www.siamphone.com
นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) | วันที่ : 30 พฤศจิกายน 2565
รีวิวสมาร์ทวอช Apple Watch Series 8 - แอปเปิ้ล
ปลายปี 2565 แล้ว เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาของขวัญให้ตนเองหรือคนใกล้ตัว ถ้าเป็นเรื่องสุขภาพก็เป็นของขวัญที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะแสดงถึงความห่วงใยและเป็นห่วง สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันที่การใช้สมาร์ทวอชสามารถเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งมีความพรีเมียมโดดเด่นแสดงถึงความหรูหราอีกด้วย ดังนั้น Apple Watch Series 8 ก็เป็นตัวเลือกที่คุณต้องคิดถึงอยู่ในใจ เพราะเขาไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่คือผู้ช่วยส่วนตัวในทุกเรื่อง
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.Q8DoZ?cc
Shopee : https://shope.ee/6fBbpkFWeA
แตกต่างอย่างไรระหว่าง Apple Watch 7 vs Apple Watch 8 มีอะไรอัพเกรด
เริ่มจากเรื่องของดีไซน์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เดิมๆ มาเลยตั้งแต่รุ่นก่อน อีกทั้งมีสีให้เลือกน้อยกว่าด้วย ทว่าเป็นเรื่องของวัสดุตัวเรือน โดย Apple Watch 7 จะมีตัวเลือก Aluminium, Stainless steel และ Titanium แต่น่าเสียดายที่วัสดุเรือนไทเทเนียมของ Apple Watch 8 จะมีให้เลือกเฉพาะโมเดล Ultra เท่านั้น
จุดเด่นเพิ่มเติมขึ้นมาคือ การมีเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ (Temperature Sensor) ประโยชน์ของเซนเซอร์ดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพการวัดผลลัพธ์การมีรอบเดือนของผู้หญิงแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้การคาดเดาต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี เผื่อว่าใครกำลังวางแผนมีน้อง...
เงื่อนไขสำหรับผลลัพธ์ความแม่นยำดังกล่าวมีดังนี้...
หนึ่งไม่พอ สองดีกว่า สำหรับฟีเจอร์ Car Crash Detection ต้องเกริ่นก่อนว่าจะใช้งานกับ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เท่านั้น เดิมทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำงานอัตโนมัติทันที เช่นเดียวกันเมื่อคุณสวมใส่ Apple Watch อยู่ วิธีการทำงานก็จะเหมือนกัน เพียงแต่ นี่เป็นอุปกรณ์ที่ติดตัวคุณ ต่างจากโทรศัพท์มือถือที่อาจกระเด็น หรือวางไว้ที่ใดในรถ พอชนก็หาไม่เจอ แต่การตอบสนองผ่าน Apple Watch นี้จะช่วยให้คุณควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น
โหมดประหยัดพลังงานที่ไม่ได้มีแค่บน iPhone แต่ Apple Watch 8 ก็มีโหมดนี้มาให้เหมือนกัน มีชื่อเรียกว่า Low Power mode กล่าวคือ หากใช้งานปกติ แบตเตอรี่จะใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง ถ้าเปิดโหมดดังกล่าวจะใช้งานได้สูงสุด 36 ชั่วโมง
จุดแตกต่างข้อสุดท้ายคือ ชิปเซ็ตประมวลผลอัพเกรดเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด S8 SiP ขณะที่รุ่นก่อนหน้าใช้ชิปเซ็ต S7 SiP นอกจากนี้ด้าน Bluetooth ยังเสถียรและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นด้วยเวอร์ชั่น 5.3 แทนที่เวอร์ชั่นเดิม 5.0 ใน Apple Watch 7
อย่างที่เกริ่นข้างต้น ดีไซน์ไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่วัสดุตัวเรือนเริ่มต้นมีให้เลือกแต่อะลูมิเนียมกับสเตนเลสเท่านั้น และมีสีที่ลดลงด้วย แบ่งเป็น....
