ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Apple ได้เปิดตัวอัพเดทสำคัญสำหรับแอพตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพอย่าง Final Cut Pro X ที่ครั้งนี้มาพร้อมคุณสมบัติการตัดต่อวิดีโอสุดล้ำใหม่ๆ สำหรับ Magnetic Timeline รองรับ Touch Bar อันล้ำสมัยบน MacBook Pro ใหม่ และอินเทอร์เฟซโฉมใหม่ พร้อมรองรับเวิร์กโฟลว์สำหรับการประมวลผลขอบเขตสีกว้างเต็มรูปแบบ ในส่วนของ Touch Bar นั้นเปลี่ยนการควบคุมมาเป็นแบบหน้าจอ Multi-Touch ที่ให้ความคล่องตัวและคุณภาพระดับ Retina ซึ่งเข้ามาแทนที่แถวฟังก์ชั่นบนคีย์บอร์ดแบบเก่า และสามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับ Final Cut Pro X ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมแอพและปรับเปลี่ยนเครื่องมือต่างๆ ไปตามสิ่งที่ผู้ใช้ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ Apple ยังมีการอัพเดท Motion และ Compressor อีกด้วย

"นี่เป็นการอัพเดท Final Cut Pro X ครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การออกแบบใหม่ทั้งหมดเมื่อ 5 ปีก่อน" Susan Prescott รองประธานฝ่าย Apps Product Marketing ของ Apple กล่าว "คุณสมบัติในเวอร์ชันใหม่นี้มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซหน้าตาทันสมัย และคุณสมบัติใหม่ๆ อันทรงพลัง ซึ่งจะให้ผลลัพธ์การทำงานที่เหนือชั้นกว่าแอพตัดต่อวิดีโอแบบแทร็ครุ่นก่อนๆ ยิ่งไปกว่านั้นการใช้งานร่วมกับ Touch Bar อันล้ำสมัยยังช่วยให้นักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพโต้ตอบกับ Final Cut Pro X ในรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกด้วย"

Magnetic Timeline ใหม่ใน Final Cut Pro X นั้นช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจวิดีโอของตนได้ในทันทีตั้งแต่แรกเห็น ผ่านการจัดเรียงวิดีโอที่ปรับแต่งได้เอง และการใช้สีระบุคลิปเสียงตามประเภทหรือ "บทบาท" เช่น บทสนทนา เพลง และเอฟเฟ็กต์เป็นต้น การสร้าง และระบุบทบาททำได้ง่าย โดยการใช้สีที่แตกต่างกันระบุให้กับแต่ละบทบาท และนับเป็นครั้งแรกสำหรับซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ผู้ใช้จะสามารถลากเพื่อจัดเรียงเลย์เอาวิดีโอในแนวตั้งใหม่ หรือไฮไลต์บทบาทคลิปเสียงขณะตัดต่อได้ด้วย

การใช้งานร่วมกับ Touch Bar บน MacBook Pro ใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการทำงานและการสร้างสรรค์ โดยสิ่งที่แสดงจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับงานแต่ละประเภท รวมทั้งแสดงปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่ายได้ถูกที่และถูกเวลาด้วย โดยขณะที่ใช้ Final Cut Pro X นั้น Touch Bar จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สลับระหว่างการใช้เครื่องมือตัดต่อ การปรับระดับเสียง และการใช้คำสั่งที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดและการเล่นวิดีโอ อีกทั้งจะแสดงภาพรวมของไทม์ไลน์ทั้งหมดที่มีการเข้ารหัสสีในแบบอินเทอร์แอ็คทีฟ ผู้ใช้จึงสามารถนาวิเกตโปรเจคงานของตนได้โดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ส่วนหน้าตาอินเทอร์เฟซที่ออกแบบใหม่จะปรับเลย์เอาต์ของหน้าจอ Final Cut Pro X ให้มีความซับซ้อนน้อยลง เพื่อให้ใช้พื้นที่หน้าจอได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ MacBook Pro ส่วนหน้าจอที่แบนราบและมีสีมืดจะช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสที่ไปที่คอนเทนต์ได้ดี หน้าจอที่ปรับแต่งได้เองเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับการจัดเรียงของหน้าต่างสำหรับงานแต่ละประเภท เช่น การจัดระเบียบ การตัดต่อ และการปรับแต่งสีวิดีโอ แม้ในการทำงานบนหลายหน้าจอพร้อมกัน การรองรับเวิร์กโฟลว์สำหรับการประมวลผลขอบเขตสีกว้างเต็มรูปแบบช่วยให้ผู้ใช้อิมพอร์ต ตัดต่อ และส่งมอบผลงานวิดีโอในมาตรฐานสี Rec. 601 และ Rec. 709 หรือมาตรฐานสี Rec. 2020 แบบขอบเขตสีกว้าง


