ข่าวไอที » การสื่อสาร

ไอ-โมบาย เปิดกลยุทธ์รุกพื้นที่ตลาดโมบาย ตั้งเป้าผู้นำโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์อันดับหนึ่ง ชูคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นที่แปลกใหม่ ไลฟ์สไตล์โฟนเพื่อตอบสนองการใช้งานจริงด้วยแอพพลิเคชั่นดูดวง นำร่องแบรนด์แรกของไทย

ฑิตพล จันทร์อุไร ผู้จัดการฝ่ายอำนวยการผลิตภัณฑ์ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รูปแบบการพัฒนาสินค้าและบริการของ ไอ-โมบายนั้นได้ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เช่น มือถือรุ่น Hitz เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเบสิกโฟน ใช้งานง่ายและมีราคาย่อมเยา มือถือรุ่น Zaa เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มฟีเจอร์โฟนที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายการใช้งานคุ้มค่า มือถือรุ่น idea เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มสมาร์ทฟีเจอร์โฟน สามารถออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ มือถือรุ่น i-Style เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มสมาร์ทโฟน3G แอนดรอยด์ ใช้งานง่าย ราคาประหยัด และ i-note ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแท็บเลตพีซี  ที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการใช้งาน โดยในปี 2555 ตั้งเป้าจำหน่าย i-mobile จำนวน 3.5 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 31%โดยตั้งเป้าเพิ่มรุ่นโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3จี ให้มากขึ้น และนำเสนอคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นที่แปลกใหม่ สอดคล้องกับเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

“โดยแต่ละกลุ่มจะมีกลยุทธ์แตกต่างกัน คือกลุ่มเบสิกโฟน จะเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงด้านราคา โดยเฉพาะกับ มือถืออินเตอร์แบรนด์ โดยไอ-โมบายจะเพิ่มความต่างด้วยการนำฟังก์ชั่นเข้ามาเสริมเพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค เช่น สามารถใช้ได้ 2 ซิม มีบลูทูธ MP3 นำคอนเทนต์ และแอพพลิเคชั่นเสริมมาไว้ในเครื่องเพื่อเพิ่มความแตกต่าง ดีไซน์รูปลักษณ์ให้สะดุดตาขึ้น เช่นฝาพับ สกรีนลวดลาย และเปลี่ยนสีได้ เป็นต้น

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทฟีเจอร์โฟนนั้น ที่มีฟังก์ชั่นครบครัน สามารถออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยเราจะเน้นความหลากหลายให้เลือกไม่ซ้ำ มีฟังก์ชั่นที่แตกต่าง เช่นบริการ imm แชตบนมือถือ มีบริการเสริมที่รวบรวมข่าวสาร และสาระบันเทิงต่างๆ เรียกว่าเมนู “คอนเทนต์ คาเฟต์” โดยสามารถออนไลน์ผ่านว็อบไซต์บนมือถือไอ-โมบาย รวมถึงยังมีเมนูไอ-คีย์ (i-key) ที่รวมรวบ 9 บริการ ที่น่าสนใจอย่าง BizInfo, Directory, i-Sport, LiveInfo, Movie, Music, Sexy, Horo, MyMail โดยจะมีอยู่ในมือถือไอ-โมบายทุกรุ่นที่รองรับจาวา ซึ่งลูกค้าใช้แล้วเกิดความคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นความโดดเด่นสำคัญของ ไอ-โมบาย

ส่วนกลุ่มสมาร์ทโฟน จะเจาะลูกค้ากลุ่ม First Jobber นำเสนอมือถือแอนดรอยด์ 2 ซิม 3 จี ในราคาคุ้มค่า ตั้งแต่ 4,500 – 6,000 บาท  มีแอพพลิเคชั่นพิเศษที่เรียกว่า “แอพคาเฟต์” เพื่อรองรับตลาดมือถือสมาร์ทโฟน 3 จี ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแบบไทยๆ ออกมาให้ใช้กันอย่างเช่นเรื่องของสมาร์ทนิวส์ ให้ผู้ใช้สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ไทยได้ หรืออ่านข่าวต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน วีคลี่ไกด์ ให้ผู้ใช้ค้นหาสถานที่กิน ดื่ม เที่ยวทั่วไทย  และสปอร์ต อัพเดทข่าวสารแวดวงกีฬา นอกจากนี้แอพคาเฟต์ยังเป็นแอพพลิเคชันที่ได้ทำการควบรวมแอนดรอยด์มาร์เก็ตเข้ามาให้สามารถเลือกดาวน์โหลด ผ่านทางแอพคาเฟต์ได้โดยตรง พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มแอนดรอยด์แท็บเลตพีซี ที่มีประสิทธิภาพในราคาย่อมเยา ประมาณ 8,000 บาท แตกต่างด้วยรูปแบบของไอ-โมบาย วิดเจ็ต โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาโดยไอ-โมบาย” ผู้บริหารไอ-โมบายกล่าว

