ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ถ้าพูดถึงบทบาทการใช้ชีวิตในประจำวันของเรา ล้วนแต่มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย ซึ่งในบางครั้ง สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตคู่ใจของเรา ก็ได้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ และสิ่งที่เราใช้ควบคู่กันไป ก็คงหนีไม่พ้นแอพพลิเคชั่น ที่จะทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ เป็นเรื่องง่าย และสนุกสนาน อาทิ ถ่ายรูป, แชท, เกมส์มัลติเพลย์เยอร์, ธุรกรรมออนไลน์ เป็นต้น

 

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แอพพลิเคชั่นยังเป็นตัวช่วยที่ จะทำให้ธุรกิจต่างๆ ทำได้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงผู้คน หรือลูกค้าได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าแอพฯ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่ง ในการทำกิจกรรม หรือธุรกิจต่างๆ ไปแล้ว ดังนั้นจึงจะขอขยายความให้ได้รู้ว่า โมบายแอพฯ จากที่ได้กล่าวมานี้ มันคืออะไร, แบ่งเป็นกี่ประเภทกัน และมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

 

โมบายแอพฯ คืออะไร เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ถูกออกแบบให้ สามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และเรียบง่าย ดังนั้นจึงจะเห็นว่า ในปัจจุบันมีโมบายแอพฯ ต่างๆ ที่ถูกพัฒนาออกมาอย่างมากมาย ทั้งแอพฯ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว, แอพฯ การทำธุรกรรมออนไลน์, ความบันเทิง, แอพฯ เกมส์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจากที่กลายมาจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในตอนนี้แอพฯ ได้กลายเป็นจุดสำคัญ ในการทำธุรกิจ หรือกิจกรรมต่างๆ ไปแล้ว

 

โมบายแอพฯ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Native Application, Hybrid Application และ Web Application

  • Native App คือ Application ที่ถูกพัฒนามาด้วย Library (ชุดคำสั่ง) หรือ SDK (เครื่องมือที่เอาไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพิเคชั่น) ของ OS Mobile นั้นๆโดยเฉพาะ อาทิ Android ใช้ Android SDK, iOS ใช้ Objective c, Windows Phone ใช้ C# เป็นต้น
  • Hybrid Application คือ Application ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ ที่ต้องการให้สามารถ รันบนระบบปกิบัติการได้ทุก OS โดยใช้ FrameWork (ชุดคำสั่ง) เข้าช่วย เพื่อให้สามารถทำงานได้ทุกระบบปฏิบัติการ
  • Web Application คือ Application ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเป็น Browser สำหรับการใช้งานเว็บเพจต่างๆ ซึ่งถูกปรับแต่งให้แสดงผลแต่ส่วนที่จำเป็น เพื่อเป็นการลดทรัพยากรในการประมวลผล ของตัวเครื่องสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ทำให้โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานผ่าน อินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต ในความเร็วตํ่าได้

 

แล้วแต่ละประเภท ของแอพฯ นั้นมีข้อดีเป็นอย่างไรบ้าง

  • Native App มีข้อดีคือผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่าย จาก Google Play หรือ Apple’s App Store รวมถึงการทำงานแบบไม่ต้อง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบางแอพฯ ทำให้ผู้ใช้งานสะดวก ในการใช้งานแอพฯ ได้ทุกทีหากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงสะดวกในการใช้ที่ให้ผู้ใช้งาน ใช้กล้องดิจิตอล, GPS และรายชื่อผู้ติดต่อ ในระหว่างที่ใช้งานแอพฯ ได้อีกด้วย
  • Hybrid Application เป็นประเภทแอพฯ ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับระบบปฏิบัติการ ได้หลายแพลตฟอร์ม ในแอพฯ เดียว จึงมีข้อดีคือ ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องเสียเวลาในการทำ เพราะเขียนชุดคำสั่งครั้งเดียว สามารถใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม และเสียค่าใช้จ่ายน้อย
  • Web Application ใช้งานง่ายได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ถ้าหากไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ต้องการใช้ Web browser ก็สามารถใช้แอพฯ ประเภทนี้ได้ รวมถึงมีการอัพเดท แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และใช้งานได้ทุกแพลตฟอร์ม

