมาร์ตโฟนที่เน้นความทนทานเป็นหัวใจหลัก เพื่ออุดช่องโหว่ของผู้ใช้งานยุคปัจจุบันที่ต้องการมือถือที่สวยหรูแต่ต้องถึกทนโดยรุ่นนี้ตั้งใจชนกับคู่แข่งในตลาดที่มักจะต้องแลกมาระหว่างดีไซน์ที่บางเบากับแบตเตอรี่ที่อึดทน แต่ REDMI เลือกที่จะใส่มาให้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน นี่คือการขยับเพดานมาตรฐานอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของ REDMI Note 15 Pro+ 5G จนต้องยกมาพูดถึงเป็นอันดับแรกคือ REDMI Titan Durability นี่ไม่ใช่แค่ชื่อทางการตลาด แต่คือการยกเครื่องโครงสร้างตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่เมนบอร์ดที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางเสริมพิเศษและวัสดุดูดซับแรงกระแทกถึง 7 จุดสำคัญ ผลลัพธ์คือการผ่านการรับรอง SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว สามารถทนต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร บนพื้นแข็ง

หัวใจสำคัญอีกอย่าง REDMI Note 15 Pro+ 5G คือมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในวงการ (เหนือกว่า IP68 ทั่วไป) โดยสามารถทนต่อแรงดันน้ำสูงและน้ำอุณหภูมิสูงได้ ที่สำคัญยังผ่านการรับรองจาก TÜV SÜD ว่าสามารถแช่น้ำลึก 2 เมตรได้ยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ว่าอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันแทบจะทำอะไรเจ้าเครื่องนี้ไม่ได้ ผสานกับกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 ที่ขึ้นชื่อเรื่องการกันรอยขีดข่วนและการตกกระแทก ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่หยิบจับ

อีกหนึ่ง Game Changer คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon Battery ความจุสูงถึง 6500mAh ซึ่งปกติความจุระดับนี้เรามักจะเห็นในสมาร์ตโฟนสำหรับเล่นเกมที่มีความหนาเตอะ แต่ด้วยนวัตกรรม Silicon-Carbon 10% ทำให้ REDMI สามารถอัดความจุขนาดนี้ลงในบอดี้ที่ยังคงความบางและจับถือได้สะดวก นอกจากนี้ยังรองรับ 100W HyperCharge ที่ชาร์จเต็มได้ในเวลาเพียง 40 นาที (ตามผลทดสอบใน Lab) และยังมีฟีเจอร์ Xiaomi Surge Battery Management ที่ช่วยยืดอายุ Cycle ของแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ปี หรือกว่า 1,600 รอบการชาร์จ

ในส่วนของการถ่ายภาพ REDMI Note 15 Pro+ 5G 200MP Main Camera ที่ใช้เซนเซอร์ HPE Sensor รุ่นใหม่ล่าสุด คืออาวุธหลักที่ทรงพลัง ระบบนี้ทำงานร่วมกับ AI Engine 200MP ช่วยให้การซูมแบบ In-sensor Zoom ที่ระยะ 2x และ 4x ให้รายละเอียดที่คมกริบเหมือนใช้เลนส์ Telephoto แยก โดยครอบคลุมระยะโฟกัสตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม.

สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี DAG HDR (Dual-Action Gate) แบบสามระยะโฟกัส ที่เข้ามาช่วยจัดการเรื่องช่วงการรับแสง (Dynamic Range) ทำให้การถ่ายภาพย้อนแสงหรือสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูงทำได้ยอดเยี่ยม เก็บรายละเอียดได้ครบทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง รวมถึงรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Wet Touch 2.0 ที่ทำงานร่วมกับ AI Water State Detection รุ่นอัปเกรด ช่วยให้การทัชหน้าจอตอนมือเปียกหรือฝนตกเป็นไปอย่างลื่นไหลและแม่นยำ

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

เมื่อพิจารณาจากงานออกแบบ REDMI Note 15 Pro+ 5G นำเสนอดีไซน์ที่เรียกว่า Volcanic Deco บริเวณโมดูลกล้องแบบลอยตัว ให้ความรู้สึกที่ดูพรีเมียมและมีมิติมากกว่ารุ่นก่อนๆ การจัดวางเลนส์มีความสมดุลและดูเป็นระเบียบ ไม่รกสายตา ตัวเครื่องมีความโค้งมนรับกับอุ้งมือ ทำให้การจับถือรู้สึกถึงความกระชับตามหลักสรีรศาสตร์ แม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แต่ความสมดุลของน้ำหนักทำได้ดีเยี่ยม ไม่รู้สึกหัวทิ่มหรือหนักไปทางใดทางหนึ่ง

