ข่าวไอที » การสื่อสาร

เอไอเอส ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานปี 2011 ที่เติบโตในภาพรวมถึง 12% ยืนยันให้เห็นถึงความต้องการใช้งานทั้ง Voice และ Data ที่ยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพบริการทุกด้านเพื่อสร้างประสบการณ์คุณภาพสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำฟิตเต็มร้อย สำหรับการประมูล 3 จี 2.1 GHz ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม ในปีที่ผ่านมาเติบโตราว 9% ทั้งในส่วนของการให้บริการที่โต 11% และการจำหน่ายสมาร์ทดีไวส์ที่เติบโต15% เช่นกัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความต้องการใช้งานระบบสื่อสารไร้สายของคนไทยอย่างชัดเจน”

“ในส่วนของเอไอเอส สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมา ยังคงครองความเป็นผู้นำในส่วนแบ่งการตลาด ด้วยการเติบโตในภาพรวม 12% โดยมีจำนวนลูกค้า ณ สิ้นปี 2554 ถึง 33.5 ล้านราย มีการใช้งาน Voice ที่เติบโต 8% และ มีลูกค้าที่ใช้งานดาต้า 10 ล้านราย โดยในจำนวนนี้ 1.2 ล้านราย คือ ผู้ที่ใช้งาน 3 จี ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเชื่อว่าเป็นผลที่เกิดจากการยึดมั่นเรื่องคุณภาพในการให้บริการทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายที่พร้อมตอบสนองทั้ง Voice และ Data, แพ็คเกจการใช้บริการที่หลากหลาย สำหรับทุก Segment, การนำ Smart Device คุณภาพเข้ามาจำหน่าย, การพัฒนาหลากหลาย Application อาทิ AIS Book Store ที่ได้รับการตอบอย่างดียิ่ง ตลอดจนการยกระดับบุคลากรที่ส่งมอบบริการ รวมไปถึงการผนึกกำลังกับพันธมิตรตามหลัก Ecosystem มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้า”

“ปี 2555 ในภาพใหญ่ถือเป็นปีแห่งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ของประเทศในการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น จากตัวเลข GDP ที่คาดว่าจะเติบโตราว 3-5%  รวมถึงนโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งให้ความสำคัญแก่การขยายโอกาสในการเข้าถึงโลกแห่ง online ผ่านโครงการ Smart Thailand รวมไปถึง โครงการ One Tablet per Child และการเตรียมเปิดประมูล 3จี 2.1 GHz ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีนี้ทั้งหมด จะนำมาซึ่งโอกาสที่คนไทยจะได้สัมผัสกับบริการทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น” 

นายวิเชียร คาดการณ์ภาพของอุตสาหกรรมในปี 2555 ว่า “การเติบโตของการใช้งาน Voice, Data และยอดจำหน่ายของ Smart Device จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากกว่า 100% ซึ่งแน่นอนเราจะได้เห็นภาพการแข่งขันระหว่าง Operator ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง โดยกลยุทธ์ในส่วนของเอไอเอสนั้นยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับ “การส่งมอบประสบการณ์คุณภาพสมบูรณ์แบบ” ในทุกด้าน ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อผนึกกำลังส่งมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นไปยังลูกค้าตลอดปีนี้ นอกจากนี้เอไอเอสยังมีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูล 3จี  ไม่ว่าจะเป็น เงินลงทุน, ความรู้ ความสามารถของบุคลากร, งบประมาณ รวมไปถึงความสามารถในการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับใบอนุญาต”

