ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

จากการสำรวจพบว่าหนึ่งในความท้าทายในการสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก คือการพัฒนาการศึกษาและการฝึกอบรม ซึ่งยังพบว่านักเรียนและแรงงานไทยยังขาดทักษะที่สำคัญต่างๆ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ และในปัจจุบันนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นที่มาให้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด เปิดตัวโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว 5 ปี และมีงบประมาณกว่า 900 ล้านบาท โดยร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถาบันคีนันแห่งเอเซีย โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Math) หรือ STEM รวมถึงการศึกษาสายอาชีพ ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เผยว่า “เชฟรอนมุ่งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษามาตลอดระยะเวลามากกว่า 50 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทย ขณะนี้ เราก้าวเข้าสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จึงเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เป็นศาสตร์พื้นฐานที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านนวัตกรรม เศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศได้ การสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจศึกษาศาสตร์ทั้ง 4 ด้านนี้ จึงเป็นบันไดขั้นแรกของการสร้างกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศไปสู่รูปแบบเศรษฐกิจแบบดิจิตัล จึงเป็นที่มาของโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่มุ่งยกระดับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในระบบการศึกษาสายสามัญ และส่งเสริมและผลักดันให้เยาวชนไทยที่ศึกษาในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติงานจริงที่ตรงกับสายงานที่ภาคเอกชนต้องการ ซึ่งนับเป็นการช่วยลดอัตราการว่างงาน และการขาดแคลนแรงงานฝีมือในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่ขณะนี้ก็ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอีกทางหนึ่งด้วย”

โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพเชิงเทคนิควิชาการด้านการจัดการเรียนการสอน STEM สำหรับครูและผู้นำภาคการศึกษา พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ STEM ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนให้บุคคลากรและนักเรียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพ รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงศูนย์พัฒนาการศึกษาด้านอาชีพ 6 แห่ง และปรับปรุงการเรียนการสอนในสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการ โดยเชฟรอนประเทศไทยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งสิ้นกว่า 500,000 รายทั่วประเทศ

ภายในงานดังกล่าว บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงเปิดตัวโครงการประกวดออกแบบนวัตกรรมการพิมพ์แบบสามมิติ “Enjoy Science: Let’s Print the World’’ ซึ่งเป็นกิจกรรมนำร่องภายใต้ โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไปด้วย

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “สวทช. ให้การสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สำหรับนวัตกรรมการพิมพ์แบบสามมิติเป็นเทคโนโลยีที่มีการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางและมีแนวโน้มว่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราเหมือนกับเครื่องพิมพ์ทั่วไปในอนาคต ด้วยคุณลักษณะพิเศษของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติที่พิมพ์วัสดุออกมาตามความต้องการของผู้ออกแบบ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการผลิตและการขนส่ง จึงส่งผลให้กระบวนการพิมพ์แบบสามมิตินี้มีความสำคัญต่อหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการศึกษา วงการแพทย์ วงการออกแบบ และสถาปัตยกรรม เป็นต้น เรามองว่าประเทศไทยสามารถนำนวัตกรรมนี้มาปรับใช้และพัฒนาให้เข้ากับความต้องการของประเทศได้ในอนาคตดังนั้น คุณสมบัติของผลงานออกแบบที่มองหาจากตัวผู้ประกวด ได้แก่ ไอเดียแปลกใหม่ที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลงานคุณภาพที่เกิดประโยชน์กับสาธารณชนและประเทศชาติ หรือมีศักยภาพเชิงธุรกิจ”

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความก้าวหน้าของการพิมพ์แบบสามมิติในประเทศไทย ภายในงานจึงมีการจัดแสดงตัวอย่างผลงานการพิมพ์สามมิติของไทย อาทิ อุปกรณ์การแพทย์-อวัยวะเทียม โดย ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติในการออกแบบอวัยวะเทียมและเครื่องมือแพทย์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติต่อวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย ว่า “เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น และลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ โดยสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ขึ้นรูปจำลองอวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วย โดยใช้ข้อมูลจากเครื่อง CT Scan โดยโมเดลจำลองนี้จะนำมาใช้ในการวินิจฉัยและวางแผนการผ่าตัดให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปขึ้นรูปอวัยวะเทียม เพื่อใช้ทดแทนอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ที่เสียหายหรือสูญเสียจากอุบัติเหตุ เช่น กะโหลกศีรษะเทียม จากเมื่อก่อนที่แพทย์ต้องใช้การปั้นแต่งด้วยมือ ภายหลังจากเปิดแผลผ่าตัดในห้องผ่าตัด ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีนี้พิมพ์ชิ้นงานออกมาได้เลย ทำให้ลดเวลาในการผ่าตัด ได้ชิ้นงานที่มีรายละเอียดถูกต้องแม่นยำและความสวยงามเสมือนจริงมากกว่าอีกด้วย”

ภายในนิทรรศการยังมีผลงานไดโนเสาร์พิมพ์สามมิติ “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่ขุดพบเมื่อปี พ.ศ. 2525 ที่ ภูเวียง อำเภอภูเวียง จ.ขอนแก่น และได้รับการตั้งชื่อตามพระนามของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนั้น เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วนถึงคุณลักษณะของ “ไดโนเสาร์ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่” ให้แก่ให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไป สวทช.จึงได้จัดทำโมเดลไดโนเสาร์ชนิดนี้ที่สร้างขึ้นด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติจากพลาสติกชนิด เอบีเอส (ABS, Acrylonitrile butadiene styrene) ขึ้นมา นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทดลองใช้ปากกาวาดรูปสามมิติ โดยใช้พลาสติกชนิดเอบีเอส หรือ พีแอลเอ เป็น "หมึก" ซึ่งผู้ประดิษฐ์ได้คิดค้นกระบวนการพิเศษที่ทำให้หมึกพลาสติกเย็นลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ใช้งานขยับปากกาเขียนไปรอบๆ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานสามมิติได้ตามความประสงค์ของผู้ใช้งานได้ทันที

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประกวดในโครงการ “Enjoy Science: Let’s Print the World” สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 8 มิถุนายน 2558 โดยส่งร่างการออกแบบภาพสามมิติ และบรรยายถึงผลงานที่ต้องการสร้าง รวมถึงเอกลักษณ์และประโยชน์ใช้สอย ความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 พร้อมชื่อ-นามสกุล สถานที่ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์ ไปที่ 3D@nstda.or.th หรือ ส่งเอกสารทางอินบ็อกซ์ของเฟซบุ๊ก Enjoy Science: Let’s Print the World (ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น) ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบ 100 คนแรก ในวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ผู้ชนะเลิศการประกวดแต่ละประเภทนอกจากจะได้รับตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก และเข้าชมงาน Maker Faire ที่ประเทศเยอรมนีแล้ว ยังได้รับชุดเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ พร้อมอุปกรณ์เป็นรางวัล และยังมีรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้น 680,000 บาท