ตัวเรือนและน้ำหนักไม่ได้มีขนาดแตกต่างจากรุ่นก่อน ส่วนหน้าปัดยังมีขนาดเหมือนเดิมคือ 41 และ 45 มม. ด้วยหน้าจอประเภท LTPO OLED Retina ความสว่างสูงสุด 1,000 นิต หมดปัญหาเรื่องใช้งานกลางแจ้ง สว่างพอแน่นอน
กระจกหน้าจอของ Apple Watch 8 ยังใช้วัสดุคุณภาพสูงเหมือนเดิม ทนทานต่อรอยขีดข่วน ไม่เกิดรอยนิ้วมือ และไม่สะท้อนแสง เมื่อใช้งานกลางแจ้ง ทำให้มองเห็นรายละเอียดชัดเจน นอกจากนี้มีฟีเจอร์ Always On Display ทำให้เห็นทุกการแจ้งเตือนโดยที่ไม่ต้องปลุกหน้าจอขึ้นมา ...
ยังไม่หมดแค่นี้ ตามที่เกริ่นข้างต้น Apple Watch 8 จะมีเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ (Temperature sensor) แบ่งเป็นสองจุด คือ ใต้แผงหน้าจอและใต้ตัวเรือน ซึ่งใต้แผงหน้าจอ จะทำหน้าที่ป้องกันและวัดผลจากอุณหภูมิแวดล้อมภายนอก เพื่อประมวลผลให้เที่ยงตรงที่สุด
อย่างไรก็ตามด้านหลังตัวเรือนไม่ได้มีแค่เซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิเท่านั้น ยังมีเซนเซอร์ตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือดและเซนเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล รุ่นที่ 3
ด้านข้างตัวเรือนมีปุ่ม Digital Crown มีดีไซน์หรูหราตามเอกลักษณ์ของแอปเปิ้ล โดยจะตอบสนองแบบสั่นเล็กน้อยเมื่อถูกหมุน ถัดลงมาเป็นรูไมโครโฟนสำหรับรับเสียงสนทนา อีกฝั่งเป็นช่องลำโพงสามารถได้ยินการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ง่าย
อย่างไรก็ตามปุ่มด้านขวาตัวเครื่องคุณยังสามารถตั้งค่าเป็นกดเพื่อเรียกใช้งานเมนูหรือแอปฯ ด่วน หรือตั้งค่าเพื่อเรียกใช้งาน Siri
สำหรับสายนาฬิกาสามารถสวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิวหนัง แม้สวมใส่ตลอดทั้งวัน และถอดล้างทำความสะอาดได้ ทว่าประเด็นสำคัญคือ ตัวเรือนขนาด 41 และ 45 มม. จะไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้
Apple Watch 8 รองรับมาตรฐานป้องกันน้ำป้องกันฝุ่นระดับ IP6X เป็นระดับป้องกันฝุ่นสูงสุด โดยมาตรฐานป้องกันน้ำ WR50 ป้องกันที่ระดับความลึก 50 เมตร
Crash Detection ระบบตรวจจับการชนเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ สามารถตรวจจับการชนที่รุนแรงมากถึง 256G ประมวลผลผ่านเซนเซอร์ High G Force Sensor และ 3 Gyroscope โดยประมวลผลและจับลักษณะการชนได้หลายแบบ
วิธีการคือเมื่อตรวจจับว่าเกิดเหตุชนอย่างรุนแรง อุปกรณ์จะขึ้นข้อความเพื่อตรวจสอบกับผู้สวมใส่ หากไม่มีการตอบสนองเป็นระยะเวลา 10 วินาที จะมีการโทรหาบริการฉุกเฉินทันที พร้อมส่งตำแหน่งของเราให้หน่วยฉุกเฉินได้รู้ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ จะถูกแชร์ไปยังเบอร์ SOS ด้วยเช่นกัน ส่วนรายละเอียดการติดต่อพูดคุยสามารถโต้ตอบผ่าน Apple Watch ได้เลย
watchOS 9 มาพร้อมการออกแบบ UI ใหม่ พร้อมความลื่นไหลลงตัวมากยิ่งขึ้น ให้คุณอยู่ในความรู้สึกมินิมอล แต่มีอิสระมากยิ่งขึ้น สามารถปรับแต่ง Watch Face, วิตเจด, ฟอนต์, รูปแบบไอคอน หรือสีสันของตัวอักษรต่างๆ อย่างอิสระ นอกจากนี้โหมดออกกำลังกายก็มีการประมวลผลแม่นยำเที่ยงตรง มีให้ใช้งานหลากหลายโหมด