ในส่วนของงานผิวสัมผัสฝาหลัง โดยเฉพาะสี Mocha Brown (สีน้ำตาล) ให้สัมผัสที่ดูหรูหราและป้องกันรอยนิ้วมือได้ดี ในขณะที่สี Glacier Blue (สีฟ้า) และ Black (สีดำ) ที่ใช้วัสดุแบบ Fiber Glass ก็ให้ความเงางามและสะท้อนความแข็งแกร่งตามคอนเซปต์ Titan Durability งานประกอบบริเวณขอบจอนั้นบางเฉียบ ทำให้พื้นที่หน้าจอ All-Around Liquid Display ดูเต็มตา

เมื่อสำรวจรอบตัวเครื่อง REDMI Note 15 Pro+ 5G จะพบว่าเฟรมกลางได้รับการเสริมความแข็งแกร่งพิเศษเพื่อรองรับแรงกระแทก มีความโค้งมนเล็กน้อยช่วยให้การจับถือเข้ามือและกระชับ

  • ด้านขวา: เป็นตำแหน่งของปุ่มควบคุมหลัก ได้แก่ ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องและปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่วางตำแหน่งได้พอดีนิ้วโป้ง มีความแน่นหนาไม่โยกคลอน
  • ด้านบน: ประกอบด้วยช่องลำโพงสำหรับทำหน้าที่เป็นลำโพงคู่สเตอริโอและไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน
  • ด้านล่าง: ประกอบด้วยลำโพงหลัก, พอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จไว 100W, ไมโครโฟนสนทนาและช่องใส่ซิมการ์ด ที่รองรับ Dual SIM (Nano SIM + Nano SIM หรือ Nano SIM + eSIM)
  • ด้านซ้าย: ดีไซน์เรียบเนียนโชว์พื้นผิวของวัสดุเฟรม ไม่มีปุ่มกดใดๆ รบกวนสายตา

สเปคเบื้องต้นของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • หน้าจอ: CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว, ความละเอียด 1.5K (2772 x 1280), อัตรารีเฟรช 120Hz, ความสว่างสูงสุด 3200nits, ความลึกสี 12-bit
  • การสัมผัส: Touch sampling rate สูงสุด 480Hz (Instantaneous 2560Hz)
  • การถนอมสายตา: 3840Hz PWM Dimming, ผ่านการรับรอง TÜV Rheinland (Low Blue Light, Flicker Free, Circadian Friendly)
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 7s Gen 4 (สถาปัตยกรรม 4nm)
  • หน่วยความจำ: RAM 12GB + ROM 256GB / 512GB (LPDDR4X + UFS 2.2)
  • กล้อง:
    • กล้องหลัก: 200MP (เซนเซอร์ HPE, OIS, f/1.7, 1/1.4", DAG HDR)
    • กล้องอัลตร้าไวด์: 8MP (f/2.2)
    • กล้องหน้า: 32MP (f/2.2)
  • ระบบเสียง: ลำโพงคู่, Dolby Atmos®, Hi-Res Audio, เร่งเสียงดังขึ้น 400%
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ: แบตเตอรี่ Silicon-Carbon 6500mAh, ชาร์จไว 100W HyperCharge, ชาร์จย้อนกลับ 22.5W
  • การเชื่อมต่อและ OS: Xiaomi HyperOS, Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.4, NFC, Xiaomi Offline Communication
  • ความทนทาน: IP66/IP68/IP69/IP69K, Corning® Gorilla® Glass Victus® 2, ผ่านการรับรอง SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

เมื่อเข้าสู่การใช้งานจริง Xiaomi HyperOS ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบได้อย่างลื่นไหล ตัวชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 สถาปัตยกรรมขนาด 4nm ถือเป็นขุมพลังใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพสมดุลระหว่างความแรงและการประหยัดพลังงาน การใช้งานทั่วไป การสลับแอปพลิเคชันหรือการเล่นเกมยอดนิยม สามารถทำได้อย่างไม่มีสะดุด

ในด้านความบันเทิง หน้าจอ REDMI Note 15 Pro+ 5G ไม่เพียงแค่คมชัด แต่ยังใส่ใจสุขภาพดวงตาด้วย 3840Hz PWM Dimming ช่วยลดอาการล้าของสายตาเมื่อใช้งานในที่แสงน้อย ผสานกับระบบเสียงที่ได้รับการอัปเกรดให้ดังขึ้นถึง 400% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ให้มิติเสียงที่หนักแน่นผ่านระบบ Dolby Atmos