นอกจากนี้ไอ-โมบายยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ตอบสนองการใช้งานสำหรับผู้บริโภคมากขึ้นโดยปลายปีที่ผ่านมา ได้ส่งแอพพลิเคชั่นโฮโร เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการเสริมในรูปแบบศาสตร์พยากรณ์ต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือเบลิกโฟนโดยลูกค้าสามารถใช้บริการหมอดูดัง คำทำนายแห่งโชคลาภ และเลขมงคลหรือบริการ 7 เทพ 7 ศาสตร์ บริการที่รวมหมอดูดังจากศาสตร์พยากรณ์ทุกแนว เช่น พลังจิตสมาธิ โหราศาสตร์ไทย ไพ่ป๊อก พลังหิน อักษรรูน ยิปซีกลับหัว ฮวงจุ้ย หรือบริการเลขนำโชค เป็นบริการคำทำนายเกี่ยวกับเลขนำโชคต่างๆ หรือบริการทำนายฝันเป็นต้น

ไอ-โมบายได้วางจำหน่ายมือถือที่มีแอพพลิเคชั่นเสริมคำพยากรณ์ ส่งท้ายปลายปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มเป้าหมายวางให้เป็นกลุ่มครอบครัว ทุกเพศทุกวัย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่มแมสมาร์เก็ตที่เป็นตลาดหลักของไอ-โมบาย ได้แก่รุ่น i-mobile Hitz 101B โฮโรโฟน สามารถรองรับการใช้งาน 2 ซิม ทุกเครือข่าย หน้าจอ LCD กว้าง 2.4 นิ้ว ปุ่มกดขนาดใหญ่ กล้องดิจิตอล เครื่องเล่นเพลง MP3 เล่นและบันทึกวิดีโอ วิทยุ FM บลูทูธ ในราคา 1,390 บาท และ i-mobile Hitz 101B โฮโร ลิมิเต็ด อิดิชั่น ซึ่งบรรจุในกล่องของขวัญ พร้อมกิ๊ฟเซตของมงคล เช่น ส่วย แผ่นยันต์กันภัย น้ำเต้าโชคลาภ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมี และคู่มือการเงิน การงานปี 2555 จำหน่ายในราคาเพียง 1,990 บาท

โดยตั้งเป้าภายในปี 2555 จะมีลูกค้าใช้บริการแอพพลิเคชั่นโฮโร อย่างต่อเนื่องมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ต่อจำนวนเครื่องที่จำหน่าย คาดว่ากว่า 10 รุ่นที่รองรับกับแอพพลิเคชั่นโฮโร สำหรับในปีนี้ไอ-โมบายตั้งเป้าจำหน่ายมือถือ โดยแบ่งเป็นกลุ่มมือถือเบสิกโฟน คิดเป็น 50 เปอร์เซนต์ หรือประมาณ  25 รุ่น กลุ่มฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทฟีเจอร์โฟน ที่รองรับการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ  20 รุ่น และกลุ่มสมาร์ทโฟน 3จี แอนดรอยด์ คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ  10 รุ่น

“ด้านตลาดคอนเทนต์ และแอพพลิเคชั่น จะสร้างความแตกต่าง โดยนำเสนอบริการ และการขายในรูปแบบใหม่ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น Internet TV ดูทีวีได้ทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ต และInternet Radio สามารถฟังวิทยุได้ทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นในเครื่องได้ทันที มีการบันเดิลเกมและสร้างกิจกรรมร่วมกับลูกค้า เพื่อความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า ไอ-โมบายใส่บริการเสริมเข้าไป โดยสร้างจุดแข็งและความแตกต่างที่ผู้บริการรายอื่นให้ไม่ได้ ด้วยลูกเล่นที่หลากหลาย มีคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นรองรับ ถึงแม้การใช้งานยังไม่มาก แต่ตรงนี้ทำไว้เพื่อสร้างฐานการตลาด และการใช้งานในอนาคตเมื่อตลาดรองรับ” ฑิตพล กล่าวปิดท้าย