ฟีเจอร์ติดตามการนอน สามารถวัดจากการเคลื่อนไหวและเหล่าเซนเซอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจและตรวจวัดอุณหภูมิ สามารถเรียกดูข้อมูลในแต่ละวันหรือรายเดือนได้บน Apple Watch นอกจากนี้ยังตั้งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย อาทิ การเตือนให้ทานยาที่ต้องกินประจำ หรือวิตามินเสริม
สรุปความน่าสนใจของ Apple Watch 8 ควรค่าแก่การครอบครองหรือไม่
คงต้องบอกว่าถ้าเน้นใช้งานก็ตอบโจทย์ ถ้าเน้นแฟชั่น ความหรูหรา โดดเด่นสะดุดตา Apple Watch ก็เป็นตัวเลือกที่ใช่ หากใครที่ไม่เคยใช้งาน และมีงบ ถือว่าตัดสินใจซื้อได้เลย ไม่ใช่แค่เฉพาะจุดเด่นและสเปค ต้องบอกว่าการมาของ wacthOS 9 คือความกลมกล่อมที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยอิสระในการใช้งานและความสวยงามที่คุณเลือกได้หลากหลายจากการตั้งค่า เรียกได้ว่าไม่จำเจเลย
ทว่าหากใครใช้งาน Apple Watch 7 อยู่ อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนักในการอัพเกรดขึ้นมา เพราะยังไม่มีอะไรแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อแตกต่างที่สรุปข้างต้นไว้
วันที่ : 30 พฤศจิกายน 2565
Redmi A7 Pro สมาร์ตโฟน Entry ราคา 3 พันบาทต้นๆ ได้หน้าจอ 120Hz กับแบตเตอรี่ 6000mAh6 ชั่วโมงที่แล้ว
ไม่อยากเลือกพาร์ทเนอร์ Cloud พลาด? รู้จัก AWS SMB Competency ตัวช่วยการันตีเพื่อ SME8 ชั่วโมงที่แล้ว
รีวิว HONOR Pad X8b แท็บเล็ตแบตอึดจัด 10,100mAh สนุกได้ยาวนานข้ามวัน11 ชั่วโมงที่แล้ว
3 เหตุผลเด่นที่ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เป็นผู้นำตลาดหูฟัง Open Ear ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้แบบไม่เหมือนใคร14 ชั่วโมงที่แล้ว
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!22 ชั่วโมงที่แล้ว
รีวิว HONOR Pad X8b แท็บเล็ตแบตอึดจัด 10,100mAh สนุกได้ยาวนานข้ามวัน
3 เหตุผลเด่นที่ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เป็นผู้นำตลาดหูฟัง Open Ear ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ไ...
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง ตัวตึงรุ่นเริ่มต้น แบตเตอรี่ 7000mAh อึดข้ามวัน ทนทานขั้นสุดร...
รีวิว REDMI A7 Pro สมาร์ทโฟนสุดคุ้ม จอยักษ์ 6.9 นิ้ว แบตเตอรี่ 6000mAh พร้อมฟีเจอร์ AI ครบครันในร...
พรีวิว realme C100 5G สมาร์ตโฟน 5G แบตฯ 7000mAh ความทนทานมาตรฐานระดับกองทัพ พร้อมฟีเจอร์ AI อัดแน่น
เปิดตัว AirPods Max 2 เวอร์ชันรีมาสเตอร์ อัปเกรดชิปฯ H2 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนดีขึ้น 1.5 เท่า
vivo X300 Ultra ครบเครื่องเรื่องกล้องบนสมาร์ตโฟน ตัวสุดตัวจบ Snapdragon 8 Elite Gen 5
สมาร์ตโฟน vivo รุ่นไหนดี 2026 แนะนำ 5 รุ่นน่าสนใจ กล้องสวย แบตอึด ใช้งานคุ้ม
realme Buds T500 Pro หูฟังไร้สาย TWS เคสสวยทรงกล่อง ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม 50 เดซิเบล
ปล่อยทีเซอร์ OPPO Find N6 ครั้งแรกของอุตสาหกรรม กับรอยพับที่แทบมองไม่เห็น
vivo Y21 5G สมาร์ตโฟน 5G ทนทานระดับทหาร หน้าจอรีเฟรช 120Hz กล้องหลังคู่ 50MP