ข่าวไอที » แก็ดเจ็ต

เทคโนโลยีมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนยากที่เราจะแบ่งแยกระหว่างนิยายวิทยาศาสตร์ และความจริงออกจากกันได้ การสร้างสรรค์นวัตกรรมบางครั้งก็บังคับให้มนุษย์เราต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีแทนที่จะปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เข้ากับความต้องการของเรา 

อย่างไรก็ดีในอีก 5 ปีข้างหน้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมายจะช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างที่สำคัญที่สุดสำหรับโลกของเรา พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันนวัตกรรมเหล่านี้นอกจากจะช่วยเปลี่ยนอนาคตแล้วยังทำให้โลกของเราปลอดภัยและน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย 

1) คุณจะสามารถสร้างพลังงานขึ้นเองเพื่อใช้ภายในบ้าน

สิ่งใดก็ตามที่เคลื่อนไหวได้ก็สามารถสร้างพลังงานได้ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าที่คุณใส่เดิน รถจักรยาน หรือแม้กระทั่งน้ำที่ไหลผ่านท่อประปาภายในบ้าน ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจะช่วยให้เราสามารถเก็บรวบรวมพลังงานนี้ และนำมาใช้งานภายในบ้าน สถานที่ทำงาน และแม้กระทั่งเมืองต่างๆ 

ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ขนาดเล็กหรือแบตเตอรี่ที่ต่อเข้ากับซี่ล้อจักรยานของคุณ จะสามารถเก็บรวบรวมพลังงานที่เกิดขึ้นในทุกรอบการหมุนของแป้นจักรยาน และเมื่อกลับถึงบ้าน คุณก็ถอดอุปกรณ์ดังกล่าว และเสียบปลั๊กเพื่อดึงพลังงานนั้นมาใช้สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่หลอดไฟไปจนถึงเตาไมโครเวฟ พลังงานที่สร้างขึ้นนี้มีอยู่ทุกที่ และเราสามารถเก็บกักพลังงานนั้นได้หลายวิธี ซึ่งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มในไอร์แลนด์กำลังศึกษาหนทางที่จะเก็บเกี่ยวพลังงานคลื่นในมหาสมุทรและแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า 

2) คุณจะไม่ต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป

ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสร้าง และจดจำรหัสผ่านมากมายที่น่ามึนงงอีกต่อไป แต่จะสามารถใช้ลักษณะทางชีววิทยาที่โดดเด่นแตกต่าง นั่นคือ เสียงพูด ใบหน้า ดวงตา แทนได้

เราสามารถเดินไปที่ตู้เอทีเอ็ม และถอนเงินได้อย่างง่ายดายเพียงแค่จ้องไปที่กล้องเท่านั้น ทั้งนี้เพราะมีการใช้ระบบข้อมูลชีวมาตร หรือไบโอเมตริก (Biometric) ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า และเสียงพูด รวมถึงภาพสแกนม่านตา ซึ่งแต่เดิมระบบนี้จำกัดการใช้งานเฉพาะในบางองค์กรที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้น แต่ในอนาคตจะขยายเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป 
นั่นหมายความว่าระบบล็อกอินจะใช้งานง่ายขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ระบบเหล่านี้หรือไม่ และจะเปิดเผยข้อมูลใดบ้าง 

3) ปัญหาช่องว่างดิจิตอลจะถูกขจัดจนหมดสิ้น

ในอนาคตจะไม่มีช่องว่างระหว่างผู้ที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีกับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อีกต่อไปต้องขอบคุณเทคโนโลยีโมบายล์ 

ในอีก 5 ปีข้างหน้า ยอดจำหน่ายอุปกรณ์พกพาจะแตะระดับ 5.6 พันล้านเครื่อง ขณะที่โลกของเรามีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 7 พันล้านคน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น และราคาก็ลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นระบบโมบายล์จะก่อให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมบริการมากมายบนโทรศัพท์มือถือซึ่งจะตอบสนองทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นเรื่องธนาคาร การแพทย์ หรือการศึกษา 

ตัวอย่าง เช่น ในอินเดีย ไอบีเอ็มสร้างบริการโดยใช้เทคโนโลยีเสียงพูด และอุปกรณ์พกพาเพื่อช่วยให้ชาวชนบทที่ไม่รู้หนังสือสามารถถ่ายทอดข้อมูลสำคัญๆ เช่น รายงานสภาพอากาศ หรือกำหนดการที่แพทย์จะเดินทางเข้ามาให้บริการตรวจสุขภาพในละแวกใกล้เคียง 

4) การอ่านใจจะไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้เฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป

การเชื่อมโยงสมองของคนเราเข้ากับอุปกรณ์พกพาตั้งแต่แลปท็อปไปจนถึงสมาร์ทโฟนจะเริ่มกลายเป็นความจริงในไม่ช้า ตัวอย่างเช่น ในอนาคตอันใกล้ ถ้าหากคุณนึกอยากโทรศัพท์ถึงใครบางคน คุณก็เพียงแค่นึกถึงชื่อของบุคคลนั้น แล้วโทรศัพท์ก็จะจัดการส่วนที่เหลือเอง 

นักวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาชีวสารสนเทศ หรือไบโออินฟอเมติกส์ (Bioinformatics) ได้ออกแบบชุดหูฟังที่มีเซ็นเซอร์ที่ก้าวล้ำสำหรับอ่านคลื่นไฟฟ้าสมอง รวมถึงสีหน้า และทำความเข้าใจว่าบุคคลนั้นตั้งใจที่จะทำอะไร โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องขยับร่างกายเลยแม้แต่น้อย 

ภายใน 5 ปีข้างหน้า เราจะเริ่มต้นเห็นการประยุกต์ใช้งานแบบแรกๆ สำหรับเทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะปรากฏในอุตสาหกรรมเกมและความบันเทิง และแม้กระทั่งแวดวงการแพทย์  เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาวิธีที่ง่ายดายกว่าและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสำหรับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติของสมอง เช่น โรคสมาธิสั้น หรือออทิซึ่ม และจัดการการฟื้นฟูผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม 

5) เมลล์ขยะจะกลายเป็นเมลสำคัญ

อีกไม่นานโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์อาจมีลักษณะสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับอย่างมากจนกระทั่งเมลล์ขยะ หรือสแปมอาจถึงขั้นอวสานไปเลยทีเดียว 

นั่นเป็นเพราะว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถคัดกรอง และค้นหาข้อมูลใหม่ๆ ให้แก่บุคคล โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยถามเลยด้วยซ้ำบริการใหม่ๆ จะเรียนรู้จากบิตข้อมูลมากมายมหาศาลที่ประกอบสร้างขึ้นในชีวิตของคนคนหนึ่ง ตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบินไปจนถึงข้อมูลอัพเดตในเฟซบุ๊ก หรือการค้นหาข้อมูลสภาพอากาศ และจะนำเสนอข้อมูลใหม่หรือข้อเสนอสุดพิเศษได้อย่างเหมาะสม 

ลองนึกภาพว่าคุณได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่ากำลังจะมีพายุหิมะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ พร้อมทั้งแนะนำเที่ยวบินอื่นที่ปลอดภัยกว่า หรือลองนึกภาพว่าตั๋วคอนเสิร์ตของวงดนตรีที่คุณโปรดปรานถูกจับจองไว้ให้คุณทันทีที่เปิดขายในท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคจะไว้วางใจในบริการเหล่านี้ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ และยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าตามคำแนะนำผ่านบริการดังกล่าวในทุกๆ สัปดาห์ 

RELATED TO: