ข่าวไอที » แก็ดเจ็ต

จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัย AV-Test ในการตรวจสอบตลาดฟรีแอนตี้ไวรัสซอฟต์แวร์ที่เป็นที่นิยม พบว่ามีขีดความสามารถที่จำกัด สามารถตรวจจับไวรัสได้เพียงบางส่วนเท่านั้น และยังมีความเสี่ยงสูงจากการถูกโจมตีโดยภัยคุกคามรูปแบบใหม่  ปัจจุบัน ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่มีราคาถูก หรือที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ครองส่วนแบ่งใหญ่ในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รายบุคคลถึง66%จากผลการทดสอบของสถาบันวิจัย O+K ตลาดผลิตภัณฑ์แอนตี้มัลแวร์ทั่วโลกในเดือนตุลาคม 2011 แต่สำหรับแคสเปอร์สกี้ แลป ผู้ใช้สามารถวางใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการตรวจจับสูง จากการทุ่มเททำงานหนักของผู้เชี่ยวชาญกว่าพันคน เพื่อพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการทดสอบเชิงเปรียบเทียบที่จัดขึ้นโดยสถาบัน AV-Test ก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ประสิทธิภาพการตรวจจับมัลแวร์ ในการทดสอบผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย พบว่า Kaspersky Internet Security 2012 ชนะการทดสอบแบบจำลองสถานการณ์จริง

โอเล็ก ไอชานอฟ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแอนตี้มัลแวร์ แคสเปอร์สกี้ แลป ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทดสอบว่า การทดสอบได้พิสูจน์ให้เห็นถึง ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายที่สามารถปกป้องอันตรายจากภัยร้ายได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรวางใจในผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก ปัจจุบันมีมัลแวร์เพิ่มขึ้นมากกว่า 70,000 ตัวในแต่ละวัน ความผิดพลาดของการตรวจจับมัลแวร์ที่คิดเป็น 5% จึงไม่สามารถรับรองถึงความปลอดภัยได้ เพราะมัลแวร์ 1 ตัวอาจก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งทางด้านข้อมูล และจำนวนเงินในบัญชีธนาคาร สถาบัน AV-Test จึงได้สรุปสาระสำคัญของการทดสอบครั้งนี้ว่า มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามใหม่ๆ ได้ คือ ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทชั้นนำและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่มากนัก
การทดสอบโดยสถาบัน AV-Test ได้ดำเนินการทดสอบ โดยการเปรียบเทียบ Kaspersky Internet Security 2012 ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลป กับผลิตภัณฑ์แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายจำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ และได้ทดสอบบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ 7 และเซอร์วิสแพ็ค 1 โดยซอฟต์แวร์สามารถอัพเดทฐานข้อมูลโดยผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ ในการทดสอบ จะได้รับมัลแวร์จำนวน 100 ตัว แบ่งเป็น มัลแวร์ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบ โดยวิธีการ drive-by downloads และมัลแวร์ที่มีส่วนเชื่อมต่อของโปรแกรมประสงค์ร้าย ในจำนวนที่เท่ากัน ซึ่งการทดสอบได้พยายามเลียนแบบสถานการณ์จริงของผู้ใช้มากที่สุด และมัลแวร์จะมีสถานะแอคทีฟในระหว่างการทดสอบ และจะได้รับการตรวจจับด้วยระบบของซอฟต์แวร์ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์จะต้องได้รับการอัพเดตฐานข้อมูล โดยการเชื่อมต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบบคลาวด์ และได้รวมถึงการทดสอบ ความผิดพลาดของการตรวจจับไฟล์ที่ไม่ติดเชื้อ ด้วยไฟล์ที่ไม่ติดเชื้อจำนวน 200,000 ไฟล์ ในการจำลองสถานการณ์จริง หากซอฟต์แวร์ทำการดาวน์โหลดโปรแกรมประสงค์ร้าย หรือเข้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายต่อเครื่อง มัลแวร์จะทำให้ระบบการตรวจจับติดเชื้อ และส่งสัญญาณ

ซึ่งผลการทดสอบ พบว่า Kaspersky Internet Security 2012 สามารถตรวจจับมัลแวร์ได้ 99 จากโปรแกรมประสงค์ร้าย 100 ตัว และประสบความสำเร็จในการยับยั้งการทำงานของมัลแวร์ รวมถึงการทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมในการตรวจจับไฟล์ที่ไม่ติดเชื้อ  ในขณะที่ผลิตภัณฑ์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่มีประสิทธิภาพดังกล่าว อาทิ Avast! Free Antivirus 6.0 Microsoft Security Essentials  Avira Free Antivirus 2012 และ AVG Anti-Virus Free Edition 2012 ที่มีการตรวจจับมัลแวร์พลาดไป 5, 14, 13 และ 4  ตัว ตามลำดับ ซึ่ง 2 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ avast! Free Antivirus 6.0 และ AVG Anti-Virus Free 2012 พบข้อผิดพลาดในการตรวจจับไฟล์ที่ไม่ติดเชื้อ1 และ 8 ตัว

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบแบบเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ระหว่าง Kaspersky Internet Security 2012 และผลิตภัณฑ์แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายจำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ สามารถเยี่ยมชมได้ ที่นี่