ด้าน นายมาร์ค ชอง ชิน ก๊อก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เอไอเอส กล่าวว่า “คุณภาพ” ยังคงเป็นหัวใจหลักในการส่งมอบประสบการณ์จากทุกมิติผ่าน Devices, Networks, Applications รวมถึง Customer Services โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ  Network ซึ่ง เอไอเอสจะใช้งบประมาณลงทุนด้านเครือข่ายเป็นเงินเบื้องต้น 8 พันล้านบาท  ซึ่งจะมีทั้งการขยายพื้นที่การให้บริการ, ปรับปรุงคุณภาพเครือข่าย, เพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานของ 2G ในส่วนของ Voice และ Data อย่าง EDGE Plus ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้ดาต้าของ 3 G 900 MHz รวมไปถึงการขยายจุดให้บริการ Wifi ใน Community Mall ใหม่ๆ พร้อมด้วยประสบการณ์พิเศษที่จับมือกับพาร์ทเนอร์มอบให้แก่ลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น”

“ในส่วนของ Smart Device จะมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตระดับโลก นำ Smart Device คุณภาพระดับสากลในราคาสุดคุ้มมามอบให้แก่ลูกค้า พร้อมแพ็คเกจการใช้งานที่เหมาะสม คุ้มค่าทั้ง Voice,  Data ก่อนใครและพิเศษกว่าใครเสมอ” 

นายมาร์ค ย้ำถึงแนวทางการพัฒนา  Applications  และ Service ว่า “เรายังมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนา Applications ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกๆ Segment ทั้งลูกค้าทั่วไปเพื่อให้ Digital Lifestyle เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน Innovative Application ต่างๆ รวมไปถึงการมุ่งพัฒนา Mobile Business Solution และการผสมผสานเทคโนโลยี Fix และ Wireless เข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้า SMEs และลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติอุทกภัยที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำให้การทำงานยังคงเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง”

ด้านนายสมชัย  เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานการตลาดเอไอเอส กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าปัจจุบันโทรศัพท์เคลื่อนที่และเทคโนโลยีไร้สายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตอย่างชัดเจนเพราะเป็นทั้งผู้ช่วยและ Support กิจวัตรต่างๆ พร้อมตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละ Segment ที่มี Lifestyle แตกต่างกันออกไป”“สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดในปีนี้ เรายังคงมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการใช้งาน Voice และ Data ผ่านทาง Promotion Package ที่หลากหลายและคุ้มค่า ควบคู่กับการนำ Device คุณภาพและ Application เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในแต่ละ Segment ที่ละเอียดยิ่งขึ้น โดยจุดแข็งของเอไอเอสที่เหนือกว่า คือ การพัฒนา Innovative Service อย่างต่อเนื่อง ที่จะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ใช้บริการ อาทิ ช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ให้ลูกค้าเอไอเอสถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้เพียงใช้รหัส ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการเติบโตให้แก่พาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามแนวคิด Ecosystem โดยจะมีการทยอยเปิดบริการใหม่ๆ ตามแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง”

“อย่างไรก็ตามสิ่งที่เอไอเอสยืนยันและต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค คือ“เครือข่ายที่ดีและเชื่อมั่นได้มากที่สุด” จะต้องมีการเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพราะความต้องการของผู้บริโภคมิใช่เพียง 3G มิใช่เพียง Data มิใช่เพียงการใช้งาน Voice มิใช่เพียงการใช้ Application และมิใช่เพียง.......ฯลฯ หากแต่ต้องผสมผสานบริการทุกรูปแบบอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกๆ Segment สนับสนุนให้สามารถเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองชื่นชอบได้อย่างไร้ข้อจำกัดตามแนวคิด “ชีวิตในแบบคุณ” ล่าสุดจึงได้ส่งผ่านแนวคิดดังกล่าวผ่าน Communication Campaign ที่นำเสนอมุมมองของผู้บริโภคถึง 15 กลุ่ม ซึ่งต่างบอกเล่าถึง Lifestyle และการเติมเต็มความต้องการได้ดังใจจากบริการของเอไอเอส โดยเรามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเดินข้างหน้า นำบริการที่ดีที่สุดมามอบให้แก่ลูกค้าพร้อมประสบการณ์คุณภาพที่สมบูรณ์แบบตลอดไป” นายสมชัยกล่าวในตอนท้าย