ในเรื่องของการจัดการความร้อน ระบบ Xiaomi IceLoop ที่เป็นปั๊มลูปสแตนเลสขนาดใหญ่พิเศษ 5,200 ตร.มม. ช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าระบบทั่วไปถึง 3 เท่า ทำให้เฟรมเรทขณะเล่นเกมต่อเนื่องมีความนิ่ง เครื่องไม่ร้อนจี๋จนจับไม่ได้ นอกจากนี้ฟีเจอร์อย่าง Xiaomi Offline Communication ที่ใช้ชิปฯ Xiaomi Surge T1S Tuner ยังช่วยให้สื่อสารได้แม้ไม่มีสัญญาณเครือข่าย

ด้าน AI รุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G นี้จัดเต็มด้วยการผสาน Google Gemini และ Circle to Search with Google เข้ามาในระบบ ช่วยให้การค้นหาข้อมูลและการทำงานสะดวกขึ้น รวมถึง AI Creativity Assistant ที่มีเครื่องมืออย่าง AI Erase Pro สำหรับลบคนหรือวัตถุออกจากภาพและ AI Beautify ที่ปรับแต่งภาพถ่ายบุคคลให้สวยเป็นธรรมชาติในคลิกเดียว

 

ราคาและการวางจำหน่าย 

REDMI Note 15 Pro+ 5G เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีวางจำหน่ายสองรุ่นความจุคือ

  • รุ่น RAM 12GB + ROM 512GB ราคา 14,990 บาท
  • รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 13,990 บาท (ขายเฉพาะบนเว็บ mi)

โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ

1. ของแถมและสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทั่วไป

  • ของแถม: รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact มูลค่า 2,990 บาท (เมื่อซื้อรุ่น Pro+ 5G)
  • คูปองส่วนลด On-Top:
    • ลดทันที 1,000 บาท (เมื่อซื้อสินค้ามูลค่า 10,000 บาทขึ้นไป)
    • หรือคูปองลูกค้าใหม่ ลด 10% (สูงสุด 2,000 บาท)
  • ประกันและบริการ VIP:
    • รับประกันแบตเตอรี่นาน 4 ปี
    • ประกันอุบัติเหตุ: คุ้มครองหน้าจอ/ฝาหลัง/ความเสียหายจากของเหลว ฟรี 1 ครั้ง (ระยะเวลาคุ้มครอง 2 ปี)
  • Digital Services ฟรี:
    • YouTube Premium 2 เดือน
    • Spotify Premium 3 เดือน
    • Google One 100GB 3 เดือน
  • Mi Points: รับคะแนนสะสมคูณ 2 (2x)
  • ผ่อนชำระ: 0% นานสูงสุด 10 เดือน

2. โปรโมชั่นพิเศษสำหรับ "พี่ๆ ไรเดอร์" (Driver Exclusive):

  • สิทธิพิเศษ: รับส่วนลดค่าเครื่องทันที 5% (สำหรับ REDMI Note 15 Series ทุกรุ่น)
  • สำหรับ: คนขับที่มีบัญชีในแอป Bolt, Grab หรือ LINE MAN
  • วิธีรับสิทธิ์: กดรับโค้ดส่วนลดจากแอปต้นสังกัด แล้วนำมากรอกที่ mi.com/th/user/coupon/couponcode
  • ระยะเวลา: 15 ม.ค. - 31 ม.ค. 2569 เท่านั้น (ด่วน! จำกัด 500 สิทธิ์แรก)

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่: mi.com/th/event/redmi-note-15-series/

หมายเหตุ: โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและจำนวนสิทธิ์คงเหลือก่อนชำระเงิน

REDMI Note 15 Pro+ 5G คือการประกาศศักดาของสมาร์ตโฟนสมาร์ตโฟนระดับกลางที่ครบเครื่องและคุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ณ เวลานี้ มันไม่ใช่แค่สมาร์ตโฟนที่สเปคแรง แต่เป็นสมาร์ตโฟนที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์ด้วยความทนทานระดับ Titan Durability ที่ผ่านบททดสอบโหดหินทั้งการตกกระแทกและการกันน้ำและแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ที่อึดแบบเหลือเชื่อ หากคุณคือผู่ใช้ที่มองหาสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวจบ ใช้งานได้ยาวๆ 3-4 ปี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อมเร็วหรือทำตกน้ำ นี่คือตัวเลือกที่ความคุ้มค่าสูงมาก กลุ่มเป้าหมายของรุ่นนี้ชัดเจนมาก คือคนที่ใช้ชีวิตลุยๆ, สายท่องเที่ยว, หรือไรเดอร์ที่ต้องตากแดดตากฝนและต้องการสมาร์ตโฟนที่พร้อมลุยไปกับคุณทุกที่

วันที่ : 16 มกราคม 2569

159
อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข่าวล่าสุด

ไฮไลท์ข่าว

หมวดข่าว

None AMP version