คุณสมบัติอื่นๆ ใน Final Cut Pro 10.3 มีดังนี้

  • Flow Transition ช่วยให้การเปลี่ยนไปวิดีโอแต่ละตอนราบรื่นไม่มีสะดุด
  • Remove Attributes เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ลบหรือนำเอฟเฟ็กต์บางรายการกลับมาใช้ใหม่ในหลายๆ คลิป
  • ตัวสร้างและเอฟเฟ็กต์การซ้อนทับ Timecode จะช่วยให้ผู้ใช้ตัดต่อใน Timecode ต้นฉบับแบบหน้าจอใหญ่ได้
  • รองรับ ProRes MXF, Panasonic V-Log และการเอ็กซ์ปอร์ต AVC-Intra
  • เอาต์พุตวิดีโอโดยตรงผ่าน Thunderbolt 3 จะช่วยให้มีการติดตามผลวิดีโอคุณภาพสูงบนหน้าจอภายนอกโดยใช้สายเคเบิลเพียงเส้นเดียว

Motion 5.3 มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซใหม่ล้ำสมัย รองรับการประมวลผลขอบเขตสีกว้าง และการปรับปรุงตัวอักษร 3D ซึ่งจะพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและความสมจริงของชื่อเรื่องในรูปแบบ 3D ฟังก์ชั่น Align To ใหม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เชื่อมต่อออพเจ็กต์ที่แยกกันได้อย่างง่ายดาย เพื่อก่อให้เกิดภาพเคลื่อนไหวขั้นสูง และ Touch Bar ก็ช่วยให้เรียกใช้งานเครื่องมือแบบอินเทอร์แอ็คทีฟมากมายได้ง่ายๆ บน MacBook Pro

Compressor 4.3 มาในรูปแบบสีมืดใหม่ที่จะเข้ากับ Final Cut Pro X และ Motion การปรับปรุงการสร้าง iTunes Store Package ช่วยให้ผู้ใช้เบราส์ ตรวจสอบ และบีบอัดแพ็คเกจได้ง่าย ช่วยให้สามารถส่งวิดีโอไปยัง iTunes Store ได้เร็วขึ้น ทั้งยังถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อีกด้วย การรองรับช่วงสีที่กว้างจะเป็นเครื่องตอกย้ำความถูกต้องของสีต้นฉบับได้อย่างแม่นยำตลอดช่วง เมื่อมีการส่งมอบไฟล์ในมาตรฐานสีแบบปกติและแบบกว้าง ส่วนการรองรับ Touch Bar จะช่วยปรับการทำงานทั่วไปอย่างการสร้างแบทช์และการใส่เครื่องหมายใน MacBook Pro ให้ทำได้ง่ายขึ้น

ราคาและการวางจำหน่าย

Final Cut Pro 10.3 สามารถอัพเดทได้ฟรีวันนี้สำหรับผู้ที่ใช้งานอยู่แล้ว และมีจำหน่ายในราคา 10,500 บาท บน Mac App Store สำหรับผู้ใช้งานใหม่ ส่วน Motion 5.3 และ Compressor 4.3 สามารถอัพเดทได้ฟรีวันนี้สำหรับผู้ที่ใช้งานอยู่แล้ว และมีจำหน่ายในราคา 1,750 บาท ต่อแอพบน Mac App Store สำหรับผู้ใช้งานใหม่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.apple.com/th/final-cut-pro/ 

ที่มา : www.apple.com วันที่ : 31 ตุลาคม 2559

ไฮไลท์ข่าวเด่น

2,909อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