แล้วทำไมโมบายแอพฯ ถึงต้องแบ่งเป็น iOS, Android, Windows Phone, Black Berry OS ? ในปัจจุบันแอพฯ เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างทั่วโลก ดังนั้นหลายๆ บริษัท หรือผู้พัฒนาต่างๆ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการสร้างกำไร หรือชื่อเสียงเป็นของตนเอง ดังนั้นผู้พัฒนาจึงต้องสร้างระบบปฏิบัติการ เป็นของตนเองขึ้นมา เพื่อเป็นเอกลักษณ์ให้กับองค์กรนั้นๆ เช่น iOS ที่เป็นของ Apple, Android ที่เป็นของ Google เป็นต้น

 

ทั้งนี้หลังจากที่ได้ทราบว่าโมบายแอพฯ คืออะไร และมีกี่ประเภทกัน ต่อไปนี้จึงจะขอแนะนำ วิธีสังเกตแอพพลิเคชั่น ว่าเป็นแอพฯ จริง หรือแอพฯปลอม ในเบื้องต้น

  • ตรวจสอบผู้พัฒนา ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ หรือนำชื่อผู้พัฒนาไปหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ว่ามีประวัติอะไรอย่างไร มีที่มาจากไหน 

  • อ่านรีวิวของแอพพลิเคชั่น ว่ามีอะไรที่ผิดแปลก หรือแจ้งเตือน จากที่ผู้ใช้งานได้ดาวน์โหลดไปก่อนหน้านี้

  • ตรวจสอบขนาดไฟล์ของแอพฯ ว่ามีขนาดไฟล์ที่ตรงกันในทุก OS หรือไม่เช่น แอพฯ บน iOS ขนาดไฟล์ 175 MB แต่ Android แค่ 12 MB ทั้งที่ชื่อเหมือนกัน และประเภทของแอพฯ เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีจุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ หากเป็นแอพฯ ดังๆ อาจจะมีเว็บไซต์ของผู้พัฒนา ดังนั้นผู้ใช้งานอาจเข้าไปอ่านข้อมูล หรือการแจ้งเตือนต่างๆ ได้

  • ตรวจสอบแอพฯ อื่นๆ จากผู้พัฒนาเดียวกัน ซึ่งมีข้อคำนึงอยู่หนึ่งอย่างคือ ถ้าเป็นผู้พัฒนาแอพฯ แท้ มันจะต้องเต็มไปด้วยแอพฯ อื่นๆ แต่ถ้ามีแค่อยู่ไม่กี่แอพฯ บางทีผู้ใช้งานอาจจะต้องตั้งข้อสงสัย ไว้บ้างแล้ว

 

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับแอพฯ ไปบ้าง คราวนี้ก็จะขอแนะนำวิธีป้องกัน การซื้อแอพฯ ไอเทมภายในเกมส์จากแอพฯ หรือบริการอื่นๆ (คลิกเพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม) เพื่อป้องกันการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กๆ หรือหากใครต้องการ การยืนยันก่อนที่จะซื้อแอพฯ หรือบริการต่างๆ ภายในแอพฯ ก็แจ้งเตือนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเริ่มใช้งานแอพฯ ควรจะตรวจสอบข้อมูล หรือรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะดาวน์โหลดมาทุกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกัน การก่อให้เกิดความเสียหายที่จะตามมา และเมื่อดาวน์โหลดมาใช้งานแล้ว ก็ควรที่จะศึกษาถึงวิธีใช้ และตั้งค่าต่างๆ ให้ดีก่อนทุกครั้ง 

ที่มา : www.contentious.com วันที่ : 2 กรกฎาคม 2557

ไฮไลท์ข่าวเด่น

32,997อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